
มื้อแรกของวันของคุณอร่อยและมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หรือเมนูใดที่ต้องหลีกเลี่ยง!
เมื่อพูดถึงอาหารเช้าหลายคนหลับตานึกถึงอาหารเช้าสุดโปรดของตัวได้ไม่ซ้ำแบบ โดยเฉพาะอาหารเช้าแบบไทยๆ
โดย...บีเซลบับ
เมื่อพูดถึงอาหารเช้าหลายคนหลับตานึกถึงอาหารเช้าสุดโปรดของตัวได้ไม่ซ้ำแบบ โดยเฉพาะอาหารเช้าแบบไทยๆ ที่มีมากมายหลากหลาย แถมน่าอร่อยจนน้ำลายจะหก แน่นอนที่มื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด ร่างกายต้องการอาหารและพลังงานอย่างเต็มที่ ชีวิตจะดี จิตใจจะแจ่มใสและสมองจะโลดแล่นหรือไม่ก็อยู่ที่มื้อเช้านี้เอง สำคัญขนาดนี้ลองมาสำรวจกันดีมั้ยว่า อาหารจานโปรดที่คุณชอบรับประทานในมื้อแรกของวัน อร่อยและมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หรือเมนูใดที่ต้องหลีกเลี่ยง!
1.ต้มเลือดหมู
เลือดหมูมีธาตุเหล็ก ส่วนใบตำลึงมีวิตามินซีเยอะ ธาตุเหล็กต้องมีวิตามินซีจึงจะดูดซึมได้ดี เช่นเดียวกับที่วิตามินซีก็ต้องมีธาตุเหล็กถึงจะดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้ นับเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์และพลังงานสูง หากต้องระวังในผู้ป่วยโรคเกาต์ เพราะน้ำซุปต้มเลือดหมูทำจากน้ำต้มกระดูกและเครื่องในสัตว์มีกรดยูริก (Uric Acid) สูง
2.ขนมปังไข่ดาว
เมนูอาหารเช้าที่รับวัฒนธรรมมาจากตะวันตก หากปัจจุบันกลายเป็นเมนูกินง่ายอิ่มง่ายของคนไทย หลายคนไม่มีเวลา จึงนิยมขนมปังไข่ดาวที่อร่อยได้แบบด่วนๆ ไม่ใช้เวลามาก ถือเป็นอาหารเช้าเปี่ยมประโยชน์ เหมาะสำหรับคนทำงานหนุ่มสาวหรือหนูๆ น้องๆ วัยเรียนที่ต้องการพลังงาน อาจไม่เหมาะกับผู้สูงวัย เพราะในไข่และน้ำมันที่ทอดไข่ ก็ให้พลังงานสูงที่ค่อนข้างน่ากลัวในบางรายที่มีโรคประจำตัวต้องระวังอาจเปลี่ยนเป็นขนมปังโฮลวีต (Whole Wheat) หรืองดใช้น้ำมันในการทอด หากปรุงเป็นไข่ดาวน้ำแทน (ใช้น้ำทำให้สุกแทนน้ำมัน) จะดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น
3.ขนมครก+กาแฟ
อืม...อยากกินจัง เช้าๆ ได้กลิ่นแป้งขนมครกที่หอมฟุ้งจากเตาถ่าน (แต่อย่าใช้กรรไกรตัดนะ) กะทิเข้มๆ หวานหอมข้นๆ ตบด้วยกาแฟดำขมๆ ยัมยัม เอาล่ะ ขนมครกอร่อย แม้กะทิในขนมอาจมีข้อกังวลในเรื่องของไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ร่างกายขับออกได้ดี รับประทานคู่กับกาแฟ (อย่าใส่น้ำตาลเยอะ) ก็ดี เพราะในกาแฟมีกาเฟอีน ถ้ากินขนมครกรองท้องก่อนจะทำให้ร่างกายดูดซึมกาเฟอีนได้น้อยลง
4.โจ๊กหมู
โจ๊กอร่อยมีอยู่ทุกปากซอย สิ่งที่ควรจะรับประทานคู่กับโจ๊กหมูคือ ขิงและต้นหอม เพราะขิงจะช่วยระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น ส่วนต้นหอมช่วยในเรื่องลดไขมันและควบคุมน้ำตาล ข้อควรระวังคือต้องไม่กินมากจนเกินไป (ฮา) และต้องไม่กินโจ๊กคู่กับปาท่องโก๋ อุปส์ ทำไมล่ะ ก็เพราะนั่นคือการนำแป้งมาจิ้มแป้ง ซึ่งทำให้ผู้กินได้แป้ง (คาร์โบไฮเดรต) เกิน
5.ข้าวเหนียว+หมูปิ้ง
เมนูสุดโปรดของหลายคนเลยใช่มั้ย (รวมผู้เขียนด้วย) แต่เมนูนี้ต้องระวัง ถ้าอยากจะกินก็ปิ้งเอง หรือไม่ก็เลือกร้านที่ไว้ใจได้ หลีกเลี่ยงส่วน “มัน” ของเนื้อสัตว์ที่มีอันตราย โดยไขมันเมื่อสัมผัสความร้อน โดยเฉพาะมันสัตว์ที่หยดลงไปโดนถ่านจะเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดสารก่อมะเร็งขึ้น
6.น้ำเต้าหู้+ปาท่องโก๋
ปาท่องโก๋ถือเป็นอาหารในกลุ่มต้องระวัง เพราะทำให้อ้วนจากแป้งและน้ำมันจากการทอด ที่สำคัญเป็นอาหารที่กินแล้วหิวเร็ว เนื่องจากสันดาปพลังงานเร็ว ไม่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน แม้ว่าน้ำเต้าหู้ที่กินด้วยกัน มีส่วนช่วยไม่ให้แป้งในปาท่องโก๋ดูดซึมเร็วเกินไป แต่ก็ไม่ควรกิน (ปาท่องโก๋) มาก นอกจากนี้คือน้ำมันที่ใช้ทอด หากเป็นน้ำมันทอดซ้ำก็ยิ่งต้องระวัง เพราะสร้างสารก่อมะเร็งได้อีกเด้ง







