
เลือกใช้หลอดไฟในบ้าน...ให้เป็น
กรีนพีซ ภูมิภาคเอเชีย นำเสนอวิธีที่ฉลาด คือ ใช้ให้น้อยลง เริ่มจากสิ่งรอบข้างอย่างไฟฟ้า นำมาต่อยอดความคิดให้คุณ หันไปดูดวงไฟในบ้านสิว่า ประสิทธิภาพ ราคา กับผลที่ให้ในระยะยาว คุ้มค่าแค่ไหน
การผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องใช้พลังงานมาก พลังงานความร้อนส่วนใหญ่ได้มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ก๊าซ หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การใช้เครื่องทำน้ำอุ่นหรือเครื่องทำความร้อนนั้น เป็นสิ่งที่ไร้ประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนที่ไฟฟ้าจะถูกส่งไปถึงบ้านของพวกเรานั้น พลังงานประมาณ 60% ในโรงไฟฟ้าจะหายไปในรูปของความร้อนสูญเปล่า และอีก 10% หายไปกับสายส่งไฟฟ้าและหม้อแปลง
หลอดไฟดี ประหยัดอย่างไร
เปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้มาใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ (CFLs) แทน หลอดฟลูออเรสเซนต์ใช้ไฟน้อยกว่าหลอดไส้ถึง 4 เท่า และใช้งานได้นานกว่า 8 เท่า (8,000 ชั่วโมง แทนที่จะได้แค่ 1,000 ชั่วโมง) หลอดฟลูออเรสเซนต์จะมีราคาแพงกว่า แต่คุณจะเปลี่ยนหลอดใหม่น้อยกว่าถึง 8 เท่า และยังกินไฟน้อยกว่าด้วย ซึ่งนั่นทำให้มันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในบ้าน อย่างน้อยที่สุดควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์แทนหลอดไส้ในโคมไฟทุกดวงที่ใช้งานวันละ 30 นาทีขึ้นไป
ถ้าเป็นหลอดตะเกียบจะยิ่งมีประสิทธิ ภาพสูงกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม และใช้งานได้นานกว่า 12 หมื่นชั่วโมง เพียงแค่ใช้หลอดตะเกียบกับบัลลาสต์และสตาร์ตเตอร์แบบใหม่ที่ไม่ต้องรอกะพริบ และไฟติดสว่างทันทีก็จะเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก 20%
ส่วนอีกทางเลือกหนึ่ง คือ หลอดฟลูออเรสเซนต์พร้อมขายึด บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของขายึดจะมีอายุการใช้งานนานถึง 4 หมื่นชั่วโมง และสามารถแยกเปลี่ยนเฉพาะหลอดไฟได้ในราคาที่ต่ำกว่า ทั้งหลอดฟลูออเรสเซนต์และหลอดตะเกียบจะหาได้ในขายึดแบบที่ปรับแสงสลัวได้ นี่เป็นสิ่งที่เพิ่มทั้งความสะดวกสบาย ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และยังยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟได้อีกด้วย
หันมาใส่ใจหลอดไฟในบ้าน
สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ควรหลีกเลี่ยงโคมไฟแบบฝังที่ใช้หลอดฮาโลเจน ซึ่งโดยปกติใช้พลังงานถึง 300 วัตต์ หรือมากกว่านั้นเพื่อผลิตความร้อน และคุณควรใส่ใจในเรื่องหลอดไฟประจำจุดต่างๆ รู้จักเลือกใช้วัตถุสะท้อนแสงและหลอดไฟตามทางเพื่อให้แสงสว่างเฉพาะจุดที่คุณต้องการ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้อีก 50% และทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นด้วย
เมื่อหลอดฟลูออเรสเซนต์หมดอายุการใช้งาน ควรหาวิธีกำจัดที่เหมาะสม เพื่อที่สารปรอทที่อยู่ข้างในจะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ และถึงแม้ไม่ได้นำไปรีไซเคิล หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะหลอดกินไฟและหลอดฮาโลเจนที่ไร้ประสิทธิภาพนั้น จะก่อให้เกิดหายนะทางสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงมากได้ ทั้งนี้รวมถึงการปล่อยสารปรอทจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน (แต่ทางที่ดีควรนำหลอดฟลูออเรสเซนต์ไปรีไซเคิล)
การเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพสูง ยังทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งมีผลดี คือ เพิ่มความสะดวกสบายและสุขภาวะที่ดี แต่ในอีกแง่หนึ่งมันทำให้สิ้นเปลืองไฟได้ อย่างเช่น การเปิดไฟทิ้งไว้ขณะที่เราไม่ได้ใช้ เช่น เวลาออกจากห้อง เพราะเราเข้าใจผิดว่าการเปิดๆ ปิดๆ หลอดฟลูออเรสเซนต์นั้นสิ้นเปลือง แต่โดยหลักทั่วไปแล้ว เราควรปิดไฟเสมอเมื่อออกจากห้องหรือบ้าน
รักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การเลือกเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพก็เป็นประโยชน์อย่างมากร่วมด้วย เพราะเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพจะกินไฟน้อยกว่าเครื่องใช้ประเภทเดียวกันที่ด้อยประสิทธิภาพ 210 เท่า และโดยมากยังมีคุณภาพดีกว่าและใช้งานได้นานกว่าอีกด้วย พูดง่ายๆ คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณประหยัดทั้งไฟและเงินได้มาก
ในหลายประเทศมีกฎข้อบังคับที่ต้องติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพไว้ในเครื่องใช้แทบทุกประเภท ในยุโรป รูปแบบฉลาก A++ หมายถึงประสิทธิภาพที่ดีที่สุด รองลงไปก็คือ A+, A, B และ D ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพที่ลดหลั่นลงไปตามลำดับ ในสหรัฐอเมริกา มีการใช้สัญลักษณ์ดาวในฉลากพลังงาน และสำหรับประเทศไทยใช้ตัวเลข 1, 2, 3, 4 และ 5 เพื่อบอกถึงประสิทธิภาพการประหยัดไฟ ฉลากเบอร์ 5 หมายถึง ประหยัดไฟได้มากที่สุด แต่โดยมากผู้ผลิตก็จะขายแต่เบอร์ 5 เท่านั้น สมัยนี้
ถ้าคุณเปลี่ยนหลอดไฟและเลือกใช้ของมีคุณภาพ สมราคา นอกจากจะลดค่าไฟแล้ว ยังไม่ทำร้ายโลกเพิ่มด้วย







