10 ปัจจัย ที่ส่งเสริมความฉลาดของเด็ก
ใครๆ ก็อยากให้ลูกหลานเป็นเด็กดี เรียนเก่ง มีความสุขสมวัย แล้วจะเลี้ยงยังไงให้สมบูรณ์แบบได้อย่างใจหวัง
โดย...กันย์ ภาพ... เอเอฟพี
ใครๆ ก็อยากให้ลูกหลานเป็นเด็กดี เรียนเก่ง มีความสุขสมวัย แล้วจะเลี้ยงยังไงให้สมบูรณ์แบบได้อย่างใจหวัง มีตัวช่วยเป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสิ่งที่ทำให้เด็กตั้งแต่ทารกจนถึงวัยรุ่นฉลาดและมีความสุขสมวัยนั้นมาจากปัจจัย 10 อย่างที่พ่อแม่ควรจะช่วยส่งเสริม
1.เรียนดนตรี ผลการวิจัยเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้เรียนดนตรีเด็กกลุ่มที่เรียนดนตรีสามารถพัฒนา ไอคิวได้เต็มรูปแบบโดยวัดจากการทดสอบ IQ จากคะแนนต่างๆ
2.ออกกำลังกาย การวิจัยพบว่า หลังจากออกกำลังกายเด็กสามารถเรียนรู้คำศัพท์คำใหม่ได้เร็วขึ้น 20% ในปี 2007 การศึกษาของนักวิจัยเยอรมันพบว่าคนสามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้เร็วขึ้นร้อยละ 20 ก่อนที่ไม่ได้ออกกำลังกายยังมีการศึกษาสมองของกลุ่มอาสาสมัครที่ออกกำลังกายในระยะ 3 เดือนแล้วเอาภาพของสมองของพวกเขาก่อนและหลังมาเทียบกับสิ่งที่พบก็คือว่าปริมาณของเส้นเลือดฝอยในส่วนความทรงจำของสมองเพิ่มขึ้นร้อยละ 30
3.อ่านหนังสือ การอ่านหนังสือกับเด็ก อย่าเพียงอ่านแล้วพวกเขาจ้องมองที่ภาพในหนังสือขณะที่อ่าน แต่ควรให้เด็กสนใจกับตัวหนังสือและคำที่อ่าน ซึ่งจะช่วยสร้างทักษะการอ่านและส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเขียนได้
4.การนอน การวิจัยพบว่าการอดนอน 1 ชั่วโมง จะเทียบเท่ากับการสูญเสียสองปีของการเจริญเติบโตและการพัฒนาองค์ความรู้ของเด็ก อีกงานวิจัยพบว่านักเรียนที่ได้รับเกรด A นอนหลับมากกว่านักเรียนที่ได้เกรด B ประมาณ 15 นาที และนักเรียนที่ได้เกรด B นอนหลับนานกว่านักเรียนที่ได้เกรด C ประมาณ 15 นาที แสดงว่าแค่ 15 นาทีก็สำคัญ
5.การมีวินัยในตัวเอง การศึกษาพบว่าความมีวินัยในตัวเองเป็นหลักสำคัญที่สุด สำหรับความสำเร็จของแต่ละบุคคล เช่น นักเรียนที่มีวินัยในตัวเองจะได้รับเกรดที่สูง เพราะมีการขาดเรียนน้อยกว่าและมีความสำคัญมากกว่า IQ
6.การเรียนรู้ด้วยตัวเอง การศึกษาพบว่าเด็กทารก 17-24 เดือน ที่ดู DVD สอนหนังสือเด็ก 1 ชั่วโมง/วัน จะเรียนรู้คำศัพท์ได้น้อยกว่าทารกที่ไม่ได้ดูประมาณ 6-8 คำ สมองของเด็กจะพัฒนาการเรียนรู้ได้ดีเมื่อเด็กได้กระทำโดยผ่านประสบการณ์ การทำตามกิจกรรม แบบฝึกหัด การทดลอง การเรียนรู้ทำให้เด็กมีประสบการณ์ต่างๆ เพิ่มขึ้น เพราะเด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้เห็น ได้ฟัง และได้สัมผัส จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้น
7.กินอาหารมีประโยชน์ อาหารมีความสำคัญต่อชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เด็กจำนวนมากขาดสารอาหารตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ทำให้มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่า 2,500 กรัม ระยะหลังคลอดถึง 6 เดือน เป็นระยะที่เด็กควรได้รับอาหารที่เหมาะสมที่สุด คือ นมแม่ ซึ่งมีคุณค่าทุกอย่างพร้อม เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน ควรเริ่มให้อาหารเสริมโดยเริ่มทีละอย่างและทีละน้อยจนเด็กได้รับอาหารเสริมครบ 5 หมู่ เด็กต้องการอาหารในปริมาณและคุณภาพที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
8.เด็กที่มีความสุขมักจะประสบความสำเร็จ ทุกคนต้องการความรักความอบอุ่น ความรู้สึกปลอดภัยและความไว้วางใจกัน สิ่งเหล่านี้เป็นอาหารใจและเป็นรากฐานที่สำคัญมาก ถ้าพ่อแม่และครูเข้าใจเด็ก รู้จักตอบสนองความต้องการเด็กอย่างเหมาะสมและสามารถสร้างความผูกพันทางใจกับเด็กได้อย่างดีแล้วเด็กจะมีอารมณ์แจ่มใส เจริญเติบโตไว ร่าเริงน่ารัก เมื่อโตขึ้นจะมีความมั่นใจในตัวเองและมองโลกในแง่ดี รู้จักปรับตัวอยู่กับผู้อื่นได้อย่างดีด้วย
ตรงข้ามกับเด็กที่ไม่มีพ่อแม่อุ้มชูเอาใจใส่มักจะเป็นเด็กหงอยเหงาและอาจมีลักษณะที่เป็นปัญหาในการปรับตัวซึ่งแก้ไขได้ยาก ถ้าเราต้องการให้เด็กสมองดี เรียนดี มีน้ำใจงาม เราต้องปูพื้นฐานทางจิตใจให้กับเด็กด้วยการอยู่ใกล้ชิดดูแลเด็ก รู้จักชื่นชมกับความสามารถต่างๆ ที่เด็กทำได้ ทารกที่กินนมแม่ จะได้รับสัมผัสทางกายและความอบอุ่นทางจิตใจ ในขณะที่อุ้มลูกมองหน้าลูก ยิ้มกับลูก ความใกล้ชิดสนิทสนมนี้มีส่วนช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กอีกทางหนึ่ง
เมื่อเด็กโตขึ้นควรให้โอกาสเด็กทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง เช่น ให้เด็กเดินเอง ให้รู้จักรับประทานอาหารเอง แม้จะหกเลอะเถอะบ้างในระยะแรก การให้เด็กรู้จักช่วยเหลือตัวเองในเรื่องต่างๆ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านดีขึ้น ซึ่งทำให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ต่อไปได้ดีด้วย
9.สิ่งแวดล้อม การที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีความสุข มีเพื่อนที่สนิทสนมเข้ากันได้ดีและไปโรงเรียนที่มั่นคงและทำให้แน่ใจว่าเด็กอยู่ในกลุ่มกับเด็กที่เรียนดีนิสัยดีสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก การศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัย Dartmouth พบว่าเมื่อนักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำไปพักอยู่กับนักเรียนที่คะแนนสูงกว่า คะแนนของเขาจะดีขึ้นได้ นั่นแสดงว่าสิ่งแวดล้อมช่วยพัฒนาเด็กได้


