
เว่อร์วัง อลังการ...ของหรู... แค่มีเงินใช่ว่าจะได้ครอบครอง
มีเงินเขานับว่าน้อง...มีทองเขานับว่าพี่...ประโยคนี้คงไม่เพียงพอ สำหรับที่จะให้ดำรงสถานะสูงสุดในวงสังคม
โดย...กองบรรณาธิการ
มีเงินเขานับว่าน้อง...มีทองเขานับว่าพี่...ประโยคนี้คงไม่เพียงพอ สำหรับที่จะให้ดำรงสถานะสูงสุดในวงสังคมในยุคปัจจุบันนี้ได้ เพราะมีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมากมายตามยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนไป ขณะเดียวกันเศรษฐีที่มั่งคั่งอยู่เดิมแล้วได้ยกระดับสถานะตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยประวัติความร่ำรวยที่ต้องถูกตรวจสอบรสนิยมและสถานะ ก่อนที่จะได้ครอบครองวัตถุที่เสริมบารมีให้มั่งคั่งกว่าเดิม ที่มิใช่ว่าเศรษฐีที่เกิดขึ้นอย่างดาษดื่นและรวดเร็วจะเข้าถึงได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าแบรนด์ดังรุ่นลิมิเต็ด... หรือรถยนต์หรูแพงระยับ...
เรื่องราวต่อไปนี้ คนธรรมดาทั่วไป...คงยากที่จะเข้าใจ...
“แอร์เมส” มีเงิน (ล้าน) ก็ต้องรอ...
กระเป๋ายี่ห้อนี้ไม่มีไว้ขายให้คนทั่วไป แอร์เมส แบรนด์เครื่องหนังชั้นสูงของประเทศฝรั่งเศส กระเป๋าใบหรูคุณภาพเลิศคัดสรรวัสดุหนังแท้ผลิตจากหนังจระเข้ นกกระจอกเทศ หรือถ้าเป็นหนังวัวก็เลี้ยงในสถานที่พิเศษซึ่งเป็นแหล่งน้ำและหญ้าอุดมสมบูรณ์ 3 แห่ง คือ เยอรมนีตอนเหนือ รัสเซีย และโปแลนด์ ทำให้วัวเลี้ยงมีขนอ่อนตลอดทั้งตัว เมื่อนำมาฟอกได้กลิ่นหอมอ่อน หรือหนังพิเศษจากสัตว์เลื้อยคลาน Varanus salvator ก็คือรุ่นหายากราคาสูงลิ่ว 7 หลักขึ้นไป ผลิตได้ปีละไม่ถึงสิบใบ ใช้วีธีตัดเย็บด้วยมือ แม้ราคาแสนแพงก็มียอดสั่งจองรอกันข้ามปี
แล้วถึงแม้จะมีผู้แย้งว่าก็ (เคย) ซื้อได้นะ ถ้าเดินเข้าช็อปแล้วมีสินค้าวางอยู่ แต่นั่นก็เป็นของที่กันไว้สำหรับ “วีไอพี” ลูกค้าที่ซื้อสินค้ากันประจำ (เท่านั้น) เพราะนี่คือนโยบายหลักของกระเป๋าแบรนด์เนมระดับโลก กระเป๋าหนังแอร์เมสที่เศรษฐีทั้งหลายยกเป็น Icon ในดวงใจ กระหายใคร่อยากครอบครอง
มาร์ค ธาวิน แฮร์สไตลิสต์ชื่อดังผู้ได้ครองกระเป๋าแอร์เมสมากมายหลายใบ ซึ่งไม่ยอมเปิดเผยจำนวน แต่จากที่เห็นโพสต์ผ่านอินสตาแกรมก็น่าจะเกิน 50 ใบแน่ๆ แล้วถึงมีมากมาย ก็ยังมีใบที่รอคอยมานานและต้องจองคิวผ่านฮันเตอร์ซึ่งเป็นตัวแทนไปหาซื้อกระเป๋าแบรนด์ดังๆ มาขายให้อีกต่อ มาร์ค บอกว่า Waiting List เข้าคิวยาวเหยียดเพื่อจับจองแอร์เมส รุ่นหนังจระเข้หิมาลายา gris genres สีเทาหายากมากๆ ใบนี้ ซึ่งแต่ละปีผลิตไม่ถึง 10 ใบ
“รอมานานเกือบ 4 ปีแล้วครับ และฮันเตอร์ที่ผมใช้อยู่ก็มีสายวิ่งอยู่ทั่วโลกส่งข่าวว่าเดือนนี้กระเป๋าใบนี้ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม rare (หายาก) กำลังจะออกขายอีกครั้งในราคาเกือบๆ 4 ล้านบาท และนี่คือราคาของฮันเตอร์ซึ่งแพงกว่าในร้านราว 3 เท่าครับ ถามว่าทำไมผมจึงยอมจ่ายในราคาแพงกว่าให้ฮันเตอร์ ก็เพราะผมเล่นกระเป๋า ซื้อมาทั้งใช้ ทั้งสะสม และเป็นการลงทุนอีกทางหนึ่งด้วย สีหายากๆ ฮันเตอร์สามารถหามาให้เราได้ครับ ขณะที่ในช็อปมีแต่สีไม่ป๊อปปูลาร์ ใบละไม่กี่แสนบาทก็จริง แต่วางโชว์สีไหนก็ต้องซื้อสีนั้น เลือกไม่ได้เลย” มาร์ค กล่าวถึงกระเป๋าที่เตรียมเงินล้านไว้คอยซื้อนานแล้ว
อีกวิธีที่จะซื้อกระเป๋าในช็อปของแอร์เมสได้ คือต้องเป็นลูกค้าวีไอพี มาร์ค บอกว่าต้องซื้อสินค้ากลุ่มต่างๆ เช่น รองเท้า เข็มขัด เสื้อผ้า จิวเวลรี่ ในราคา 1 เท่าของราคากระเป๋าใบที่ต้องการ ซึ่งในมุมของเขาคิดว่าไม่คุ้ม แล้วยังต้องเสียเวลาเดินทางไปทุกๆ 6 เดือน เพื่อช็อปปิ้งสินค้าโน่นนี่ในร้านแอร์เมสทั่วโลก แล้วแต่ใครจะเลือกเป็นวีไอพีฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฯลฯ เพื่อให้ได้ promise อยู่ในโควตาพันธสัญญาว่าเมื่อมีสินค้าก็จะเป็นผู้ได้ซื้ออันดับต้น
“ก็ต้องรอคิวซื้ออยู่ดีนะครับ สีทั่วไป 6 เดือน แล้วเมื่อมีกระเป๋าให้ซื้อก็อาจมี แต่สีก็ไม่เป๊ะ ไม่ถูกใจอีกเป็นสีรอง ซึ่งก็อยู่ที่ลูกค้าจะตัดสินใจ สีหายากอาจรอถึง 2 ปีขึ้นไป ผมเลือกกำหนดรุ่น สี ไซส์ ซื้อกับฮันเตอร์ไปเลยดีกว่าครับ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ผมไม่ได้เป็นวีไอพี เพราะเอาเงินไปทุ่มกับฮันเตอร์หมดแล้ว (หัวเราะ) แล้ววีไอพีก็ไม่ใช่ว่าใครจะชี้เอารุ่นนั้นรุ่นนี้ได้ แอร์เมสรุ่นหายากอีกใบคือรุ่นที่มี 2-3 สีในใบเดียวกัน ต้องวีไอพีท็อปสเปนเดอร์ คุณจึงจะสามารถวางออร์เดอร์ขอจองได้
รุ่นฝังเพชรแท้ตรง Hardware ตรงฝาโลหะ-กุญแจ ราคาในช็อป 8 ล้านกว่าบาท แต่ใครมีเงินเดินเข้าไปในร้านก็สั่งซื้อได้เลย ซึ่งผมมองว่ามันไม่จำเป็นเลยครับ แต่ก็ได้ซื้อมีถืออยู่นะ (หัวเราะ) ไม่ใช่ใบโปรดครับ แน่ๆ ว่าใครถือกระเป๋าใบนี้ก็อัพเกรดให้ตัวเองไฮเอนด์สุดๆ ซึ่งสำหรับผมใครก็สั่งได้เมื่อมีเงิน แต่กระเป๋าที่สั่งแล้วต้องรอนานไปบ้างคือศักดิ์ศรีที่เหนือกว่าสำหรับนักเล่นกระเป๋า ความหายากมีคุณค่าที่สุดนะครับ กระเป๋าใบละ 2-3 ล้านคือความภาคภูมิใจที่เราถืออยู่ในมือ
สำหรับผมที่เป็นคนเล่นกระเป๋าแอร์เมส กระเป๋าที่มีเงินแล้วไปสั่งซื้อได้เลยไม่ต้องรอนาน ถึงราคาร่วมแปดหลัก ก็ไม่ใช่กระเป๋าที่ดีมีค่าที่สุดของเรานะครับ” มาร์ค ย้ำทิ้งท้ายอีกที
รถสปอร์ต ที่ไม่ใช่แค่หรู ราคาแพง
รถสปอร์ตหรู ดีไซน์โฉบเฉี่ยวมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของผู้ที่หลงใหลความเร็วอยากมีไว้ครอบครอง แต่สำหรับบางรุ่นก็ใช่ว่าจะซื้อหามาครอบครองกันได้ง่ายๆ เสมอไป
ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 6 ปี บริษัท คาวาลลิโนมอเตอร์ ผู้นำเข้ารถยนต์สปอร์ต “เฟอร์รารี” อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้นำความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เฟอร์รารีที่มีความเฉพาะตัว และเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการผลิตทั่วโลกเพียง 7,000 คัน/ปี มาสู่ประเทศไทย
นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ เล่าว่า จำนวนรุ่นรถที่ผลิตออกสู่ตลาดของเฟอร์รารี ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ไม่ใช่เฉพาะเพียงเป็นรถสปอร์ตเท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับความต้องการสำหรับครอบครัว คู่รัก คนโสด ผู้ชื่นชอบกีฬา ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์แต่มีความเฉพาะตัวแบบต่างๆ พร้อมกันนั้นความเป็นเฟอร์รารีมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุตกแต่งได้เองยิ่งทำให้มีความเฉพาะตัวและบางคันเป็นคันเดียวในโลกจากการเลือกวัสดุเฉพาะ
เฟอร์รารี จึงไม่ใช่รถยนต์ที่มีค่าแค่เก็บไว้ในโรงรถเท่านั้นแต่ยังสามารถตอบสนองการใช้งานได้จริง หากแต่ผู้ที่ชื่นชอบการสะสม เฟอร์รารี ก็มีรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นให้สะสมเป็นรางวัลสำหรับคนที่รักและชื่นชอบในแบรนด์อย่างแท้จริง
แต่การครอบครอง รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ไม่ใช่เพียงแต่มีเงินหรือมีเฟอร์รารีจอดในโรงรถ แล้วจะสามารถเป็นเจ้าของได้ ด้วยเงื่อนไขของ เฟอร์รารี ทั่วโลกระบุไว้ว่า ผู้ที่จะสามารถเป็นเจ้าของรถ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นได้ต้องเป็นเจ้าของ เฟอร์รารี มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 คัน นอกจากนั้น หลักเกณฑ์การพิจารณายังรวมไปถึงการร่วมกิจกรรมกับ เฟอร์รารี มาอย่างต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งความจงรักภักดีต่อแบรนด์ที่ต้องมีอยู่ในสายเลือดทีเดียว
“สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราได้ถ่ายทอดให้แฟนเฟอร์รารีชาวไทยได้รับทราบ ซึ่งล่าสุดในรุ่น ลาเฟอร์รารี ที่มีผลิตเพียงทั่วโลก 499 คัน มีแฟนเฟอร์รารีในประเทศไทยได้ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ได้ส่งไปเมื่อ 2 ปีก่อนจำนวน 1 รายเท่านั้น”
อย่างไรก็ตาม เฟอร์รารี รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นไม่ใช่เป็นแค่รางวัลให้แฟนๆ พันธุ์แท้ได้ครอบครอง แต่เป็นอะไรที่ให้มากกว่า ตัวอย่างเช่น เฟอร์รารีรุ่น 250 จีทีโอ ปี 1962 และเฟอร์รารี 335 ปี 1957 ซึ่งเป็นรุ่นคลาสสิก เปิดให้ประมูลในระดับโลกซึ่งราคาเกินหลักพันล้านบาทต่อคัน
ปัจจุบันผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของเฟอร์รารีไม่ได้มองเป็นแค่รถยนต์เท่านั้น แต่ยังมองเป็นสินทรัพย์ และการลงทุนอย่างหนึ่ง เนื่องด้วยหากซื้อเฟอร์รารีในวันนี้ค่าเสื่อมราคาในอีก 4-5 ปีจากนี้ลดลงในระดับต่ำมาก ในขณะที่บางรุ่นกลับมีราคาสูงขึ้นจนมีกำไรด้วยซ้ำ จึงทำให้มุมมองของเฟอร์รารีที่มีต่อลูกค้าในปัจจุบันคือ การลงทุนอย่างหนึ่งเช่นเดียวกับการฝากเงินในธนาคาร การซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือการซื้อหุ้น
ปัจจุบันมีลูกค้าบางรายได้จองเฟอร์รารี รุ่นปี 2019 แม้ว่าจะยังไม่เปิดตัวเสียด้วยซ้ำเพื่อจองโควตา ซึ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ ผู้บริโภคกลุ่ม A++ มองเฟอร์รารีไม่ใช่เป็นแค่รถ แต่เป็นการลงทุนหรือการออมทรัพย์ในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งมีอัตราการตอบแทน
เฟอร์รารี จึงก้าวข้ามความเป็นรถยนต์สปอร์ตคันหรูไปสู่แบรนด์สินค้าที่ทรงคุณค่าในตัวเอง







