posttoday
วิชาเล่นลม

วิชาเล่นลม

04 สิงหาคม 2553

....หนูดี-วนิษา เรซ

ไม่มีใครไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กไม่มีธรรมะในหัวใจ เพราะเราทุกคนตระหนักดีว่า ชีวิตที่ไม่มีแก่นเป็นหลักคุณธรรมที่หนักแน่นนั้น น่ากลัวแค่ไหนทั้งสำหรับเจ้าตัวเองและสำหรับสังคมแวดล้อม แต่พ่อแม่หลายคนก็ต้อง (แอบ) ยอมรับกับตัวเองว่า เรานั่งสมาธิไม่เก่ง แถมอ่านหนังสือธรรมะทีไรพาลให้ง่วงนอนทุกที แต่นับว่าโชคดีที่ทุกวันนี้ หนังสือธรรมะถูกทำให้ย่อยง่ายขึ้นและขึ้นอันดับเบสต์เซลเลอร์อยู่เรื่อยๆ ทำให้คนหันมาสนใจอ่านกันมาก เป็นบุญของพวกเราแล้วค่ะ แต่เมื่อหันกลับมาจะสอนลูกเราก็ต้อง อึ้ง และถามตัวเองเบาๆ ว่า แล้วจะสอนอะไรให้ลูกวัยเล็กเกี่ยวกับธรรมะ จะเริ่มอย่างไร

การให้เด็กอยู่นิ่งๆ เพื่อนั่งสมาธินานๆ แทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะสอนเด็กเล็กๆ นั่งสมาธิไม่ได้ สิ่งที่หนูดีค้นพบกับเด็กๆ โรงเรียนวนิษาก็คือ พวกเขาสามารถนั่งสมาธิตั้งแต่วัยอนุบาล เราไม่ได้ต้องการเพียงให้เขา “เป็นเด็กใจเย็น ใจสงบ” เฉพาะตอนนั่งสมาธิเท่านั้น แต่เราต้องการให้เขานำความรู้ที่ได้เรียนรู้ตอนนั่งสมาธิออกมาใช้ในชีวิตจริง เราต้องการให้เขาสงบได้เมื่อถูกท้าทาย หรือมีสติไม่ตกใจเมื่อต้องเข้าห้องสอบ ดังนั้น พ่อแม่ที่คิดจะเริ่มสอนลูกให้นั่งสมาธิ ควรต้องคอยสังเกตพฤติกรรมลูกนอกห้องสมาธิด้วยเสมอๆ นะคะ

ทิปส์สำหรับการสอนนั่งสมาธิอย่างได้ผลสำหรับเด็ก

พ่อแม่ควรใช้ “วาจาแห่งความรัก” คือ พูดด้วยเสียงเบา นุ่ม และอวลไปด้วยรอยยิ้มและความรัก

ยิ้มหรืออมยิ้มเสมอ

สอนด้วยความเบิกบานแต่แฝงความเอาจริงเอาจัง

เก็บ “อุปกรณ์สมาธิ” เช่น ระฆัง อ่างแก้ว คริสตัล หรือ องค์พระไว้สูงและสอนลูกว่า นี่ไม่ใช่ของเล่น

เด็กจะลอกเลียนสิ่งที่เราทำ ดังนั้น ระวังตัวเสมอว่าเรากำลังใช้ท่าทางและเสียงที่ถูกต้อง

ขณะนั่งสมาธิ วางระฆัง หรือองค์พระไว้ตรงกลางเพื่อให้เด็กมีจุดดึงความสนใจ

เตือนตัวเองเสมอว่า เราสอนสมาธิลูกเพื่ออะไร

ใจเย็น สอนด้วยรัก และลูกจะยินดีเข้าสู่การฝึกสมาธิในครั้งต่อไป

จัดที่ทางสำหรับสมาธิ

เลือกมุมสงบและสะอาดมุมหนึ่งของบ้าน หากมีห้องพระก็ใช้ห้องพระค่ะ แต่หากไม่มี ขอเพียงให้มุมนั้นอยู่ห่างจากหน้าบ้านและไม่มีของเกะกะก็ใช้ได้แล้วค่ะ หากเรามีของมงคล เช่น ระฆัง องค์พระ หรือแก้วคริสตัล ให้มีชั้นสำหรับวางสิ่งนี้แยกห่างจากชั้นวางสิ่งของอื่นๆ สอนลูกให้ชัดเจนว่า นี่คือของศักดิ์สิทธิ์ ไม่สามารถหยิบมาเล่นได้

การเชิญระฆัง หรืออ่างร้องเพลง

ระฆังเป็นของมหัศจรรย์ในสายตาเด็ก ทั้งรูปลักษณ์ทั้งเสียงที่ก้องสะท้อนไปมาในอากาศเหมือนไม่จบไม่สิ้น สอนให้เด็กหัดฟังเสียงระฆังในอากาศจนหมดเสียงสุดท้าย เราต้องตั้งใจฟังมากเพราะช่วงหลังเสียงจะแผ่วลงๆ แต่ยังไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง การ “เชิญระฆัง” นั้น เราจะถือไม้ไว้เบาๆ และตีย้อนขึ้นโดยไม่เคาะลงไปตรงๆ ที่ระฆังเพราะเสียงจะ “ดุ” ไป

นั่งสมาธิแบบไหนดี

แน่นอนว่า สมาธิสำหรับเด็กมีหลายรูปแบบมาก อาจดูไม่เหมือนของผู้ใหญ่นัก สิ่งที่เด็กๆ ของหนูดีชอบมากคือการนั่งสมาธิ (ใจจดจ่อ) กับบทเพลงที่ทำให้ใจเย็นและนุ่มนวล พร้อมทั้งเรื่องราวในเพลงก็เป็นเรื่องสอนใจ เพลงโปรดของหนูดีก็คือ “Happiness is Here and Now ความสุขอยู่กับเราที่นี่ เดี๋ยวนี้” เนื้อเพลงคือ

Happiness is here and now ความสุขอยู่ที่นี่ กับเราเดี๋ยวนี้

I have dropped my worries ฉันโยนทิ้งความกังวลไปหมดแล้ว

No where to go, nothing to do ไม่มีที่ไหนต้องไป ไม่มีอะไรต้องทำ

No longer in a hurry ฉันไม่รีบร้อนอีกต่อไป

เพลงนี้ไม่ต้องหาซื้อค่ะ เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์คือวัดพลัม ประเทศฝรั่งเศส ให้ทุกท่านฟังฟรีเข้าไปที่ www.thaiplumvillage.org

เมื่อเด็กเก่งขึ้นเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ ลดอุปกรณ์เสริม และให้เด็กเพ่งพิจารณาที่ลมหายใจตัวเองเท่านั้น พระสายวิปัสสนาบางรูปเรียกวิชานี้ของพระพุทธเจ้าว่า “วิชาเล่นลม” หนูดีว่าเข้าทีดีจริงๆ เพราะเด็กจะเข้าใจได้เลยว่า สิ่งที่เราต้องค่อยๆ สังเกตคือ ลม (หายใจ) และขั้นสุดยอดของสมาธิก็คือ ให้เขารู้ว่าลมกับอารมณ์สัมพันธ์กันอย่างไร ถ้าโกรธลมหายใจจะสั้น ตื้น และถี่ แต่เมื่อใจสบายลมหายใจจะลึกยาว คนนอนหลับจะหายใจยาวและเป็นระบบ ดังนั้น หากเราคุมลมหายใจตัวเองได้ เราก็คุมอารมณ์ได้ ถ้าเราคุมอารมณ์ได้เราก็คุมชีวิตได้

วิชาเล่นลมนี่ ควบคุมได้ทั้งชีวิตเราเลยนะคะ บทเรียนอย่างนี้ ใครบ้างจะไม่อยากสอนลูก

หากสอนแล้วได้ผล เราก็มีสิทธิได้พบเหตุมหัศจรรย์เหมือนพ่อแม่ที่โรงเรียนหนูดีพบ เพราะเด็กๆ ช่างเรียนรู้บทเรียนสมาธิได้เร็วเสียจนผู้ใหญ่อย่างพวกเราต้องได้อาย เช่น เย็นวันหนึ่งพ่อแม่น้องวัยอนุบาลเถียงกันแล้วขึ้นเสียง ปรากฏว่าลูกวิ่งเข้าไปหยิบระฆังที่เก็บไว้อีกห้อง ออกมาเชิญเสียงดัง “เก๊งงงงงง” ไปทั่วห้องรับแขก ทุกคนเงียบทันที เพราะรู้ว่าเมื่อมีเสียงระฆังดัง คือ การเตือนให้ทุกคนกลับมาที่ลมหายใจ แล้วเมื่อเสียงระฆังหายไปพ่อแม่มองหน้ากันแล้ว ตัดสินใจตรงกันว่า หยุดทะเลาะกันดีกว่า ส่วนคุณแม่อีกบ้าน มารับลูกตอนเย็นแล้วมีเหตุให้หงุดหงิดก็เลยถือโอกาสบ่นลูกเสียเลย ลูกมองหน้าแม่แล้วพูดเบาๆ ว่า “ผมว่า คุณแม่กำลังโมโห คุณแม่กลับมาที่ลมหายใจก่อนไหมครับ ใจสบายแล้วเราค่อยคุยกัน” ค่ะ คุณแม่ได้สติและภายหลังเมื่อลับหลังลูกแล้วก็เอามาเล่าให้ครูและพ่อแม่อื่นฟังเรียกเสียงหัวเราะได้ฮาใหญ่

เด็กมักทำให้เราประหลาดใจในความสามารถในการเรียนรู้ของพวกเขา เรื่องบางเรื่องยากแสนยากสำหรับผู้ใหญ่กลับง่ายเหลือเกินสำหรับเด็ก ขอให้เราสอนเขาให้ทันท่วงทีเท่านั้นเอง ฟังเรื่องนี้แล้วหนูดีก็นึกถึงวิธีเปรียบเทียบสมองเด็กที่ฟังแล้วต้องอมยิ้มคือ เขาบอกว่า สมองเด็กเปรียบเหมือนเยลลี ที่เราต้องใส่ของดีๆ (อร่อยๆ) ลงไปตั้งแต่มันยังไม่เซตตัว และสมองเด็กก็เหมือนธนาคาร เราใส่อะไรเข้าไป อีกสิบปีก็ได้อย่างนั้นคืนมา...พร้อมดอกเบี้ยทบต้นทั้งหมดค่ะ

แล้ววันนี้ คุณใส่อะไรให้สมองลูกคะ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ