
ให้โอกาสเวรกรรม ได้ใช้แพ็กเกจ 4จี
โดย... ว.แหวน ภาพ... เสกสรร โรจนเมธากุล
โดย... ว.แหวน ภาพ... เสกสรร โรจนเมธากุล
เรากำลังเข้าสู่ยุคของการเสพข่าวกันตลอดเวลา เพราะข่าวสารที่ไม่ใช่แค่เรื่องบ้านเมือง แต่หมายรวมถึงเรื่องของชาวบ้าน เรื่องบนเตียง เรื่องใต้เตียง เรื่องนินทา เรื่องจริง เรื่องโกหก ขอให้ปล่อยมาเหอะ เราก็พร้อมวินิจฉัย พิจารณา ตัดสิน ด้วยวิจารณญาณของตัวเอง ทุกเรื่องรอบตัวเรา จะถูกดูดซึมเข้าสู่สายตาเราอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย โลกยุคดิจิทัลทำให้เราไม่ตกข่าว จากที่เคยต้องใช้เวลารับหนังสือ นิตยสารมาอ่านเมื่อว่าง เจียดเวลาช่วงเช้า อ่านข่าวเคล้ากาแฟ มีเวลาแค่ในส้วม ทุกวันนี้ยุ่งให้ตาย เราก็เสพข่าวได้ตลอดเวลา บนรถไฟฟ้า หน้าร้านหมูปิ้ง เข้าคิวจ่ายเงิน หรือหน้าโต๊ะทำงาน แม้กระทั่งท่ามกลางการประชุม เพียงแค่ไม่กี่วินาที คลิปหลุดของดาราคนหนึ่ง หรือศาลสั่งจำคุกใคร เรารู้ได้เลย เผลอๆ ไม่ต้องอ่านเอง มีผู้สื่อข่าวส่วนตัว รายงานสดทางไลน์ หรือแชร์มาให้ทางเฟซบุ๊ก
และข่าวสารที่พวกเราเสพกันอยู่ทุกวันนี้ กว่า 80% ที่แพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าไวรัส ล้วนเป็นข่าวร้าย! ข่าวความเดือดร้อน ข่าวความเสียหาย ข่าวความหายนะ ยิ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล คนดังด้วยแล้ว เราทุกคนก็พร้อมแปลงร่าง เปลี่ยนอาชีพเป็น “นักเลงคีย์บอร์ด” เติม ต่อ แต่ง แต้ม แสดงความคิดเห็น วิพากษ์จากสิ่งที่รู้มา จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ต้องแสดงออกให้สาใจ เรากำลังแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกิจวัตร เป็นปกติ ฉันกำลังสงสัยว่า...มันคือเวทีแสดงออกที่เราเก็บกดมานาน หรือเราเผลอสร้างตัวตนตรงนี้ขึ้นมา?
เรื่องราวดีๆ ก็มีไม่น้อยที่ได้รับการส่งต่อ แต่น้อย...ที่ได้รับการพูดถึง วิจารณ์ ถ้าเปรียบเป็นการเดินทาง ก็ค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ ย่าง ค่อยๆ เป็นที่รู้จัก แอบมีชื่อเสียงอย่างเงียบๆ ในขณะที่เรื่องแย่ๆ เรื่องเน่าๆ ดังได้ในชั่วข้ามคืน กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ จากการรับไม้ ส่งไม้ ของนักเลงคีย์บอร์ด (จริงๆ แล้ว ฉันไม่รู้ว่าควรเรียกนักเลงหรือเปล่า? เพราะเป็นการทำงานลับหลังมากกว่าต่อหน้า) เราทำเหมือนเรามีตัวตน และไม่มีตัวตนในคราวเดียวกัน เราแสดงตนแต่เราไม่เปิดเผยตน สรุปว่าเราชัดเจนหรือเราพร่ามัว?
ทุกวันนี้...สังคมตัดสินคนเร็วมาก เผลอๆ บางทีก็ไม่ต้องทบทวน ไม่ต้องคิด ตัดสินได้เลยจากภาพที่เห็น ฉันชื่นชมในแง่ของการทำผิด แล้วผู้ทำผิดโดนสังคมลงโทษอย่างรวดเร็ว สงสัยคงต้องบอกว่า “เวรกรรมก็ใช้แพ็กเกจ 4จี” คนเลวโดนแฉเมื่อไร รับรองเลยว่า นับหนึ่งไม่ถึงร้อย มันไม่มีที่ยืนในสังคมทันที ไม่ต้องรอศาลพิพากษา แค่เราพิพากษา ก็ไม่มีหน้าจะไปสู้ใครได้แล้ว
แต่สำหรับบุคคลต้องสงสัย บุคคลที่ยังไม่ทันแก้ตัว ผู้โดนกล่าวหา โดนแอบอ้าง ผู้เสียหาย เรื่องที่ความจริงยังเดินทางมาไม่ถึง มีเพียง...สันนิษฐาน และความน่าจะจริง เวรกรรมยังไม่ปรากฏตัวชัดเจน อย่าด่วนสรุปใคร เพียงเพราะความเคยชิน อย่าอ้างความยุติธรรม ด้วยการละเมิด สังคมไม่ได้รีบร้อนขอความคิดเห็นจากเรา ทุกอาชีพล้วนมีคำว่า “จรรยาบรรณ” เรามีอาชีพใด ก็จงทำหน้าที่และรักษาจรรยาบรรณของอาชีพนั้นให้ดีที่สุด ในเมื่อ “จรรยาบรรณวิชาชีพ” ไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในอาชีพ “นักเลงคีย์บอร์ด” การนำเสนอและการแสดงความคิดเห็น ล้วนแล้วแต่ใช้ความพึงพอใจเป็นหลักทั้งสิ้น ข่าวสารที่นำเสนอจะเป็นจริงหรือไม่ คงต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตนตัดสิน มิใช่แค่คำว่า “จรรยาบรรณ” คำว่า “ผู้หวังดี” เรายังแยกไม่ออกเลยระหว่าง “ผู้หวังดีจริง” กับ “ผู้หวังดีปลอม”
ลองหยุดโหยหา ติดตาม ข่าวด้านลบดูบ้าง หันมาเลือกเสพข่าวดีๆ ที่ไม่ต้องกลั่นกรองมาก ข่าวที่ชื่นชมผู้อื่น ข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจ ดีต่อโลก ดีต่อประเทศชาติ ดีต่อเพื่อน ดีต่อตัวเอง เปลี่ยนจากคำว่า “แฉ” เป็นคำว่า “แชร์” ที่หมายถึง “การแบ่งปัน” และ “ความปรารถนาดี” จริงๆ หยุดสวมวิญญาณนักเลงคีย์บอร์ด หันมาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ควรจะทำ ส่วนใครจะทำผิดจรรยาบรรณ ทำลายวิชาชีพ เลว ก็โปรดให้โอกาสเวรกรรมได้ใช้แพ็กเกจ 4จี เองเถิด!
เข้าไปพูดคุย หรืออ่านมุมมองความคิดของ ว.แหวนได้ที่ www.facebook.com/Worwaenfanpage







