posttoday

เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

27 กุมภาพันธ์ 2559

เด็กชายที่เกลียดการปั่นจักรยาน กลับโตมาเป็น เดอะกุ่ย - ยุทธพงษ์ ชัชวาลวรรณ นักปั่นชุดสีชมพูที่คว้าชัยมาหลายสนาม

โดย...รอนแรม ภาพ... เดอะกุ่ย, Photos courtesy of Snow Bike Festival – GSTAAD / Zoon Cronje

เด็กชายที่เกลียดการปั่นจักรยาน กลับโตมาเป็น เดอะกุ่ย - ยุทธพงษ์ ชัชวาลวรรณ นักปั่นชุดสีชมพูที่คว้าชัยมาหลายสนาม ปั่นมาแล้วทั่วไทย และเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในเอเชียเข้าร่วมการแข่งขัน สโนว์ ไบค์ เฟสติวัล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เด็กชายกุ่ย

การแข่งขันแรกของเดอะกุ่ยเริ่มเมื่ออายุ 10 ขวบ เมื่อพ่อบังคับให้ลงแข่งทำให้เด็กน้อยปฏิเสธไม่ได้ และสิ่งที่ได้กลับมาคือ ประสบการณ์ล้มไม่เป็นท่าจนรู้สึกขยาด แต่ก็ต้องจำใจอีกไม่รู้กี่หน จนกระทั่งเขาเข้ามาเรียนปริญญาตรีที่กรุงเทพฯ จึงไม่ได้ลงแข่งอีกเลย

“ตอนเด็กๆ ผมขี่จักรยานไม่ใช่เพราะความชอบ โตมาเพิ่งชอบตอนได้เข้ากรุงเทพฯ เพราะกรุงเทพฯ รถติด ขึ้นรถไฟฟ้าก็ไม่เร็วเท่าจักรยาน เลยเริ่มเห็นคุณค่าจักรยานในเมืองกรุง ประกอบกับที่บ้าน (สุไหงโก-ลก) ขายจักรยานอยู่แล้ว พี่สาวก็ทำธุรกิจจักรยาน ผมเลยเริ่มสุงสิงกับมัน จากนั้นก็เริ่มหาโปรแกรมลงแข่งด้วยตัวเอง โดยที่เราไม่ได้จริงจังกับมันว่าต้องได้รางวัลหรืออะไร แต่อยากไปเจอเพื่อนๆ มากกว่า”

เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

 

เอกลักษณ์ชุดสีชมพูเขาเริ่มใส่ตอนที่นำจักรยานลุยหิมะ หรือ Fat Bike ออกมาปั่นในงานขึ้นดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งโดยปกติงานนี้นักปั่นทุกคนจะทำจักรยานให้เบาที่สุด แต่เขากลับพาจักรยานล้อโตขึ้นเขา “เพราะเราถอดใจช้ากว่าคนอื่น” เขาเผยเคล็ดลับหลังเส้นชัย “ผมถูกฝึกความทนทานมาตั้งแต่เด็กที่ไม่ว่าจะเหนื่อยขนาดไหนก็ต้องไปให้ถึงเส้นชัย จริงๆ แล้วเวลาอยู่บนสนามทุกคนเหนื่อยเหมือนกันหมด แต่แค่ถอดใจช้ากว่าคนอื่นก็ทำให้เราถึงเส้นชัยเร็วกว่า”

กุ่ยใช้จักรยานล้อโตปั่นไปทุกที่ทั้งทางเรียบ ทางดิน ทางหิน ซึ่งโดยทั่วไปจักรยานประเภทนี้เหมาะแก่การปั่นบนพื้นหิมะ หรือทะเลทราย แต่เพราะอยากท้าทายตัวเองมากกว่าเขาจึงเลือกใช้ “ก่อนหน้านั้นผมเคยใช้รถเบาๆ ขึ้นดอยอินทนนท์มาแล้ว คราวนี้ถ้าใช้รถแบบเดิมอีกก็ไม่รู้จะปั่นทำไม เลยหาอะไรสนุกๆ ทำดีกว่า ซึ่งปรากฏว่าผมขึ้นถึงยอดดอยโดยที่ไม่ลงเข็นรถเลย คนเลยพูดถึงเยอะมาก กระแสไปเร็วแบบปากต่อปาก หลังจากนั้นผมก็ใช้รถประเภทนี้ตลอด ทำให้ทั้งชุดทั้งจักรยานกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว”

เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

 

พ่อของเขาไม่แปลกใจว่าทำไมลูกชายถึงคว้าชัยได้มากมาย แต่น่าประหลาดใจมากกว่าเพราะเขาไม่ซ้อมแต่ชนะ เรื่องนี้กุ่ยตอบว่า เป็นเพราะเขาไม่อยากหมกมุ่นกับจักรยานมากเกินไป แต่เลือกที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการวิ่ง ว่ายน้ำ เข้าฟิตเนส และปั่นจักรยานบ้างให้ตัวเองมีความสุขมากกว่า

“ถ้าผมตั้งใจจะไปเอารางวัล ผมคงไม่เลือกใช้ เลือกประเภทนี้ ผมอยากจะสร้างสีสันให้สนาม ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เสียดาย” เขายังกล่าวว่าตัวเองไม่ใช่นักปั่นที่อยากอยู่กับจักรยานตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเสพติดที่จะทำให้เขาไม่สนุกกับมันอีกต่อไป

เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

 

พิงค์แพนเตอร์

กุ่ยเข้าร่วมงานจักรยานทุกทิศทั่วไทยทั้ง บึงกาฬ เลย เชียงราย เชียงใหม่ ปัตตานี หาดใหญ่ หัวหิน และอีกมากมาย กระทั่งการแข่งขันที่เหมาะกับจักรยานล้อโตก็มาถึง เขาได้เข้าร่วมการแข่งขัน สโนว์ ไบค์ เฟสติวัล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ ม.ค.ที่ผ่านมา

คราวนั้นเขาซ้อมและฟิตร่างกายตลอด 1 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นการซ้อมที่จริงจังที่สุดในชีวิต นั่นเพราะไม่อยากเสียโอกาสในฐานะที่เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในเอเชียจากผู้แข่งขัน 18 ประเทศทั้งสิ้น 73 คน การแข่งขันต้องสะสมคะแนน 4 สเตจ ทุกวันต้องปั่นบนพื้นหิมะในอุณหภูมิติดลบ 17 องศา ผลสรุปว่าชื่อของเขาอยู่ในอันดับที่ 40 แต่ได้ขึ้นไปรับรางวัลบนเวที เพราะชื่อเดอะกุ่ยถูกประกาศให้เป็น “นักปั่นสร้างสีสันและสร้างแบรนด์ยอดเยี่ยม” ชื่อเดอะกุ่ยและประเทศไทยจึงถูกประกาศให้คนทั่วโลกรู้จักในแง่มุมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และชาวต่างชาติต่างรู้จักเขาในชื่อ พิงค์แพนเตอร์ไทยแลนด์

เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

 

“จักรยานไม่ได้ทำให้ผมพบโลกกว้าง แต่จักรยานทำให้พบมิตรภาพที่ดี ผมเจอคนดีๆ เยอะมากในแต่ละที่ พบรอยยิ้มที่มาจากเพื่อนร่วมทาง และแต่ละคนก็สร้างความสัมพันธ์ให้เรารู้จักกันไปเรื่อยๆ”

เขายังมองว่าจักรยานเป็นการผ่อนคลายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเทียบได้กับการเล่นกีตาร์หรือร้องเพลงในห้องน้ำ แต่ทั้งนี้เวลาลงแข่งกลับรู้สึกต่างออกไป เพราะเวลานั้น “มันไม่ใช่ความสุข” เขากล่าว “แต่คือการวางเป้าหมายให้การปั่น ผมใช้จักรยานเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ใช้มันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์และตำนาน ไม่ใช่ว่าปั่นเพื่อออกกำลังกาย”

เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

 

โลกของเดอะกุ่ย

ถามเขาว่าถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ อยากให้โลกใบนั้นเป็นอย่างไร คำตอบของเขาลงลึกไปถึงปัจเจกที่อยู่บนโลกในนั้น “ผมอยากให้ทุกคนบนโลกตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป ทำให้ตัวเองแทบไม่มีภาระ แล้ววันหนึ่งที่จากโลกใบนี้ไปจะไม่เสียดาย และเมื่อทุกคนมีความสันโดษ มันจะไม่มีปฏิสัมพันธ์อยากเอาเปรียบใคร จากนั้นทุกคนจะมีความสุข”

ติดตามเดอะกุ่ยได้ที่เฟซบุ๊กส่วนตัว Thekuii Bike Xds น่าเสียดายที่ตอนนี้เพิ่มเป็นเพื่อนไม่ได้แล้ว เพราะเฟซบุ๊กจำกัดให้มีเพื่อนได้แค่ 5,000 คน

ข่าวล่าสุด

BBL โชว์งบปี 68 กำไรสุทธิ 46,007 ล้าน โต 1.8% ท่ามกลางเศรษฐกิจท้าทาย