
กิเลนรอยิงสิงห์เจ้าท่า
หลังจากเปิดทางให้แข้งออลสตาร์ไปโดน แอตเลติโก มาดริด สอนเชิง 30 ศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก ก็จะกลับมาฟาดแข้งกันตามเดิมในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่กลางสัปดาห์หน้า ทีมชาติไทยจะลงอุ่นเครื่องกับสิงคโปร์ ที่ยามาฮ่า สเตเดียม เมืองทองธานี วันพุธที่ 11 ส.ค. เวลา 18.00 น. ซึ่งสามารถหาซื้อบัตรเข้าชมกันได้แล้วที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ และร้านสตาร์ซอคเกอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 100 และ 200 บาท
กลับมาที่ศึกไทยลีก บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์นี้เป็นการพบกันระหว่าง
“กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด รับการมาเยือนของ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี วันอาทิตย์ที่ 8 ส.ค. เวลา 18.00 น. โดยเจ้าถิ่นครองจ่าฝูงทิ้งห่างชลบุรีอยู่ 5 แต้ม ขณะที่ทีมเยือนลงเตะ 7 นัดหลัง ชนะ 6 เสมอ 1 รั้งอันดับ 4 ของตารางเมืองทองฯ มีความเคลื่อนไหวพอสมควรในช่วงเปิดตลาดนักเตะ โดยล่าสุดเพิ่งได้ คานูเต อิบราฮิม และ อับดุล คูริบาลี 2 มิดฟิลด์ชาวไอวอรีโคสต์ มาเสริมแดนกลาง นอกจากนี้ยังคว้า กิตติพล ปาภูงา มาจากบีอีซี เทโรศาสน และยืม ณรงค์ชัย วชิรบาล มาจากอินทรีเพื่อนตำรวจ
อย่างไรก็ตาม กุนซือ เรเน เดอ ซาเยียร์ เตรียมใช้แกนหลักชุดเดิม ขาดเพียง ซูมาโฮโร ยายา ที่ย้ายไปลีกเบลเยียม แต่ เจษฎา จิตสวัสดิ์ ปราการหลังตัวเก๋า มองว่าอาจเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะทีมน่าจะมีความสมดุลมากขึ้น หลังจากต้องพึ่งพายายามากเกินไปในหลายครั้ง
ทีมกิเลนผยองตั้งเป้าว่า ถ้าอยากจะคว้าแชมป์ การลงเล่นในถิ่นต้องมองไปที่ 3 แต้มเท่านั้น ขณะที่
“เสือเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ นายใหญ่ทีมสิงห์เจ้าท่า คราวนี้มาแปลก โดยบอกตรงๆ “มีแต้มกลับบ้านก็บุญแล้ว”ปกติโค้ชเตี้ยขึ้นชื่อเรื่องโวลั่นโม้แหลกไว้ก่อน แต่คราวนี้มาแนวสงบเสงี่ยมเจียมตัว โดยยอมรับว่าเมืองทองฯ แกร่งทั่วแผ่นจริงๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นจิตวิทยาโยนแรงกดดันไปให้เจ้าถิ่นหรือเปล่า
แต่ก็ต้องยอมรับว่า สิ่งที่โค้ชเตี้ยพูดนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะฟอร์มในบ้านของเมืองทองฯ นั้นสุดยอดมาก เตะ 9 นัด ชนะ 8 เสมอ 1 โดยเฉพาะ 3 นัดหลังสุด ไล่ยิงเอสซีจี สมุทรสงคราม 50 ถล่มทีโอทีแคท เอฟซี 40 และทิ้งบอมบ์ศรีสะเกษ เอฟซี 60
ขณะที่ฟอร์มนอกบ้านของท่าเรือ ชนะแค่ 2 จาก 8 นัด แถมตอนนี้มีนักเตะเจ็บหลายคน ทำให้ต้องปรับทัพพอสมควร แต่แฟนท่าเรือพออุ่นใจได้บ้างที่ยังมี
“โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี เป็นตัวความหวังในการแก้มือ หลังเจอกันในเลกแรก ทีมสิงห์เจ้าท่าพ่ายยับเยิน 14เป็นที่ทราบกันดีครับว่า 2 ทีมนี้เคยมีเรื่องมีราวทะเลาะวิวาทกันมาก่อนในเกมชิงถ้วยพระราชทาน ก. เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้นการโคจรมาเจอกันอีกครั้งน่าจะเป็นเกมที่เข้มข้นและบู๊กันดุเดือดเต็มที่ ส่วนเรื่องความวุ่นวายระหว่างแฟนบอลทั้ง 2 ทีมเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะต่างเคยได้รับบทเรียนกันมาแล้ว
ถ้าจะหนัก ก็หนักกันในเกมการแข่งขัน เมื่อกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา ทุกคนก็กลับมาเป็นคนไทยที่รักในเกมลูกหนังเหมือนกันทั้งนั้น
ขอให้ดูฟุตบอลอย่างสนุกสนานนะครับ







