
ปิดตำนาน ‘ปาเกียว’?
11 เดือนหลังจากปราชัยใน “ไฟต์แห่งศตวรรษ” แมนนี ปาเกียว กลับมาขึ้นสังเวียนชิงแชมป์องค์กรมวยโลก
โดย...นูโน่
11 เดือนหลังจากปราชัยใน “ไฟต์แห่งศตวรรษ” แมนนี ปาเกียว กลับมาขึ้นสังเวียนชิงแชมป์องค์กรมวยโลก (WBO) รุ่นเวลเตอร์เวต นัดล้างตากับ ทิโมธี แบรดลีย์ ที่เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เดน ในเช้าวันนี้ (10 เม.ย.) ซึ่งช่อง 7 ถ่ายทอดสดเวลา 10.45 น. ท่ามกลางการบอกกล่าวของยอดนักชกชาวฟิลิปปินส์ว่า นี่จะเป็นไฟต์สุดท้ายก่อนแขวนนวม เพื่อเบนเข็มไปเล่นการเมืองอย่างเต็มที่
“หวังว่าจะเป็นการชกที่สนุก สำหรับไฟต์สุดท้ายของเรา” ปาเกียว วัย 37 ปี กล่าวถึงไฟต์ที่เขาจะการันตีรายได้ 7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 245 ล้านบาท) ส่วน แบรดลีย์ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 140 ล้านบาท) โดยยังไม่รวมยอดการชมถ่ายทอด ซึ่งคาดว่าเดอะแพ็คแมนจะทำเงินร่วม 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 700 ล้านบาท)
เจ้าของแชมป์โลก 8 รุ่น ซึ่งมีน้ำหนักน้อยกว่าคู่แข่ง 1 ปอนด์ จะพบกับคู่ปรับชาวอเมริกันเป็นครั้งที่ 3 หลังปี 2012 แบรดลีย์ ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ ก่อนที่ ปาเกียว จะถอนแค้นในปี 2014 ด้วยชัยชนะแบบเอกฉันท์ และฮีโร่แดนตากาล็อกหวังจะย้ำแค้นแบบสวยหรูในครั้งนี้ เพื่อทิ้งทวนไว้เป็นตำนานที่น่าจดจำ
อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามมากมายว่า ไฟต์นี้จะเป็นการสิ้นสุดเส้นทางนักชกของ ปาเกียว (57-6-2, 38 น็อกเอาต์) จริงหรือ? หรือหากเขาไม่ชนะในการลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจะเป็นอย่างไร? และเขาจะทิ้งกีฬาที่ทำเงินให้เขามหาศาลได้หรือไม่? เมื่อเจ้าตัวเองยังไม่ปิดโอกาสคืนสังเวียน
“ผมบอกไม่ได้ว่าจะไม่คัมแบ็ก ผมไม่รู้ว่าผมจะรู้สึกอย่างไรเมื่อแขวนนวมไปแล้ว” ปาเกียว ยอมรับและแจงว่า เขาอาจเปลี่ยนใจได้เมื่อต้องเจอกับชีวิตที่ไม่มีกีฬาที่ทำให้เขามีฐานะมั่งคั่งและเป็นฮีโร่ของประเทศ
แม้แต่คนใกล้ชิดอย่าง บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์ ก็ยังเชื่อว่า ปาเกียว อาจจะกลับมาต่อยอีก
“ใครจะไปรู้? ผมไม่ได้โปรโมทไฟต์นี้เป็นไฟต์สุดท้ายของปาเกียว เพราะใครจะบอกได้ว่านี่เป็นไฟต์สุดท้ายหรือไม่? ลองคิดดู หากเขาชนะเลือกตั้ง มันคงยากมากๆ สำหรับเขาที่จะต่อยมวยต่อ สมาชิกวุฒิสภามีความรับผิดชอบมากกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากในฟิลิปปินส์ และเขาอาจจะไม่มีเวลา แต่เขาคือ แมนนี ปาเกียว ดังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมคิดว่าหากเขาชนะไฟต์นี้อย่างสวยงาม เขาอาจจะชกต่อ” อารัม กล่าว
เช่นเดียวกับ เฟรดดี โรช เทรนเนอร์คู่ใจที่มองว่า ปาเกียว รักการแข่งขัน และไม่มีอะไรเข้ามาแทนที่การชกมวยได้เลยเมื่อมีการแข่งขัน บางวันเขาคิดว่ามันจะเป็นไฟต์สุดท้ายของ
ปาเกียว และบางวันก็คิดว่าควรมียิมที่พร้อมสำหรับนักชกชาวฟิลิปปินส์ดีกว่า
แต่อย่างที่ ปาเกียว ได้บอกไว้ว่า ความสำเร็จบนสังเวียนคือความภูมิใจของเขา เพราะมันเปลี่ยนชีวิตของเขาและให้ทุกอย่างที่มีตอนนี้ ดังนั้นการปิดฉากอาชีพด้วยความรู้สึกที่ดี โดยเฉพาะหากเขาชนะ แบรดลีย์ (33-1-1, 13 น็อกเอาต์) ซึ่งเขาถูกยกให้เป็นต่อ จึงเป็นโอกาสที่ดี
ขณะเดียวกัน มวยก็อยู่ในสายเลือดของเขา เพราะฉะนั้นมีเพียง ปาเกียว เท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะอำลาวงการหรือไม่







