
เปิดกระเป๋าเดินทาง พลอย มัลลิกะมาส
โดย...สมแขก ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
โดย...สมแขก ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
เจ้าของผมสั้นหน้าม้าและแว่นสายตาอันกลมเข้ากับทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ของนักเขียนชื่อดัง พลอย มัลลิกะมาส หญิงสาวซึ่งตอนนี้มีบทบาทเพิ่มเติม คือ การเป็นคุณแม่ที่หลงใหลการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ การได้ฟังประสบการณ์การเดินทางจากเธอ ทำให้บทสนทนาของเราเพลิดเพลินออกรสมากทีเดียว เธอออกท่องโลกหลังจากตัดสินใจผันตัวมาทางอิสระ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการขีดเขียนตั้งแต่ปี 2543 มีหนังสือท่องเที่ยวกว่าสิบเล่ม เช่น 100 วัน 1,000 ก้าว, คนเมืองร้อยเรื่องราว, โตเกียวทะบิจิ, โตเกียวมิยาเงะ (ของฝากจากโตเกียว), ฮอกไกโดในวันที่หิมะละลาย, เบอร์ลิน เมืองของหมีที่มีอยู่จริง, เกียวโต โมมิจิ, เรื่อง (เล่า) หลังเขาพิเรนีส ฯลฯ
การเดินทางที่กินง่ายอยู่ง่ายสไตล์สุดเซอร์ของเธอถูกเปลี่ยนไปเมื่อเธอมี “พพาย” ลูกชายวัย 3 ขวบ ผันตัวจากการเที่ยวเดี่ยวมากระเตงลูกเที่ยว จนมีพ็อกเกตบุ๊กเล่มล่าสุด “เลี้ยงลูกรอบโลก” ที่เขียนร่วมกับ ภญ.หรรษา มหามงคล ที่แบ่งปันประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมให้พ่อแม่ ก่อนพาลูกออกเดินทาง
“ก่อนหน้านี้เราอยากไปไหนก็ไปได้เลยตามใจตัวเอง เดินทางด้วยรถไฟ นั่งเครื่องบินโลว์คอสต์ กินนอนไม่เรื่องมาก แต่พอมีลูกวิธีการเที่ยวของเราก็เปลี่ยนไป รอบคอบและเตรียมตัวมากขึ้น อย่างแรกคือเราไม่ได้ไปเมืองที่เป็นแลนด์มาร์คเลย ที่พักต้องเช่าบ้าน เช่ารถขับ เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ของเด็กมีเยอะมาก การเลือกสถานที่ก็ต้องเหมาะสมกับเด็ก การท่องเที่ยวก็เลือกแบบโรดทริป ท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากขึ้น สภาพอากาศของแต่ละที่ก็ต้องไม่หนาวเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมของพ่อแม่ให้พร้อมด้วย”
ทริปกระเตงลูกเที่ยวของคุณแม่พลอย นอกจากยาทุกชนิดที่พกเป็นสามัญแล้ว อีก 7 อย่างที่เธอพกไปสำหรับเธอและลูกชายมีอะไรบ้าง
1 Activity Books - หนังสือสำหรับเด็ก
การเดินทางบ่อยๆ ทำให้พพายเป็นเด็กที่ชอบหนังสือ ก่อนเดินทางเราจะพาเขาไปร้านหนังสือ ไม่ว่าจะทริปใกล้ไกล ก็จะมีหนังสือหลอกล่อ เพราะด้วยแม่เป็นคนชอบไปร้านหนังสือ ไปห้องสมุดและอยากปลูกฝังให้ลูกรักการอ่าน เวลาเราไปต่างประเทศแล้วมีโอกาสได้ไปร้านหนังสือด้วยกัน เขาก็จะเลือกว่าอยากอ่านอะไร ชอบอะไร และเวลาเดินทางจะมีหนังสือฆ่าเวลา เช่น เอาไว้อ่านรออาหารเวลาว่าง หรือเวลาขึ้นเครื่องบิน เพื่อให้เขามีอะไรทำ เราจะเลือกเรื่องที่เขาชอบ ถ้าได้อยู่กับสิ่งที่เขาชอบ ไม่ว่าจะไปไหนเขาก็จะมีความสุขไม่งอแง
2 หุ่นรูปสัตว์ เพื่อนในจินตนาการ
พพายเป็นเด็กที่มีจินตนาการ เป็นบทบาทสมมติที่พพายชอบเล่น ซึ่งเป็นไปตามพัฒนาการของเขา เวลาที่มีเวลาว่างเขาก็จะหยิบหุ่นพวกนี้มาเล่น และสวมบทบาท หรือเวลาเดินทางไปฟาร์ม หุ่นเหล่านี้ก็กลายเป็นเครื่องมือของแม่เพื่อตั้งคำถามกับเขาว่าเขาไปเจอสัตว์อะไรมา จะมาจากหนังสือ เขาก็จะเลียนแบบเสียงสัตว์ เขาชอบอ่านนิทานอีสป ซึ่งก็จะมีสัตว์เป็นตัวละครหลัก เพราะฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหนก็จะมีหุ่นรูปสัตว์ต่างๆ ติดไปด้วย
3 หนังสือสำหรับคุณแม่
สารภาพว่าตั้งแต่มีลูก พลอยอ่านหนังสือน้อยลงเยอะมาก เมื่อก่อนต้องอ่านหนังสือก่อนนอน แต่ตอนนี้จะอ่านนิทานกับลูกแทน แต่เวลาที่พอจะได้อ่านหนังสือที่เราอยากอ่านหรืออ่านที่ค้างอยู่ให้จบก็คือเวลาที่มีทริปไปต่างประเทศโดยที่ลูกไม่ได้ไปด้วย พลอยก็จะติดหนังสือของตัวเองไปด้วย เพราะว่าเราคงได้อ่านเวลาเดินทาง
4 กล้องถ่ายรูปสำหรับถ่ายใต้น้ำ
พลอยกับแฟนซื้อกล้องตัวนี้เพราะลูกเรียนว่ายน้ำ และเรากับแฟนอยากถ่ายรูปลูกก็เลยหากล้องถ่ายใต้น้ำมาไว้ติดตัว เป็นกล้องตัวเล็กที่ถ่ายใต้น้ำก็ได้ถ่ายบนบกก็ได้ เวลาเดินทางมันสะดวกตรงที่ขนาดมันเล็ก พกพาง่ายคล่องตัว ฟังก์ชั่นการใช้งานก็ค่อนข้างครอบคลุม และคุณภาพของรูปที่ออกมาก็ค่อนข้างดี ก็เลยชอบพกกล้องเล็กมากกว่ากล้องใหญ่ที่เทอะทะ ที่สำคัญเรามีของที่ต้องขนเยอะแล้ว การเลือกใช้กล้องเล็กก็น่าจะเหมาะสมกับการเดินทางของเรามากกว่า
5 ครีมกันแดด
จริงๆ แล้วลูกชายพลอยเป็นเด็กที่ผิวขาวมาก แต่ว่ามาคล้ำลงเพราะว่าแดดเมืองไทยตอนนี้เลย (หัวเราะ) เขาเป็นเด็กที่ชอบทำกิจกรรม ล่าสุดเราพาไปทะเลที่ จ.กระบี่ ไปเที่ยวเดียวก็คล้ำลงเห็นได้ชัดเลย แต่เราไม่ได้กลัวว่าลูกจะดำหรือผิวจะเสีย แต่ว่าเพราะแดดบ้านเราค่อนข้างแรง ก็ต้องหาสิ่งป้องกันไม่ให้ผิวของเขาไหม้ เราก็พกครีมกันแดดและเจลป้องกันผิวไหม้ของเด็กซึ่งแม่ใช้ด้วยได้ นี่คือสิ่งที่ต้องพกไปด้วยทุกทริป
6 เสื้อชูชีพและห่วงยาง
เป็นไอเท็มที่เพิ่มเข้ามาหลังจากทริปล่าสุดที่พวกเราไปทะเล หลังจากที่เขาอยากเรียนว่ายน้ำ เพราะอยากเล่นน้ำกับพ่อแม่ได้ และสนุกกับการดำน้ำ พลอยกับแฟนก็พาพพายไปนั่งเรือหัวโทงด้วย ไปแบบผู้ใหญ่ บางคนถามว่าเอาลูกสามขวบไปเที่ยวทะเลลึกไม่รู้สึกกลัวเหรอ ถ้าให้ตอบก็ไม่ค่อยกลัว เพราะเราพยายามป้องกันความปลอดภัยให้เขาด้วยการใส่ชูชีพให้เขา
7 แว่นและหมวกกันแดด สำหรับคุณลูกและคุณแม่
หมวกกับแว่นเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยต้องติดตัวไปทุกทริป ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนไม่ได้ระมัดระวังเรื่องผิวพรรณมากนัก เราไม่ชินทั้งๆ ที่บ้านเราก็ร้อน แต่หลังๆ ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น พอเดินทางเยอะๆ เจอสภาพอากาศที่แตกต่างก็เลยรู้สึกว่าต้องดูแลลูกมากขึ้นในเรื่องของการป้องกันแสงแดด ยิ่งการเดินทางไปซีกโลกใต้แล้วเห็นว่าคนอื่นทากันแดด ใส่หมวกใส่แว่นกันแดดกันเป็นปกติ ก็เลยต้องทำให้เป็นนิสัย







