posttoday
ภัยแท็กซี่ ระวังไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน

ภัยแท็กซี่ ระวังไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน

20 เมษายน 2559

โดย...บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

โดย...บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เรื่องของภัยแท็กซี่มีให้ได้ยินอยู่เสมอ ต้องนับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่น่ากลัวจริงๆ กรณีหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะยังต้องขึ้นแท็กซี่ในบางครั้งที่จำเป็น ก็ต้องระวังให้มาก หาความรู้และอัพเดทข้อมูลต่างๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเอง เรื่องแบบนี้ไม่รู้ว่าจะหวยออกที่เราเมื่อไหร่ ถึงคราวคับขันจวนตัว จะได้เอาตัวรอดปลอดภัย

พ.ต.ท.เฉลิมเกียรติ อ่องรุ่งเรือง สารวัตรฝ่ายสื่อวิทยุกระจายเสียง กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เล่าว่า แท็กซี่ที่ดีมีมาก แต่แน่นอนว่าที่เป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมาก็มีอยู่ ประชาชนจะต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้บริการ เริ่มต้นจากเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นแท็กซี่ และข้อควรปฏิบัติขณะโดยสารบนรถแท็กซี่

1.โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน ผู้โดยสารที่มีสมาร์ทโฟน ต้องตรวจสอบแบตเตอรี่ก่อนขึ้นรถแท็กซี่ว่าพร้อมหรือไม่ และควรมีเพียงพอสำหรับการใช้งานเสมอ

2.เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่แล้ว ให้เปิดสัญญาณจีพีเอส (GPS) ไว้ กรณีที่มีปัญหาจะง่ายต่อการติดตาม

3.โทรศัพท์ไปบอกคนที่บ้าน เพื่อน หรือบุคคลที่สาม โดยพูดดังๆ (ให้แท็กซี่ได้ยิน) ว่าเรากำลังจะไปไหน จากเส้นทางไหนไปไหนอย่างไร จะใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ ช่วยป้องปรามมิจฉาชีพด้วยมีพยานเป็นบุคคลที่ปลายสายโทรศัพท์อีกด้าน

4.ปัจจุบันมีการให้บริการรถแท็กซี่หลายรูปแบบ การเรียนแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ นับเป็นขั้นตอนที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากผู้ขับต้องจดทะเบียนและมีระบบที่ตรวจสอบได้

5.เมื่อนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ สังเกตหมายเลขทะเบียนรถและป้ายแสดงชื่อคนขับตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งต้องแสดงไว้ที่ประตูหลังและคอนโซลหน้ารถด้านซ้าย จดจำสีและยี่ห้อรถ จดรายละเอียดทุกอย่างหรือใช้มือถือถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานเสมอ นอกจากนี้ให้สังเกตว่าใบอนุญาตขับขี่ที่แปะไว้หน้ารถมีรูปถ่ายที่ตรงกับคนขับตัวจริงหรือไม่

6.สังเกตพฤติกรรมคนขับ ถ้าผิดสังเกตให้เพิ่มความระมัดระวัง อ้างเหตุขอลงในที่ชุมชน เพื่อเปลี่ยนรถทันที

7.ไม่ควรพูดหรือเผยให้คนขับรู้ว่า เราไม่รู้เส้นทาง กรณีที่ไม่รู้เส้นทางจริงๆ ควรหาความรู้ก่อนเรียกหรือโดยสารแท็กซี่

8.ถ้าจุดหมายมีทางเลือกไปได้หลายเส้นทาง ให้เลือกเส้นทางที่ปลอดภัย ไม่เลือกเส้นทางที่เปลี่ยว ไม่เลือกเส้นทางลัดหรือไม่คุ้นเคย ถ้าจำเป็นต้องขึ้นทางด่วนให้ขึ้นทางด่วน อย่าเสียดายเงิน เพราะบนทางด่วนมีกล้องบันทึกภาพที่ใช้เป็นหลักฐานได้ ติดตามเส้นทางที่ไปได้

9.มีสติตลอดเวลา หากดื่มฉลองหรือเมา ควรมีเพื่อนโดยสารติดรถมาด้วย (ถ้าเราเมา เพื่อนต้องไม่เมา ไม่ใช่เมาด้วยกันทั้งคู่) การแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีต้องมิดชิด ไม่โป๊หรือล่อแหลม เพื่อความความปลอดภัยของตัวเราเอง

10.อย่าหลับบนรถแท็กซี่เด็ดขาด ไม่ว่าจะเหนื่อย เมาหรืออยากหลับเพียงใด การพกอุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น มีดพก ต้องระวัง บ่อยครั้งที่คนร้ายช่วงชิงไป กลายเป็นอาวุธที่กลับมาทำร้ายตัวเราเอง

14.บอกคนขับให้ปลดล็อกประตูรถในกรณีที่ล็อกอยู่ หรือปุ่มล็อกจมหายลงไปในประตู และถ้าคนขับจอดรถก่อนถึงที่หมาย ไม่ว่าเขาจะอ้างเหตุอะไรก็ตาม ให้เปิดประตูลงมายืนนอกรถทันที ผิดหูผิดตาก็วิ่งเลย

15.กรณีโชคร้ายเจอแท็กซี่ไม่ดี ต้องมีสติ ให้เปิดกระจกตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง และโทรติดต่อบุคคลที่สามทันที (ถ้าโทรติดแล้วให้เปิดสายทิ้งไว้เลย) เวลาตะโกนขอความช่วยเหลือ ใช้คำว่า “ตำรวจช่วยด้วย ตำรวจมาแล้วๆๆ” อย่าตะโกนว่าช่วยด้วยเฉยๆ หรือร้องวี้ดว้าย

16.ควรเก็บบันทึกเบอร์ด่วนแจ้งเหตุไว้ในมือถือ (Favoirtes) เพราะถึงเวลาจวนตัวเข้าจริงๆ ส่วนใหญ่ลืมเบอร์ด้วยความตกใจ นอกจากสายด่วน 191 แล้ว ยังมีหมายเลขฉุกเฉินของศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (24 ชม.) 1599 อย่าไว้ใจตัวเองว่าจะจำได้ รวมทั้งเบอร์สายด่วนสถานีวิทยุจราจร เช่น จส.100 (1137) สวพ.91 (1644) และสถานีจราจรเพื่อสังคม (1255)

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน