posttoday
สร้างความสมานฉันท์ในองค์กร

สร้างความสมานฉันท์ในองค์กร

16 พฤษภาคม 2559

ความขัดแย้งในองค์กรไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะส่งผลเสียทั้งต่อตัวบุคคล (คู่ขัดแย้ง) และต่อองค์กรด้วย เช่น ขาดการยอมรับ ขาดความไว้วางใจ ไม่เคารพซึ่งกันและกัน พนักงานมีการตั้งแง่หรือใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหากัน ขาดความร่วมมือและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน พนักงานจะทำงานเฉพาะในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ หรือทำงานตามที่ถูกสั่งให้ทำเท่านั้น บางทีก็ทำให้เกิดความเครียดสุขภาพจิตเสีย

ความขัดแย้งในองค์กรไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะส่งผลเสียทั้งต่อตัวบุคคล (คู่ขัดแย้ง) และต่อองค์กรด้วย เช่น ขาดการยอมรับ ขาดความไว้วางใจ ไม่เคารพซึ่งกันและกัน พนักงานมีการตั้งแง่หรือใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหากัน ขาดความร่วมมือและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน พนักงานจะทำงานเฉพาะในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ หรือทำงานตามที่ถูกสั่งให้ทำเท่านั้น บางทีก็ทำให้เกิดความเครียดสุขภาพจิตเสีย

ไม่เพียงเท่านี้ ยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลง ทำลายความกลมเกลียวในทีม รวมถึงการสื่อสารระหว่างบุคคลอาจถูกบิดเบือนโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการตัดสินใจและขาดข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทำให้ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานแห่งความเสี่ยง รวมถึงไม่ส่งเสริมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในองค์กร ยิ่งถ้าแก้ปัญหาไม่ดีความขัดแย้งอย่างหนึ่งก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างอื่น เป็นต้น

สมชาย หลักคงคา วิทยากรและที่ปรึกษาการวางแผนกลยุทธ์การบริหารงานฝึกอบรม ได้ยกความขัดแย้งภายในองค์กรมาจากสาเหตุหลายประการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1.ผู้บริหารมุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ โดยสร้างวัฒนธรรมการแข่งขันภายในองค์กร ทำให้พนักงานในแต่ละฝ่ายต่างแข่งขันสร้างผลงาน ไม่คำนึงถึงสัมพันธภาพหรือความรู้สึกที่ดีต่อกัน โดยมุ่งเน้นเพียงแต่ความสำเร็จของตนหรือของฝ่ายและแผนกของตนเท่านั้น

2.ผู้บริหารมีความลำเอียงในการบริหารจัดการเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายและแผนก และต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหา

3.ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ และหัวหน้าของแต่ละฝ่าย รวมถึงพนักงานของแต่ละฝ่ายมีความมั่นใจในตนเองสูง ทำให้ไม่รับฟังความคิดเห็นใดๆ จากฝ่ายและแผนกอื่นๆ ในองค์กร ทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง

4.ความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม การศึกษา ค่านิยม ความเชื่อและประสบการณ์ ของพนักงานแต่ละคน การมีข่าวลือ ข่าวซุบซิบนินทาเกิดขึ้นในองค์กรอยู่เป็นประจำ รวมถึงการรับรู้ที่บิดเบือนและแตกต่างกัน วิธีการคิด ความรู้สึก ประสาทสัมผัส อารมณ์ การเจรจาและภาวะผู้นำก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้

5.การมีทรัพยากรที่จำกัดพนักงานมีความต้องการทรัพยากรมากกว่าจำนวนที่มีอยู่ในองค์กร จึงต้องแข่งขันกันเพื่อที่จะได้ทรัพยากรที่ต้องการ รวมถึงกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดทำให้พนักงานอึดอัดในการทำงานและทำให้เห็นว่าผู้บริหารใช้อำนาจเกินความจำเป็น จึงทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้น

6.ความคลุมเครือในโครงสร้างองค์กรและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานในองค์กร และการที่พนักงานบางคนได้รับการยกเว้นที่ไม่ต้องปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ หรือปฏิบัติไม่ถึงมาตรฐานที่กำหนด

เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในองค์กร สมชาย แนะนำว่า ผู้บริหารและนักบริหารงานบุคคลควรให้ความสนใจถึงความต้องการของผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชามากกว่าแผนภูมิและลักษณะของงาน กล่าวคือควรให้ความสนใจพฤติกรรมพนักงานในส่วนของความต้องการทางสังคมมากกว่าเรื่องโครงสร้างและการจัดการองค์กรผู้บริหาร และนักบริหารงานบุคคลควรจะลดการควบคุมขององค์กรอย่างเข้มงวด และเสริมสร้างความสนใจไปยังความรู้สึกของคนในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกในส่วนที่เกี่ยวกับการยอมรับและการมีส่วนร่วมภายในองค์กรของพนักงาน

"ขณะบทบาทผู้บริหารควรเปลี่ยนจากแนวคิดที่เป็นเรื่องของกระบวนการจัดการหรือการวางแผน การจัดองค์กร การบริหารคน หรือการเป็นผู้นำและการควบคุม มาเป็นบทบาทแห่งการสื่อกลางระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน พยายามเข้าใจความต้องการและความรู้สึกของผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งการสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงาน โดยเปลี่ยนจากฝ่ายบริหารไปสู่พนักงาน มาเป็นจากพนักงานไปสู่ผู้บริหาร หรือเพิ่มช่องทางในการเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ของพนักงานจากระดับล่างไปสู่ผู้บริหารทุกระดับ"

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว