
บอลยูโร "เดอะ โชว์ มัสต์ โก ออน"
สิ่งที่หลายคนหวาดหวั่นและเกรงกลัวกันอย่างมากในศึกยูโรคราวนี้ คือเรื่องความปลอดภัย หลังมีพวกก่อการร้ายมุ่งเป้าหมายโจมตียุโรป
โดย..เด็กสวนฯ
เชื่อว่าบรรดาแฟนกีฬาทั่วโลก ต่างกำลังจดจ่อรอคอยศึกฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” ที่ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.-10 ก.ค. นี้ เพราะจะดูแต่ละทีต้องรอกันถึง 4 ปีเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่หลายคนพากันหวาดหวั่นและเกรงกลัวกันอย่างมากในศึกยูโรคราวนี้ ก็คือเรื่องความปลอดภัย หลังจากมีพวกก่อการร้ายมุ่งเป้าหมายโจมตียุโรปเป็นหลัก โดย “เจ้าภาพ” ฝรั่งเศส เอง ก็โดนระเบิดถล่มกรุงปารีสหลายจุด เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ปีที่แล้ว จนมีผู้เสียชีวิต 100 กว่าราย บาดเจ็บอีกหลายร้อย
ที่สำคัญคือ เกิดเหตุระเบิดที่หน้าสนามสตาด เดอ ฟรองซ์ (กำลังมีเกมอุ่นเครื่อง ฝรั่งเศส-เยอรมนี) ที่จะใช้เป็นสังเวียนเปิดสนามศึกยูโร 2016 ฝรั่งเศส-โรมาเนีย ด้วย อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดก็ยืนยัน ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป และจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้นสุดๆ โดยมีความสุขและความปลอดภัยเป็นเป้าหมายสูงสุดสำหรับแฟนฟุตบอลหลายล้านคน
แต่แล้วก็เพิ่งมาเกิดเหตุบอมบ์สนามบินและรถไฟฟ้าใต้ดินที่กรุงบรัสเซลส์, เบลเยี่ยม เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมาขึ้นอีก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 กว่าราย บาดเจ็บอีกเพียบ ซึ่งทำเอาบรรดานักเตะทีมชาติเบลเยี่ยม ที่กำลังรั้งอันดับ 1 โลก และเป็นหนึ่งในตัวเต็งศึกยูโรช่วงกลางปีนี้ ต้องอกสั่นขวัญเสียไปตามๆ กัน จากการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่มก่อการร้าย “ไอเอส”
ทาง สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ถึงกับออกมาเปรยว่า เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ศึกยูโรอาจจะต้องแข่งกันโดยไม่เปิดให้แฟนบอลเข้าไปดูในสนาม โดยให้ชมผ่านการถ่ายทอดเพียงอย่างเดียว แต่แล้วในที่สุด ยูฟ่า ก็ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่มีความคิดห้ามแฟนบอลเข้าสนาม แต่จะเตรียมแผนฉุกเฉินสำหรับหลายสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุวิกฤต เพื่อความปลอดภัยของทุกคนอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ล่าสุดยังมีเรื่องไม่สู้ดีนัก โดยมีข่าวว่า กลุ่มไอเอส ประกาศสงครามกับยุโรป พร้อมส่งนักรบ 400 คน เตรียมก่อการร้ายทั่วทั้งทวีปเลยทีเดียว ทำให้ศึกยูโรแดนน้ำหอมคราวนี้ คงจะเจอผลกระทบเข้าไปเต็มๆ แน่ ซึ่งน่าจะพอแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลักๆ ดังนี้
1.เศรษฐกิจ
มีผลเป็นอันดับแรกแน่นอน เพราะความปลอดภัยเรื่องชีวิตและทรัพย์สินนั้น ใครๆ ก็ต้องนึกถึง เชื่อว่ายอดทัวริสต์ที่จะเดินทางไปปักหลักให้กำลังใจทีมชาติของตัวเอง รวมทั้งแฟนบอลที่ตามเชียร์ทีมรักทีมโปรด น่าจะลดลงพอสมควร ทำให้ยอดรายได้มหาศาลที่จะเข้าสู่ประเทศเจ้าภาพ พากันหดหายตามไปด้วย
แม้รายได้จากการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก จะไม่ได้สูญหายไปไหน เพราะปิดดีลกันไปแล้ว แต่หากต้องโม่แข้งกันท่ามกลางสนามเปล่าอย่างที่มีข่าวก่อนหน้านี้ (คงแปลกพิลึก เล่นบอลไม่มีคนดู..ก็เหมือน เล่นดนตรีไม่มีคนฟัง) รายได้จากการขายตั๋วก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง
2.สังคม
ไลฟ์สไตล์ของบรรดาแฟนบอลที่ไปรวมตัวกันในศึกยูโร คงต้องมีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน การออกไปกินดื่มกันอย่างสนุกสนานตามสถานที่ต่างๆ และการไปเดินเตร็ดเตร่ช้อปปิ้งตามย่านชุมชน ก็คงจะลดน้อยลงไม่น้อยแน่
แน่นอน ส่งผลโดยตรงกับรายได้ของฝรั่งเศส ที่ควรจะกอบโกยอู้ฟู่สุดๆ ในช่วงบิ๊กอีเวนต์แบบนี้ เพราะกว่าจะได้เป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่ก่อการร้ายมาป่วนให้มันต้องอันตรธานหายไปแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
3.อรรถรสของเกม
คงต้องส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักเตะที่ได้ไปโชว์แข้งในศึกใหญ่แบบนี้แน่ โดยลำพังตัวนักเตะเองที่ได้เดินทางไปร่วมโม่แข้งนั้น ย่อมได้รับการอารักขาดูแลเรี่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี และอยู่ในสถานที่ปิด คงไม่กลัวเรื่องภัยที่จะเกิดกับตัวมากนัก
แต่พวกญาติพี่น้องและกองเชียร์ที่ตามไปนี่สิ น่ากลัวกว่าเยอะ เพราะอยู่ในสถานที่เปิด ซึ่งอาจมีกลุ่มก่อการร้ายรายล้อมอยู่รอบตัวก็เป็นได้ ทำให้นักเตะย่อมเป็นห่วงคนของพวกเขาด้วยจิตใจที่หวาดหวั่นอยู่ตลอด จนอาจส่งผลกับฟอร์มการเล่นในสนามไม่มากก็น้อย
ฟุตบอลคือฟุตบอล..ก่อการร้ายไม่มีผล
“บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ที่ถือเป็นหนึ่งในคนบ้าบอล เอาเป็นว่าจากไม่เคยมีทีมฟุตบอลของตัวเอง แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่ปี ทำทีมสโมสรฟุตบอลบ้านเกิด “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคปัจจุบัน พร้อมกับรั้งอันดับ 1 ของเมืองไทย..กลับเห็นต่างโดยสิ้นเชิง
“ผมว่า ฟุตบอลก็คือฟุตบอล ก่อการร้ายไม่น่าจะมีผลอะไรนัก ซึ่งดูแล้วมักจะหวังผลทางด้านจิตวิทยาซะมากกว่า และจะทำการระเบิดแต่ละครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่สามารถทำได้บ่อยๆ ต้องใช้เวลาวางแผนกันเป็นอย่างดี เพราะทุกชาติต่างคุมเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ คงไม่รอล่อเป้าให้พวกก่อการร้ายหรอก”
นายใหญ่ทีมปราสาทสายฟ้าที่มีประสบการณ์ไปชมบอลในยุโรปอยู่บ่อยๆ ยังบอกอีกว่า ไม่น่าจะกระทบกับด้านเศรษฐกิจและสังคมมากนัก โดยรายได้ของฝรั่งเศสและ ยูฟ่า ก็ไม่น่าตกเป้า ส่วนการใช้ชีวิตของแฟนบอลเมื่อไปอยู่ที่นั่น ก็คงเฉยๆ ไม่กลัวไปเอง ยังคงออกไปเที่ยวช้อปปิ้งกินดื่มเป็นปกติ เพราะทุกคนต่างต้องการเสพสุขจากเกมกีฬาและการท่องเที่ยว แล้วก่อนจะตัดสินใจไปก็คงเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยพอสมควรถึงไป
ส่วนเรื่องอรรถรสของเกม เนวิน บอกว่า นักเตะล้วนเป็นมืออาชีพ สามารถแยกแยะได้ เชื่อว่าทุกคนใจไม่ฝ่อ และพร้อมทุ่มเทเต็มที่เพื่อชาติบ้านเกิดและแฟนๆ ของพวกเขา
“ปีนี้ผมไม่มีแผนจะไปดูบอลยูโร เพราะแค่ทำทีมบุรีรัมย์ตอนนี้ ก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว แต่ถึงไป ผมก็ไม่กลัว เพราะอย่างที่บอก ฟุตบอลก็คือฟุตบอล ก่อการร้ายไม่เกี่ยว” บิ๊กเน กล่าวทิ้งท้าย
ก็หวังว่าคงไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีกในช่วงนี้ ไปจนถึงช่วงศึกยูโร เพราะกีฬาช่วยสร้างความสุขให้คนทั้งโลกพร้อมกันได้เสมอ
ภาพ - เอเอฟพี







