
สภาพอากาศวิปริต ร้อนอำมหิตล้างโลก
ความแปรปรวนของสภาพอากาศและความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก นำมาซึ่งวิกฤตการณ์ตลอดปี 2559
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ความแปรปรวนของสภาพอากาศและความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก นำมาซึ่งวิกฤตการณ์ตลอดปี 2559
มีสถิติหลากหลายถูกทำลาย ซึ่งทั้งหมดเป็นไปในทิศทางที่เลวร้ายต่อการดำรงอยู่ของมวลมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตในโลก
ย้อนกลับไปเพียง 1 เดือน คือช่วงเดือน เม.ย. 2559 พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นดินและมหาสมุทรอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จนทำให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซ่า) ต้องบันทึกและแจ้งเตือนถึงความไม่ปลอดภัย
เอริค โฮลธอส นักอุตุนิยมวิทยา องค์การนาซ่า ยอมรับว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจนถึงระดับปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย และคาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2559 จะพุ่งขึ้นเป็นอย่างต่อเนื่อง
“สิ่งที่น่าสนใจจากอุณหภูมิในเดือน เม.ย. คือการแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสภาพอากาศของโลกนั้น กำลังมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางที่เลวร้ายอย่างยิ่ง” แอนดีย์ พิตแมน ผู้อำนวยการศูนย์ ARC Centre of Excellence for Climate System Science มหาวิทยาลัยนิว เซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ระบุ
ทิศทางอันเลวร้ายข้างต้น ปรากฏรูปธรรมให้จับต้องได้จากผลการศึกษาของทีมวิจัยชาวออสเตรเลีย ซึ่งเผยแพร่ผ่านวารสารวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม Environmental Research Letters (ERL) ฉบับเดือน พ.ค. 2559
การศึกษาดังกล่าวฉายภาพผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้เกาะขนาดเล็กจำนวน 5 แห่ง ในหมู่เกาะโซโลมอน มหาสมุทรแปซิฟิก หายไปจากแผนที่โลก
ขณะที่อีก 6 เกาะ กำลังถูกน้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งอย่างรุนแรง ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหลายแห่งถูกบังคับให้อพยพออกจากพื้นที่ และย้ายขึ้นไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ที่สูงขึ้น
“หมู่เกาะโซโลมอนมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นราว 10 มิลลิเมตร/ปี ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สืบเนื่องจากโลกร้อนขึ้นและกระแสลมรุนแรงขึ้น” ตอนหนึ่งของผลการศึกษาระบุ
ไซมอน อัลเบิร์ต หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ยอมรับเช่นกันว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวนับเป็นการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ต่อชายฝั่งทะเลและผู้คนในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกมีอัตราสูงขึ้นปีละ 3 มิลลิเมตร
นอกจากความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับภาพใหญ่คือโลกและระบบนิเวศที่เป็นหนึ่งเดียวกันชนิดที่แยกไม่ออกแล้ว ความอำมหิตของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังส่งผลโดยตรงกับมนุษย์และเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เผยผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและแรงงาน : ผลกระทบของความร้อนต่อที่ทำงาน (Climate Change and Labour : Impacts of Heat in the Workplace) เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. 2559 ซึ่งพบว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ประเทศหนึ่งๆ มีผลผลิตจากแรงงานลดลงถึง 20% ในอีก 15 ปีข้างหน้า คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
มากไปกว่านั้น ในภาคการลงทุนเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งมีฐานตลาดหลักอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา และมักพึ่งพาแรงงานเข้มข้นทำงานนอกอาคารและในภาคอุตสาหกรรมและการบริการนั้น จะเกิดการสูญเสียชั่วโมงการทำงานของแรงงานมากถึง 10% ในอีก 50 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ประเทศหนึ่งๆ มีชั่วโมงทำงานลดลงประมาณ 4% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2533-2543
ผลการศึกษา ระบุอีกว่า ประมาณการว่าจะมีผู้จ้างงาน แรงงาน และชุมชนในประเทศเปราะบางมากกว่า 1,000 ล้านราย ที่กำลังได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนรุนแรงในสถานที่ทำงาน ในขณะที่ยังไม่มีนโยบายในระดับท้องถิ่นและนานาชาติ เพื่อเตรียมการรับมือการสูญเสียนี้
ฟิลิป เจนนิงส์ เลขาธิการ UNI Global Union กล่าวว่า แรงงานที่ยากจนที่สุดมักเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ดังนั้นรัฐบาลและผู้จ้างงานต้องจริงจังกับปัญหาปัญหาโลกร้อน และพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันคนงาน
สำหรับ “ประเทศไทย” ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกเล็กๆ ของโลก ย่อมได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัสไม่แตกต่าง
ตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คืออากาศร้อนทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำลง โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาลที่กำลังผลิดอกออกช่อนั้นพบว่ามีเพียง 10% เท่านั้น ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์
ไพรวัลย์ ชูใหม่ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ จ.พัทลุง ประเมินว่า ในปี 2559 มีโอกาสได้เห็นราคาผลไม้เคลื่อนไหวถึงประมาณ 3 เท่า ตัวอย่างเช่น ราคาทุเรียนหน้าสวนจากเดิมกิโลกรัมละ 30 บาท จะเพิ่มไปถึงกิโลกรัมละ 100 บาท
“ภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานส่งผลให้ผลไม้ประจำฤดูกาลของ จ.พัทลุง อาทิ ทุเรียน มังคุด ลองกอง และเงาะ ที่เริ่มออกดอกได้รับความเสียหาย โดยพบใบเหี่ยวเฉาแห้งเกรียมและออกดอกน้อยลงจำนวนมาก คาดว่าทั้ง จ.พัทลุง และนครศรีธรรมราช จะได้ผลผลิตต่ำกว่าเป้าหมายถึง 50%” หรือเฉด ขุนจันทร์ พ่อค้าผลไม้รายใหญ่ จ.พัทลุง เล่าถึงสถานการณ์
โลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเราอีกต่อไป







