
ขอรับกรรมฐาน...เข้าพรรษาปี’๕๓ (ตอน๑๐)
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
ในห้วงเวลาจำศีลเข้าพรรษา ๓ เดือน ญาติโยมมีความประสงค์ปฏิบัติธรรมอบรมจิต เพื่อสร้างปัญญาธรรมให้เกิด จะได้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
จึงใคร่ขอกรรมฐาน หรือข้อธรรมะเพื่อเป็นอนุสติในกาลเข้าพรรษา ขอพระคุณเจ้าได้พิจารณามอบกรรมฐานผ่านทาง “โพสต์ทูเดย์” เพื่อญาติโยมผู้ไม่ค่อยมีเวลาไปวัดฟังธรรม ด้วยกิจธุระทางโลกมากจะได้ศึกษาปฏิบัติเป็นส่วนตนที่บ้านได้ ขอแบบง่ายๆ แต่ปฏิบัติได้ผลตรงตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งหวังว่าพระคุณเจ้าคงจะช่วยอนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลายได้อย่างแน่นอน
กราบเรียนมาด้วยความเคารพ
“ผู้มีภาระทางโลก แต่ไม่ทิ้งธรรม”
วิสัชนา : เราต้องเป็นผู้ที่ตั้งจิตเมตตากับเขาจริงๆ เมตตาตัวของเราให้ปราศจากทุกข์ภัย และขอให้บุคคลเหล่านี้จงมีความสุข ปราศจากทุกข์ภัย อย่ามีเวรต่อกันและกันเลย ขอให้เขามีความสุข เช่นเดียวกับเรา อัดลมเข้าไป แล้วส่งความรู้สึกให้มากจนขนลุกขนพองซาบซ่าน ให้เบ่งจนขนลุกขนพอง ยิ่งเราเบ่งกำลังจิตได้สูงเท่าไหร่ ก็จะถึงบุคคลเหล่านี้ด้วยกำลังมากเท่านั้น เบ่งน้อยกำลังจิตเราก็น้อย ถ้าเบ่งมากกำลังจิตเราก็มาก ว่างๆ ก็ลองทำดู ถ้าเขารับได้ เขาจะมีความรู้สึกคิดถึงเราขึ้นมา นั่นแสดงว่า จิตมีกำลัง อาจมีกำลังถึงขนาดที่ว่า ใบหน้าของเราลอยให้เห็นเลยก็ได้ ผู้ที่มีกำลังจิตสูงๆ
นี่แค่ท่านนึกในจิตก็ปรากฏภาพของท่านให้บุคคลที่ท่านนึกถึงได้รับรู้ว่าท่านระลึกถึงแล้ว จะเพื่อให้ทำกิจ เพื่อเป็นไปในบางอย่าง หรือเพื่อให้รู้ในเหตุการณ์บางอย่าง แค่ท่านระลึกถึงบุคคลที่มีจิตหรือความเคารพตั้งมั่นต่อกันจะรับได้ เหมือนกับเป็นโทรจิตส่งรับกันได้ทั้งสองส่วน ด้วยอำนาจแห่งจิตที่ฝึกฝนดีแล้ว วันนี้ให้เราฝึกฝนอำนาจธรรมตรงนี้ให้ได้ แผ่เมตตาให้กับผู้ที่เราเกลียดนี่ยากนักหนา ท่านจึงลำดับไว้ หลังจากคนที่เป็นกลางๆ
สรุปคือ เริ่มต้นด้วยเมตตาตน เพราะเรารักตัวเรามากที่สุด ต่อไป พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้ที่ไม่มีโทษกับเราเลยมีคุณกับเราอยู่เสมอ และต่อไป พี่น้องญาติมิตรที่เรารัก และต่อไป คนที่เรารัก เพื่อนฝูงทั้งหลาย และต่อไป เป็นคนที่เรากลางๆ ไม่รัก ไม่เกลียด ที่สุดไปถึงคนที่เราเกลียดชิงชัง พยาบาทต่อกัน ถ้าเราแผ่เมตตาให้กับคนที่เราเกลียดทันที รับรองว่า จิตเราแผ่ไม่ออก เพราะเรายังไม่มีเมตตาจริง และที่สุดไปสู่ส่วนของคนที่เราเกลียดจริงๆ
ถ้าเราแผ่เมตตาอยู่ทุกวันๆ คนทั้งหมดทั้งหลายก็จะรักเรา นี่คืออานิสงส์ของเมตตาภาวนา คือเป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ทั้งปวง มีวรรณะผ่องใส แม้ศัสตราวุธไม่กล้ำกราย แม้ยาพิษสามารถสำรอกทิ้งได้
เราต้องเชื่อในความจริงในเขตบุญพระพุทธศาสนา เราถึงจะปฏิบัติ แต่เราจะพบความจริงนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ที่ทำให้ผลการปฏิบัตินั้นเกิดขึ้น และผู้รู้ผู้ปฏิบัติเท่านั้นจึงจะรู้ได้ด้วยตนเอง จึงต้องไม่สงสัยลังเลในการประพฤติปฏิบัติ จนกว่าจะสำเร็จถึงผลตามกำลัง
ต่อไปเราจะแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เราแผ่ไม่เจาะจง เราระลึกตั้งมั่น ตามที่อาตมานำมากล่าวว่า
“ขอสรรพสัตว์ทั้งหลาย ภูตทั้งหลาย สรรพวิญญาณน้อยใหญ่ทั้งหลาย บุคคลทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลาย จงไม่มีเวรแก่กันและกัน จงเป็นผู้มีความสุขพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง ให้เราแผ่ความรู้สึกดังกล่าวไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายน้อยใหญ่ ทางขวาง ไม่เฉพาะเจาะจง”
“สัพเพ สัตตา, สัพเพ ปาณา, สัพเพ ภูตา, สัพเพ ปุคคะลา, สัพเพ อนริยปริเยสนา อะเวรา โหตุ, อัพยาปัชฌา โหตุ, อะนีฆา โหตุ, สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ”
ต่อไปเราแผ่ให้กับมนุษย์ทั้งหลายที่เป็นผู้ชายที่ไม่เฉพาะเจาะจง
“สัพเพ ปุริโส สุขิตา โหตุ, อะเวโร โหตุ, อัพยาปัชโฌ โหตุ, อะนีโฆ โหตุ, สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ” ผู้ชายทั้งหลายจงมีความสุขปราศจากทุกข์ภัยทั้งปวง สูดลมเข้าไป ขึงที่ฐานจิตฐานที่ ๕ แล้วเบ่งออกไปทันที ด้วยความรู้สึกที่มีเมตตา ปรารถนาให้เขาพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
มันจะเป็นพลังที่เยือกเย็นและเป็นพลังที่สนับสนุน ให้จิตเรามีความตั้งมั่นและมีกุศล เพราะเราคิดดี เมื่อเราคิดดี นึกดี จิตเราก็ไม่เศร้าหมอง เป็นจิตที่มีความสุข มีกำลัง เป็นจิตที่เหมาะสมแก่การทำงาน ทำประโยชน์ ทำคุณความดีทั้งปวง
ต่อไปเราแผ่เมตตาให้กับผู้หญิงทั้งหลายว่า “ขอให้ผู้หญิงในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีความสุขปราศจากทุกข์ภัยเช่นเดียวกัน” พอเราระลึกถึงตั้งมั่นแล้วจึงแผ่ให้กับผู้หญิงทั้งหมดทั้งหลายอย่างไม่เจาะจง ด้วยความรู้สึกให้เขาพ้นทุกข์ ให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้น
“สัพเพ อิตถีโย สุขิตา โหตุ, อะเวโร โหตุ, อัพยาปัชโฌ โหตุ, อะนีโฆ โหตุ, สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ” แผ่ให้กว้างขวางออกไป
ต่อไปเราแผ่ให้กับพระอริยเจ้าทั้งหลายว่า
“สัพเพ อริยะ สุขิตา โหตุ, อะเวโร โหตุ, อัพยาปัชโฌ โหตุ, อะนีโฆ โหตุ, สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอพระอริยบุคคลทั้งหลายจงมีความสุข ปราศจากทุกข์ภัยเช่นเดียวกัน”
เป็นการตั้งจิตที่ปรารถนาดีต่อพระอริยเจ้าทั้งหลาย เราปรารถนาดี ส่งความสุขไปเท่าไหร่ เราก็ได้รับมากอเนกอนันต์และอย่างไม่มีประมาณเท่านั้น
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







