
จิ้งจอกผงาด...มูลค่ากระฉูด
ณ ตอนนี้คงไม่มีข้อกังขาในความยอดเยี่ยมของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่เพียงสร้างเซอร์ไพรส์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
โดย...นูโน่
ณ ตอนนี้คงไม่มีข้อกังขาในความยอดเยี่ยมของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่เพียงสร้างเซอร์ไพรส์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ยังตอกย้ำว่า “เงินและซูเปอร์สตาร์” ไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จเสมอไป
แน่นอนนอกจากแฟนคลับแล้ว คนที่มีความสุขที่สุดนาทีนี้คงหนีไม่พ้น วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของและประธานสโมสรเลสเตอร์ เพราะนอกจากจะบรรลุเป้าหมายที่เคยประกาศไว้เมื่อ 2 ปีก่อน คือติดท็อป 5 ของพรีเมียร์ลีกภายใน 3 ปี และลุ้นแชมป์ฟุตบอลถ้วยแล้ว มูลค่าทีมจะพุ่งขึ้นกว่า 11 เท่าจากตอนซื้อสโมสรเมื่อปี 2010 หากจบด้วยการชูถ้วยแชมป์
จากการศึกษาของบริษัท ไพรเวต คอมปานี ไฟแนนเชียล อินเทลลิเจนซ์ (ไพรฟ์โค) ในนิวยอร์ก เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่าสโมสรกับรายได้ของแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ทีมล่าสุด (เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ระบุว่า มูลค่าทีมเลสเตอร์จะเพิ่มเป็น 436 ล้านปอนด์ (ราว 2.2 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบกับตอนบิ๊กบอสคิง เพาเวอร์ เข้าเทกโอเวอร์สโมสรในราคา 39 ล้านปอนด์ (เกือบ 2,000 ล้านบาท) ในปี 2010
หลังจากประกาศผลประกอบการฤดูกาล 2013-2014 เมื่อเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว ขาดทุน 20.8 ล้านปอนด์ (ราว 1,060 ล้านบาท) ไพรฟ์โค เปิดเผยว่า เงินรางวัลก้อนโต้ที่จะได้รับจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า จะทำให้ทีมกลับมามีกำไรอีกครั้ง และเพิ่มความดึงดูดความสนใจของนักลงทุน
“พวกเขาน่าจะได้มูลค่าเพิ่มเป็น 10 เท่าของการลงทุน หากเจ้าของคนไทยจะขายทีม หลังจบฤดูกาลนี้อาจจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด โดยเฉพาะหากพวกเขาคว้าแชมป์” อีแวน
แดนค์เวิร์ธ นักวิเคราะห์ของไฟรฟ์โก กล่าว
ทั้งนี้เว็บไซต์ www.totalsportek.com วิเคราะห์ว่า หากจิ้งจอกพันธ์ุไทยสามารถรักษาอันดับจ่าฝูงไว้ได้จนจบฤดูกาล พวกเขาจะรับทรัพย์เข้าสโมสรประมาณ 90.9 ล้านปอนด์ (ราว 4,635 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18.1 ล้านปอนด์ เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้ว ที่คว้าอันดับ 14 ของตาราง โดยอิงข้อมูลการถ่ายทอดจาก premierleague.com ณ วันที่ 7 ก.พ. 2016
อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะการันตีรายได้อย่างน้อย 9.32 ล้านปอนด์ (ราว 475 ล้านบาท) สำหรับการคว้าโควตาไปแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม
นี่ยังไม่รวมเงินรางวัลจากชัยชนะและเสมอในแต่ละแมตช์ และเงินในแต่ละรอบที่จะเก็บสะสมได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับผลงาน รวมไปถึงรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งแต่ละลีกมีมูลค่าทางการตลาดและการแบ่งสัดส่วนไม่เท่ากัน
อย่างฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล ซึ่งตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟันรายได้เข้าสโมสร 26 ล้านปอนด์ (ราว 1,326 ล้านบาท) ส่วนอีก 3 ทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย อาร์เซนอล 28.3 ล้านปอนด์ แมนฯ ซิตี้ 35.6 ล้านปอนด์ และเชลซี 30.5 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ มูลค่าแบรนด์ก็น่าจะขยับจากอันดับ 42 ของโลกเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมาติดท็อป 10 ของโลก หากทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลของไพรฟ์โค
ถึงตอนนั้น วิชัย จะขายหรือไม่ก็ทำกำไรทั้งนั้น







