posttoday
YouTube : 10 years later สิบปีผ่านไป เราได้เรียนรู้อะไรจากยูทูบ

YouTube : 10 years later สิบปีผ่านไป เราได้เรียนรู้อะไรจากยูทูบ

22 มีนาคม 2559

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 เป็นปีที่สหรัฐประสบปัญหาภัยธรรมชาติอย่างรุนแรงจากพายุเฮอริเคนแคทรีนา

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 เป็นปีที่สหรัฐประสบปัญหาภัยธรรมชาติอย่างรุนแรงจากพายุเฮอริเคนแคทรีนา ความเสียหายส่วนหนึ่งนั้นมาจากจังหวะช่วงคาบเกี่ยวของการขึ้นดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของจอร์จ บุช ซึ่งโดนตำหนิเรื่องการเข้าไปช่วยเหลือล่าช้า จนทำให้ผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวที่ทุกคนจำได้ และน่าจะถูกพูดถึงมาก เมื่อเทียบกับว่าปีนั้นเป็นปีเดียวกันกับที่ YouTube ซึ่งเพื่อนสามคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันที่ PayPal นั่นคือ Chad Hurley, Steve Chen และ Jawed Karim คิดค้นเพจสำหรับคนที่ต้องการแชร์คลิปวิดีโอของตัวเอง

เรื่องราวของการเกิดขึ้นของยูทูบก็เหมือนๆ กับธุรกิจสตาร์ทอัพอื่นๆ ในซิลิคอนวัลเลย์อีกหลายราย พวกเขาก็เริ่มมาจากการทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อและหลงใหล แล้วมันเริ่มขยายออกมาเป็นธุรกิจ และด้วยความนิยมและการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจดอทคอมในยุคนั้น เพียงปีเศษๆ ที่เปิดตัว Google พี่ใหญ่ของวงการก็ประกาศซื้อกิจการของยูทูบด้วยเงินจำนวนมหาศาลกว่า 1,650 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ผ่านไปสิบปีเมื่อเทียบผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากพายุแคทรีนาในปีเดียวกันจนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่ยูทูบทำ ปัจจุบันยูทูบถือเป็นเว็บไซต์อันดับ 3 ของโลกที่มีคนใช้งานมากที่สุด รองจาก Google (อันดับ 1) และ Facebook (อันดับ 2) ว่ากันว่าถ้าเราจะไล่ดูวิดีโอบนยูทูบให้หมด ณ ตอนนี้ ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 400 ปีโน่นเลย

ปีนี้เป็นปีแห่งการย่างก้าวเข้าทศวรรษใหม่ของยูทูบ เราลองมาดูกันไหมครับว่ายูทูบได้ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมอย่างไรบ้าง แน่นอนว่าทุกคนคงรู้แล้วว่ายูทูบคือเว็บสำหรับการแชร์ข้อมูลที่เป็นวิดีโอ โดยเราเองสามารถดูที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ปัจจุบันสิ่งที่เราแชร์กันในยูทูบ อาจมีตั้งแต่เรื่องที่หาสาระไม่ได้ อย่างพฤติกรรมของแมวที่ทำอะไรตลกๆ หรือไปจนถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ภาพเหตุการณ์ของผู้ก่อการร้ายในฝรั่งเศส วิธีการซ่อมโทรศัพท์ หรือมิวสิควิดีโอของศิลปินเพลงจากทั่วโลก ยูทูบเป็นคลังข้อมูลอันมหาศาลที่เราสามารถหาดูได้ทุกๆ เรื่อง จำได้ว่าช่วงสองสามปีแรกที่ออกมา หลายออฟฟิศบล็อกไม่ให้พนักงานเข้าใช้งานยูทูบ เพราะเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ (ตอนนั้นออฟฟิศเก่าผมก็เป็น) ถึงตอนนี้ถ้าหากยังมีที่ไหนบล็อก ก็อาจต้องพูดประโยคเดียวกันเช่นกันว่า “ไร้สาระ”

ด้วยความที่ผูกพันกันมานาน ระยะเวลาสิบปีของยูทูบจึงดูเหมือนว่ามันอยู่กับเรามานานกว่านั้นมาก ผมลองคิดเล่นๆ ว่ายูทูบได้สร้างผลกระทบอะไรไว้ให้ผมบ้างในช่วงสิบปี ซึ่งผมว่าหลายๆ คนก็มีอะไรคล้ายๆ กับผม

อย่างแรกยูทูบได้ทำให้พฤติกรรมการฟังเพลงของเราเปลี่ยนไป หมดจากยุคแผ่นผี และการดาวน์โหลด MP3 การเสพดนตรียุคใหม่ คือการฟังฟรีจากยูทูบโดยแท้จริง ซึ่งสร้างผลกระทบอย่างมากมายต่ออุตสาหกรรมเพลงที่ต้องปรับตัวอย่างมาก ไม่เท่านั้นยูทูบยังเปลี่ยนพฤติกรรมการ “ทำ” และ “ฟัง” เพลงไปด้วย ที่ว่าเปลี่ยนการทำ ก็คือเปลี่ยนวิธีคิดของการทำเพลง เพราะการทำ
เพลงป๊อปตามสมัยนิยมยุคนี้มีสูตรสำเร็จว่าควรมัดใจคนฟังได้ตั้งแต่ 7 วินาทีแรกของเพลง เพื่อให้คนฟัง (และคนดู) อยากไปต่อ และการเสพเพลงสมัยใหม่ เราเลือกที่จะเสพทั้งภาพและเสียงเป็นอย่างแรก มากกว่าการฟังเป็นอันดับแรก จะเห็นว่านักร้องและค่ายเพลงก็รู้ข้อนี้ดี พวกเขาจึงทุ่มเทกับการทำเอ็มวีไม่แตกต่างจากการทำเพลง ข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งก็คือเมื่อดูจำนวนคลิปที่มีผู้ชมสูงสุด 10 อันดับแรกในยูทูบ ทั้งหมดล้วนเป็นมิวสิควิดีโอ และยูทูบได้กลายเป็นสถาบันของการอ้างอิงความนิยมของเพลงป๊อปไปแล้ว

อย่างที่สองยูทูบคือแหล่งเรียนรู้ใหม่ คนส่วนมากมักนึกถึงยูทูบในแง่ของความบันเทิงมาก่อน แต่อีกด้านหนึ่ง ยูทูบถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีมาก เว็บไซต์ของการเรียนรู้ทางออนไลน์อย่าง onlinecollege.org ทำลิสต์ 99 ช่องในยูทูบที่เราควรเข้าไปดู พบว่ามีเนื้อหาน่าสนใจหลายอย่าง มีตั้งแต่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เช่นว่า การทำมัมมี่ทำอย่างไร วิวัฒนาการของการต่อสู้ของรักร่วมเพศในโลกเริ่มมาจากตรงไหน ประวัติศาสตร์ศิลปะของกรีก 4,000 ปี ที่สามารถดูจบได้ภายใน 25 นาที ฯลฯ ทั้งหมดนี้หาได้ฟรีๆ ตอนนี้อุปสรรคอย่างเดียวของ
คนไทยก็คือภาษาอังกฤษเท่านั้น

อย่างที่สามคือยูทูบเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงเด็ก วัดจากที่บ้านผมเอง วิธีการที่จะทำให้เด็กเงียบในรถ หรือสร้างเงื่อนไขต่อรองที่ได้ผล ก็คือให้ดูยูทูบ (จริงๆ ก็หมายถึงให้ดูคอนเทนต์ในยูทูบแหละครับ) ยูทูบกลายเป็นคำติดปากของทั้งเด็กเล็กๆ ของทั้งพ่อแม่ ตอนนี้ประเด็นเรื่องการให้เด็กเล่นหรือดูสื่อพวกนี้นานๆ ยังเป็นที่ถกเถียงว่า นานเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม แต่ก่อนจะไปถึงข้อสรุป สิ่งที่เราเห็นก็คือเด็กๆ เหล่านี้โตมาพร้อมสื่อวิดีโอ (ผิดกับรุ่นผมซึ่งโตมากับของเล่นทำเอง) อย่าแปลกใจหากเด็กสมัยนี้จะผลิตสื่อพวกนี้เก่งมาก และเชื่อว่ายูทูบจะกลายเป็นคำผูกพันกับเขาไปทั้งชีวิต

ประการที่สี่ อันนี้อาจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักสื่อสารมวลชนก็คือ ต่อแต่นี้และในอนาคต ใครๆ ก็สามารถเป็น “สื่อ” หรือเป็นผู้ผลิตรายการ หรือเป็น Somebody ได้ การเกิดงานอย่าง YouTuber ซึ่งหมายถึงผู้ที่ผลิตคอนเทนต์ที่ช่องของตัวเองบนยูทูบได้เพื่อสื่อสารกับคนอื่นๆ มีแฟนๆ ติดตามอย่างสม่ำเสมอ และสามารถสร้างรายได้จากยอดวิว

Olga Kay หนึ่งในยูทูบเบอร์ซึ่งผลิตรายการในยูทูบ 5 ช่อง เธอให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทมส์ว่า เธอได้เงินจากการทำคลิปราว 20 คลิป/สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นงานหลักของเธอตอนนี้ รายได้ของเธออยู่ที่ปีละ 36-50 ล้านบาท เป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปีแล้ว รายได้ที่เธอได้ส่วนมากมาจากค่าโฆษณา การขายสินค้าในรายการ และของที่ระลึกต่างๆ ที่เธอผลิตขาย เงินจำนวนนี้อาจเทียบไม่ได้เลยกับความฮิตของเจ้าแมว Grumpy Cat แมวหน้าบึ้ง ซึ่งรายนั้นทำรายได้ต่อปีทะลุพันล้านบาท และไม่ต้องพูดถึงหากไปเทียบรายได้กับบรรดานักร้องที่มียอดคนดูทะลุหลักร้อยล้าน

ผลกระทบของยูทูบนั้นทำให้ปีถัดมา 2006 นิตยสารไทม์จับเอาประเด็นเรื่องของกระแสยูทูบมาวิเคราะห์ว่า ต่อแต่นี้คนธรรมดาอย่างเราๆ นี่แหละ สามารถเป็นคนสำคัญได้ไม่ยาก และนั่นทำให้เราทุกคนกลายเป็นคนดังได้ภายในข้ามคืน และนั่นเป็นที่มาของปก Person of the Year ที่ปกเป็นรูปคอมพิวเตอร์อาบมันสะท้อนให้เห็นใบหน้าของเราบนปก พร้อมคำโปรยว่า “Yes, you. You control the Information Age. Welcome to your world.”    

นึกถึงคำพูดของแอนดี้ วาร์ฮอล ศิลปิน Pop Art ที่เคยพูดไว้ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 นานมาแล้วว่า เราทุกคนสามารถเป็นคนดังได้ภายใน 15 นาที ณ เวลานี้ความโด่งดังเช่นนั้นหาได้ง่ายและเร็วกว่านั้นมาก จากคอนเทนต์ที่คุณอาจทำได้สั้นกว่า 15 วินาทีด้วยซ้ำ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ