
รู้ทัน "3 โรคอันตราย" ช่วงสงกรานต์
เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างเทศกาลสงกรานต์ หลายคนเลือกสนุกเต็มที่สมกับที่รอคอยมาทั้งปี
โดย...พุสดี
เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างเทศกาลสงกรานต์ หลายคนเลือกสนุกเต็มที่สมกับที่รอคอยมาทั้งปี แต่อย่าลืมว่าจะสนุกแค่ไหน ก็ต้องไม่ลืมห่วงสุขภาพด้วย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการสร้างภูมิสมดุล แนะนำว่า วิธีรับมือกับโรคภัยที่ดีที่สุดในช่วงสงกรานต์ คือ ดูแลตัวเองให้แข็งแรงด้วยการสร้างภูมิคุ้มร่างกายให้อยู่ในสภาวะสมดุล เพื่อเป็นเกราะป้องกันการรุกรานของเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจเข้ามา สำหรับโรคยอดฮิตที่พบบ่อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
1) โรคระบบทางเดินหายใจ ที่พบบ่อยคือ อาการไข้ น้ำมูกไหล เป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ เพราะร่างกายปรับสภาพไม่ทันกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนสลับไปมาระหว่างอากาศที่ร้อนอบอ้าวและน้ำเย็นที่สาดใส่กัน ทำให้ร่างกายเปียกชื้นเป็นเวลานาน หรือโรคปอดบวมซึ่งอาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดหรือการติดเชื้อโรค
2) โรคติดต่อในฤดูร้อน เช่น โรคตาแดงจากการเล่นน้ำไม่สะอาดที่อาจมีเชื้อโรคแฝงอยู่และยังพบมากในช่วงหน้าฝนซึ่งเชื้อจะใช้เวลาฟักตัว 1-2 วันก่อนแสดงอาการ รวมทั้งโรคติดต่อจากการกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ อาทิ โรคอุจจาระร่วง โรคสมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
3) โรคที่เกิดจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว เช่น โรคลมแดด (ฮีตสโตรก) ที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย การเล่นน้ำในที่โล่งแจ้งที่มีแสงแดดจัด ทำให้ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนสมองไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายได้ อาการทั่วไปคือ ตัวร้อนจัด ผิวหนังแห้ง ไม่มีเหงื่อออก มีอาการผิดปกติทางประสาท เช่น เดินเซ กระสับกระส่าย หมดสติ ชีพจรเต้นเร็ว ช็อก หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลาอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ เวลาออกไปเล่นน้ำจึงควรพกน้ำดื่มสะอาดติดตัวไปด้วย เพื่อร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำ
“ที่กล่าวมายังไม่รวมถึงอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งนอกจากจะเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุอันดับต้นๆ แล้ว การดื่มสุราไม่ว่าจะใส่น้ำแข็งหรือไม่ในช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนอบอ้าว มีความเสี่ยงเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิตได้ จากการศึกษาวิจัยพบว่าสารสกัดที่ได้จากพืช 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด ฝรั่ง งาดำ ถั่วเหลือง และบัวบก มีคุณสมบัติโดดเด่นในการกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายจัดการกับเชื้อโรคที่เข้ามาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการต่อกรกับเชื้อโรคร้ายและทำให้ร่างกายแข็งแรง”
นอกเหนือไปจากวิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาจเสริมด้วยการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ นอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ







