posttoday
ครูช่างยนต์ป่วยเป็นมะเร็งแบกก้อนเนื้อ10กก.สอนหนังสือ

ครูช่างยนต์ป่วยเป็นมะเร็งแบกก้อนเนื้อ10กก.สอนหนังสือ

10 พฤษภาคม 2559

เปิดปูมชีวิตครูนครสวรรค์ ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาป่วยเป็นมะเร็ง กัดฟันสู้ แบกก้อนเนื้อ10กก.ไปสอนหนังสือ

เปิดปูมชีวิตครูนครสวรรค์ ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาป่วยเป็นมะเร็ง กัดฟันสู้ แบกก้อนเนื้อ10กก.ไปสอนหนังสือ

จากกรณีที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คของตนเอง พร้อมรูปภาพชายที่กำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งเนื้องอก โดยมีข้อความระบุประมาณว่า มาให้กำลังใจชายคนในรูป ซึ่งมีอาชีพเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ระดับ ปวช.-ปวส. ของวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ที่กำลังต่อสู้กับชะตาชีวิตอย่างทรมานที่สุด เนื่องจากป่วยเป็นมะเร็งก้อนเนื้อที่บริเวณไหล่ข้างขวารุนแรง ถึงขั้นเป็นก้อนเนื้อบวมโต มีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม แต่ถึงแม้จะป่วยหนักขนาดนี้ ชายคนดังกล่าวก็ยังไม่ย่อท้อต่ออุสรรคและความเจ็บปวด เพียงเพราะใจที่รักต่อการสอนและยังเป็นห่วงลูกศิษย์ที่สอน เกรงว่าจะเรียนไม่จบ จึงทำให้ยังต้องไปสอนหนังสือที่วิทยาลัยตามปกติจนกระทั่งจบเทอมที่ผ่านมา
 
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูล ทราบว่า บุคคลที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติรายนี้ คือ นายวัชระ นาดี หรือครูเล็ก อายุ 49 ปี ตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคเหนือ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านพักเลขที่ 486 หมู่ 1 ต.หนองปลิง อ.เมืองฯ

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว พบ นายวัชระกำลังนั่งพักผ่อนหลบแดดอยู่ในเปลญวน ใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่ ในสภาพนุ่งกางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืดคอกลมคลุมร่างเพื่อปิดบังก้อนเนื้อมะเร็งที่ใหญ่โตบริเวณไหล่ขวาไม่ให้โดนแดด และนอกจากนี้ ที่ข้อมือขวาของนายวัชระ ยังพบว่า ถูกแพทย์ตัดออกไปจากการประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2538 ด้วย
 
สอบถาม นายวัชระ เล่าว่า สอนหนังสืออยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคเหนือ จ.นครสวรรค์ มานานกว่า 20 ปีแล้ว เมื่อปี 2538 ประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง จนต้องถูกตัดข้อมือด้านขวาทิ้ง ซึ่งก็เกิดผลกระทบมาจนถึงเดือนธนวาคม ปี 2557 ตนรู้สึกปวดและมีอาการบวมที่หัวไหล่ข้างขวา จึงได้ไปตรวจวินิฉัยอาการ ก็พบว่า ตนเป็นมะเร็งเนื้องอก จนแทบตั้งตัวไม่ทัน แต่ภายหลังจากที่รู้ว่าตนเป็นมะเร็งแล้ว ก็เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งใน กรุงเทพฯ ต้องให้คีโมอยู่หลายครั้ง หมดเงินไป 3 แสนกว่าบาท แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถปราบมะเร็งเนื้องอกที่เกิดขึ้นกับตนให้อยู่หมัดได้ หนำซ้ำ เนื้องอกที่เกิดจากมะเร็งยังโตขึ้นเรื่อยๆ ถึงปัจจุบัน เนื้องอกมะเร็งดังกล่าวมีน้ำหนักมากว่า 10 กิโลกรัมแล้ว และการรักษายังไม่มีหนทางที่จะทำให้ตนทุเลาเบาบางลง
 
นายวัชระ เล่าต่อว่า แม้โชคชะตาจะประทานความโชคร้ายมาให้แก่ตน แต่ที่ผ่านมา ตนก็ไม่เคยจะรู้สึกว่า สิ่งที่เป็นอยู่ มันจะมีอุปสรรคมากมายต่อชีวิต แม้โรคที่มันทำให้เจ็บ มันก็ไม่สามารถทำให้ตนย่อท้อไปกับสังขาลและความเจ็บปวด โดยที่ผ่านมา ตนยังคงสอนหนังสือลูกศิษย์ ด้วยอาการเนื้องอกบวมโตจากมะเร็งมาโดยตลอด ควบคู่ไปกับการรักษา โดยมีเหตุผลที่ตนเกรงว่า นักศึกษาที่ตนสอนอยู่จะไม่จบ ซึ่งการที่ตนประสบชะตากรรมแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่ท้อ แต่เพราะหน้าที่ต่างหาก เราต้องทำมันต่อไป
 
“ผมป่วยด้วยโรคนี้ มันทรมานมาก ทุกวัน เวลาจะเดินเหินไปไหน หรือแม้กระทั่ง เวลาที่ไปสอนหนังสือ มันจะรู้สึกปวดหน่วงๆ แต่ผมก็มีความจำเป็นที่จะต้องไปสอนลูกศิษย์ เพราะผมเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนอาการของผม หากรักษาไม่หาย ก็ไม่เป็นไร แต่อาชีพความเป็นครูของผมยังดำรงอยู่ ผมมีใจเกินร้อยที่จะไปสอนลูกศิษย์ในปีการถึงษาถัดไป จนกว่าตัวเองจะไม่ไหว”
 
เมื่อถามถึงความช่วยเหลือ นายวัชระ บอกว่า ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยที่ตนสอนอยู่ บอกให้ตนหยุดงานเพื่อไปรักษาตัวให้ดีก่อน แล้วค่อยกลับสอนลูกศิษย์ใหม่ โดยท่านก็เมตตาให้โอกาส แต่ตนมองว่า หลายปีที่ผ่านมา ตนก็รักษาจนหมดเงินไปกว่า 3 แสนบาทแล้ว และก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งในเมื่อไม่แน่ใจว่ามันจะหายไหมหรือจะรักษาให้มันทุเลาลงได้หรือไม่ จึงขอใช้ชีวิตที่ยังอยู่ ใช้ความรู้ที่มีสอนหนังสือให้กับนักศึกษา ไปจนของสุดท้ายของชีวิตจะดีกว่า ตนว่าใจนเกินร้อยแน่นอน ส่วนการรักษาขณะนี้ ได้มีการทำเรื่องย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลมะเร็ง จ.ลพบุรีแล้ว โดยมีความหวังว่า อาการจะทุเลาเบาบางลงไป
 
สำหรับนายวัชระ มีเงินเดือน 16,000 บาท และหากต้องหยุดงานเพื่อไปรักษาอาการเกิน 3 เดือน ก็อาจจะไม่ได้กลับมาทำงานอีก ที่ผ่านมานายวัชระได้ใช้เงินที่ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคเหนือ จัดสวัสดิการ ในการรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับอาจารย์ของวิทยาลัย จำนวนปีละ 100,000 บาทหมดแล้ว และยังต้องมีค่ารักษาต่อต่อไป ซึ่งหากผู้มีจิตศรัทธารายได้ ต้องการให้ความช่วยเหลือในเรื่องแนะนำการรักษา หรือบริจาคได้ทางบัญชีนายวัชระ นาดี ธนาคาร กรุงไทย ออมทรัพย์ สาขา นครสวรรค์ เลขที่ บัญชี 6051835539

ทั้งนี้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 ได้รับทราบเรื่องราวของ ‘ครูเล็ก’ แล้ว และมีมาตรการดูแล 3 ทาง ได้แก่

1.เรื่องค่าใช้จ่าย สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกินจากที่เบิกได้นั้นทางโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจะรักษาให้ฟรี ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าสำรองยา ค่าเดินทาง เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
2.ส่งทีมหมอครอบครัวไปให้การช่วยเหลือถึงบ้าน

และ3.เตรียมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาเฉพาะทางของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อช่วยทำการรักษาด้วยรังสีรักษาต่อไป.

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย