
เช็กสุขภาพ ยืดชีวิตให้ยืนยาว
การตรวจคัดกรองทางด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับอายุนับเป็นทางเลือกต้นๆ ในการป้องกันตัวเองจากความเจ็บป่วย เพราะการตรวจคัดกรองจะทำให้ตรวจพบโรคได้แต่เนิ่นๆ จึงรักษาได้ง่ายกว่า ช่วงอายุที่ควรเริ่มต้นตรวจคัดกรองสุขภาพเป็นประจำนั้นขึ้นอยู่กับเพศ อายุ ประวัติสุขภาพ ประวัติครอบครัว และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงที่เราทุกคนน่าจะปฏิบัติได้ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวของคุณไงล่ะ
การตรวจคัดกรองทางด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับอายุนับเป็นทางเลือกต้นๆ ในการป้องกันตัวเองจากความเจ็บป่วย เพราะการตรวจคัดกรองจะทำให้ตรวจพบโรคได้แต่เนิ่นๆ จึงรักษาได้ง่ายกว่า ช่วงอายุที่ควรเริ่มต้นตรวจคัดกรองสุขภาพเป็นประจำนั้นขึ้นอยู่กับเพศ อายุ ประวัติสุขภาพ ประวัติครอบครัว และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงที่เราทุกคนน่าจะปฏิบัติได้ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวของคุณไงล่ะ
ผู้ชายควรเข้ารับการตรวจ
คัดกรองอะไรบ้าง
1.ตรวจคอเลสเตอรอลอย่างน้อยทุกๆ 5 ปี โดยเริ่มตรวจที่อายุ 35 ปี แต่ถ้าสูบบุหรี่หรือเป็นเบาหวาน หรือมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจให้เริ่มตรวจคอเลสเตอรอลตั้งแต่อายุ 20 ปี
2.วัดค่าความดันโลหิตอย่างน้อยทุกๆ 2 ปี จะได้รู้ว่าตัวเองมีปัญหาในเรื่องความดันสูง ความดันต่ำหรือไม่
3.เริ่มตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเมื่ออายุ 50 ปี โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรตรวจด้วยวิธีใด ซึ่งความถี่ในการตรวจจะขึ้นอยู่กับวิธีการตรวจนั้นๆ ด้วย
4.ตรวจหาเบาหวาน หากมีความดันโลหิตสูงหรือคอเลสเตอรอลสูง
5.ตรวจหาภาวะซึมเศร้า หากรู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง หรือสิ้นหวัง ขาดความสนใจต่อสิ่งรอบตัว หรือขาดความสุขในการทำสิ่งต่างๆ ติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์
6.ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
7.ตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยการตรวจเลือดเพื่อหาค่า PSA (Prostate Specific Antigen) และตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination : DRE) และ/หรือตรวจคัดกรองด้วยอัลตราซาวด์ อายุที่เริ่มตรวจและความถี่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แนะนำ
ผู้หญิงควรมีการตรวจ
คัดกรองตามนี้
1.ตรวจคอเลสเตอรอล โดยเริ่มต้นที่อายุ 45 ปี ถ้าสูบบุหรี่หรือเป็นเบาหวาน หรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจให้เริ่มตรวจคอเลสเตอรอลตั้งแต่อายุ 20 ปี
2.วัดค่าความดันโลหิตอย่างน้อยทุกๆ 2 ปี เพื่อเช็กว่าความดันอยู่ในระดับปกติหรือไม่
3.ตรวจมะเร็งเต้านม ทำแมมโมแกรมทุกๆ 1-2 ปี โดยเริ่มต้นที่อายุ 40 ปี
4.ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจแปปสเมียร์ทุกๆ 1-3 ปี ถ้ายังมีเพศสัมพันธ์หรืออายุมากกว่า 21 ปีขึ้นไป
5.ตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเริ่มต้นที่อายุ 50 ปี โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรตรวจด้วยวิธีใด และความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับวิธีการตรวจนั้นๆ
6.ตรวจหาเบาหวาน ถ้ามีความดันโลหิตสูงหรือมีคอเลสเตอรอลสูง
7.ตรวจหาภาวะซึมเศร้า ถ้ารู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง หรือสิ้นหวัง ขาดความสนใจต่อสิ่งรอบตัว หรือไร้ความสุขในการทำสิ่งต่างๆ ติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์
8.ตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน โดยการวัดความหนาแน่นของกระดูก ถ้ามีอายุระหว่าง 60-65 ปี และมีน้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรตรวจหรือไม่
9.ตรวจหาเชื้อคลาไมเดีย (เชื้อแบคทีเรียที่ซ่อนอยู่ในจุดซ่อนเร้น) และตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ควรมีการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมคือ
1.ตรวจการได้ยินเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มต้นที่อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินเพิ่มสูงขึ้น
2.ตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี เริ่มต้นที่อายุ 45 ปี ซึ่งมักจะเป็นช่วงวัยที่เริ่มมีปัญหาทางด้านสายตา
3.พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันปีละ 1-2 ครั้ง
น้ำเปล่าคือยาอายุวัฒนะชั้นดี
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีสุขภาพดี คนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายวันหรือเป็นสัปดาห์โดยปราศจากอาหาร แต่หากปราศจากน้ำแล้ว เราจะเสียชีวิตภายใน 3 วัน
โดยปกติแล้วร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่าครึ่งหนึ่ง ในกระดูกมีน้ำอยู่ 3 ใน 4 ในสมองก็มีน้ำอยู่ถึง 1 ใน 3 น้ำมีอยู่ในทุกๆ เซลล์และทุกเนื้อเยื่อของร่างกาย และเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ตั้งแต่การหายใจ การกิน ไปจนถึงการใช้ความคิดก็ล้วนแต่ต้องอาศัยน้ำทั้งสิ้น
เราจึงควรดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดทุกๆ 1-2 ชั่วโมง และควรดื่มให้ครบ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร ในแต่ละวัน หากทำกิจกรรมที่สูญเสียพลังงานก็ต้องดื่มน้ำมากขึ้นด้วย ดังคำพูดที่ เฮนรี เดวิด เทอโร นักประพันธ์ชาวอเมริกันได้เคยกล่าวไว้ว่า "เครื่องดื่มของคนฉลาด มีเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น"







