
เวลาใครบอกว่าคุณ ไม่มีผลงาน
เวลาใครบอกว่าคุณ “ไม่มีผลงาน” อย่าเพิ่งท้อหรือซ้ำเติมตัวเองเกินไป เพราะบางทีเขาไม่รู้ว่ากว่าคุณจะเริ่มมัน คุณสู้มาอย่างไรบ้าง?
โดย...ดร.ต้อง เดอะ ฟิลเตอร์ ภาพ เอเอฟพี
เวลาใครบอกว่าคุณ “ไม่มีผลงาน” อย่าเพิ่งท้อหรือซ้ำเติมตัวเองเกินไป เพราะบางทีเขาไม่รู้ว่ากว่าคุณจะเริ่มมัน คุณสู้มาอย่างไรบ้าง? เขาไม่รู้ว่าคุณใส่ใจกับกระบวนการทำงานมากแค่ไหน? เขาอาจไม่ได้เห็นว่าเที่ยวบินและการเรียนรู้คุณสูงขึ้น และงานกำลังจะเห็นผลในวันข้างหน้า แต่อาจต้องรอการปรับแต่งอีกระยะหนึ่ง
และเขาอาจไม่รู้ว่า ความหมายของ “ผลงาน” ระหว่างเขากับคุณต่างกัน เพราะแต่ละคนอยากอธิบายตัวเองผ่านงานต่างกัน
ยิ่งฝันคุณใหญ่แค่ไหน คนอื่นยิ่งเข้าใจผลงานคุณยากขึ้น เพราะกว่าจะเห็นผล อาจใช้เวลาอดทนรอพอควรทีเดียว แต่ถ้าเริ่มลงมือทำตามฝันแล้ว ทุกช่วงเวลาของการกลั่นฝันให้คนเห็นเป็นงาน แล้วเป็นผลงานจากฝัน จะมีคนไม่เข้าใจฝันของคุณแน่นอน แม้เขาเห็นคุณเริ่มทำมันก็ตาม
เพราะค่าของคุณอยู่ที่เนื้องานทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มจนจบ มากกว่าแค่ผลของงาน เพราะผลงานมันไม่เข้าตาทุกคนหรอก แต่ถ้ามันตอบโจทย์ตามที่คุณตั้งเป้าไว้ ผมว่าคุณโอเคพอควร แต่อาจต้องอธิบายตัวเองดีๆ ให้คนอื่นเข้าใจเป้าหมายงานคุณด้วย เผื่อเขาจะยอมเข้าใจ “ผล” ที่คุณอยากได้จากการอธิบายงานคุณ
วินเซนต์ แวน โก๊ะ จิตรกรชื่อดังชาวดัตช์ กว่าจะมีผลงานที่โลกยอมรับ ต้องใช้เวลากลั่นกรองภาพวาดเป็นพันๆ ภาพ ขัดเกลาฝีมือตัวเองจนผลงานโดดเด่นและทรงคุณค่า แต่กว่าจะถึงวันนั้น เขาต้องเผชิญกับคำว่า “ไม่มีผลงาน” อยู่นานหลายปี (จนซึมเศร้า)
แม้ตัวเขาตาย แต่ค่าของงานยังคงอยู่ ไม่ได้ตายไปกับตัวเขา กลายเป็นตำนานให้โลกกล่าวถึงจวบจนทุกวันนี้
กระแสต้องการไปถึงความสำเร็จเร็วๆ ของคนในสังคมยุคดิจิทัล ทำให้เราหลายคนเริ่มมองความสำเร็จเป็นสิ่งสำเร็จ คือผลงานต้องเกิดทันที หลังจากเราเริ่มทำบางสิ่งได้ไม่นาน เพราะเราอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนตัวไว และทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะไวขึ้นอีก เราจึงกลัวตกขบวน ไม่ทันกิน ไม่ทันการณ์ และกลายเป็นคนแก่ที่มองย้อนหลังไปด้วยความรู้สึกผิดหวังที่ไปไม่ถึงดวงดาว
คนหนุ่มสาวรุ่นนี้จึงรีบสร้างตัว สร้างผลงาน และถ้าอะไรเร่งให้โตไวได้ เอาไว้ก่อน จนบางทีลืมดูศักยภาพจริงกับสิ่งที่อยากทำจริงๆ ข้างใน
ถ้าเราหยุดคิดนิดหนึ่ง จะเห็นว่า คนที่โลกทึ่ง หรือที่เราเรียกว่า สร้างผลงานระดับตำนาน คนระดับนี้จำนวนหนึ่งจะเป็น “Late Bloomers” (สำเร็จช้ามาก) คือกว่าจะรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร? บางทีกว่าจะได้เริ่ม อายุปาเข้าไปสามสิบ หรือบางคนเพิ่งได้เริ่มตอนห้าสิบกว่าๆ ก็มี
“ผมอายุปาเข้าไป...แล้ว ยังไม่ได้เริ่มอะไรจริงจังเลย” ประโยคนี้ผมได้ยินประจำ ในห้องให้คำปรึกษา แม้คนประสบความสำเร็จแล้ว ก็ยังรู้สึกว่า ทุกอย่างมันช้า จนเขากลัว “เสียโอกาส”
ความลนทำให้ลืมไปว่าช่วงความสำเร็จมาถึงแต่ละคนช้าเร็วไม่เท่ากัน บางคนผลงานเขาอยู่ในกระแสพอดี ทำได้ไม่นาน เข้าตาเลย ส่วนอีกคนต้องสร้างกระแส เพราะผลงานที่เขาสรรค์สร้างต้องปูทางให้คนยอมรับ แม้มีค่ามากแต่คนยังไม่พร้อมรับ (ต้องรอ)
อย่ากดดันตัวเองเกินไปครับ เพราะความสำเร็จมาได้ทุกช่วงชีวิต อายุไม่เกี่ยว สำคัญคือ รู้จักตัวเองให้ไว แล้วเริ่มให้จริง แต่ถ้ารู้จักตัวเองช้า ก็ไม่ได้สาย เราอาจเป็น Late Bloomer อีกคนหนึ่งก็ได้
ท้ายสุด สรุปง่ายๆ ก็คือ ค่าของคุณอยู่ที่เนื้องานทั้งหมด บางทีกว่าจะเห็นเป็นผลงานอาจช้าหน่อย แต่ถ้าคุณไม่ท้อเสียก่อน คุณอาจจะกลายเป็นอีกคนที่เป็น “ตำนาน” ด้วยผลงานของคุณ
เวลาใครบอกคุณว่า ไม่มีผลงาน บางทีเขาอาจแค่ไม่เข้าใจเนื้องานและค่าที่คุณต้องสร้าง กว่าจะเป็นผลงานที่เขาเข้าถึง เข้าใจได้ แค่นั้นเอง ดังนั้นอย่าท้อหากคุณกำลังเริ่มสร้างผลงานดีๆ แต่คนกลับมองว่ายังไม่มีผลงาน







