posttoday
รณรงค์ติดกล้องหน้ารถ หาหลักฐานมัดตัวเมาแล้วขับ

รณรงค์ติดกล้องหน้ารถ หาหลักฐานมัดตัวเมาแล้วขับ

06 กุมภาพันธ์ 2559

ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 2 ของโลก

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศลิเบีย โดยปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนประมาณ 2.4 หมื่นคน/ปี บาดเจ็บ 1 ล้านคน/ปี และมีผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ 6 หมื่นคน/ปี ยิ่งในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองวันหยุดยาว การเกิดอุบัติเหตุจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่ากว่าช่วงปกติ

จากการเก็บรวบรวมสถิติของสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ พบว่า อัตราการดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยเฉลี่ยประมาณ 5 ลิตร/คน/ปี ทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง ปัญหาที่ตามมาคือการดื่มแล้วขับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทำให้มีผู้เสียชีวิต คิดเป็น 39.1% รองลงมาคืออุบัติเหตุที่เกิดจากการขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด 23.6% ดังนั้นการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงการป้องกันจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสาเหตุหลักที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุดคือ “เมาแล้วขับ”

นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า นโยบายเมาไม่ขับของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการยึดรถไว้ก่อนถือว่าเห็นผลมากที่สุดในการแก้ไขปัญหา ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ เพราะคนกลัวการถูกยึดรถมากที่สุด จึงอยากให้รัฐบาลดำเนินการต่อยอดอย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้พบว่าคำสั่งดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เคร่งครัดเหมือนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลออกระเบียบให้มีการติดกล้องภายในรถยนต์ ด้านหนึ่งต้องขอความร่วมมือภาคเอกชนในการลดราคากล้อง โดยรัฐจะเข้าไปช่วยเหลือลดภาษีให้กับบริษัทเอกชนที่ให้ความร่วมมือ

“การแก้ปัญหาเมาแล้วขับนั้นไม่ยาก หากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น แต่นอกจากจะบังคับใช้กฎหมายแล้ว ต่อจากนี้อยากให้รัฐบาลกำหนดให้รถยนต์ทุกคันติดกล้องเพื่อช่วยเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ของผู้กระทำความผิดเมาแล้วขับผ่านทางโซเชียล เพราะขณะนี้การติดกล้องในรถยนต์ยังมีน้อย รัฐจึงควรสนับสนุนด้วยการไม่เก็บภาษีกล้อง ซึ่งอาจจะช่วยได้มากกว่าการพึ่งกล้องซีซีทีวีที่อาจจะเสียหรือไม่สามารถใช้การได้” นพ.แท้จริง กล่าว

นพ.แท้จริง กล่าวอีกว่า อยากขอความร่วมมือไปยังผู้พิพากษาทั่วประเทศ ขอให้ใช้ดุลพินิจตัดสินผู้ที่เมาแล้วขับ ด้วยโทษกักขังหรือจำคุก โดยไม่รอลงอาญา รวมไปถึงร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่เมาแล้วขับไปก่อเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตให้มีความผิดด้วย

รณรงค์ติดกล้องหน้ารถ หาหลักฐานมัดตัวเมาแล้วขับ

 

ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ด้านผู้ขับขี่รถสาธารณะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นมากที่สุด จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการขับขี่รถที่สูงกว่าผู้ขับขี่รถทั่วไป ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่เพียงเล็กน้อยถือว่าเป็นเจตนาที่จะละเมิดกฎแห่งความปลอดภัย ความผิดสำเร็จแล้วฐานดื่มสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ และผิดกฎหมายขนส่ง โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000-1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ บุญยง พุฒิพงษ์ ผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลติดตั้งกล้องหน้ารถ แสดงความเห็นว่า ทุกวินาทีบนท้องถนนอาจเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นกับเราเมื่อใดก็ได้ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า และหลายๆ ครั้งเมื่อรถชนกันแล้ว คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมักจะคิดว่าตัวเองถูกไว้ก่อนเสมอ ไม่ค่อยจะยอมรับผิดกัน ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นเครื่องตัดสิน และเป็นที่พึ่งได้คือกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามท้องถนน แต่ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามที่เห็นเป็นข่าวบ่อยครั้ง หรือเป็นกล้องดัมมี่ที่สุดท้ายแล้วไม่ได้ช่วยอะไรแก่ผู้ประสบเหตุร้าย

“เป็นที่มาของการซื้อกล้องติดรถยนต์ส่วนตัว เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรถเรา หรือผู้ใช้ทาง ทั้งบนท้องถนนหรือลานจอดรถไหนๆ เราก็มีกล้องบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เอาไว้ด้วยตัวเราเอง มีหลักฐานยืนยันแน่นอนครับ หมดห่วงได้เลย ตอนนี้ใช้มากว่า 3 ปีแล้วคุ้มค่ามาก” บุญยง กล่าว

อย่างไรก็ดี ขอร่วมรณรงค์ส่งเสริมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคันติดกล้องวิดีโอหน้ารถ เพราะสามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่างคือ 1.อุบัติเหตุรถชนโดยไม่รู้ว่าใครผิดกันเเน่ 2.คนชนรถเเล้วโดนเรียกร้องค่าเสียหาย 3.รถชนแล้วขึ้นศาล หาหลักฐานไม่ได้ 4.รถคันหน้าชนกันเเละกระเด็นมาโดนเรา 5.เจ้าหน้าที่หารายได้พิเศษโผล่มาดักโบกแล้วยัดข้อหานู่นนี่นั่น

และที่สำคัญ 6.กล้องสามารถบันทึกเหตุการณ์อุบัติเหตุจากผู้ขับขี่รถยนต์เมาแล้วขับ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิดได้

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย