
มุมแมวมอง...ต้องอย่างนี้ ใช่! ดาวดัง
โดนหลอกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า สำหรับคนที่อยากเข้ามาเป็นดาวในวงการบันเทิงแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนต้องเสียสะตุ้งสตางค์เพื่อเป็นใบเบิกทาง แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองได้ตีตั๋วผี
โดนหลอกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า สำหรับคนที่อยากเข้ามาเป็นดาวในวงการบันเทิงแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนต้องเสียสะตุ้งสตางค์เพื่อเป็นใบเบิกทาง แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองได้ตีตั๋วผี
โดย...เสน่ห์จันทร์
ล่าสุดที่เป็นข่าว (ไม่เป็นข่าวก็แยะ) เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่คนที่อยากเข้าวงการบันเทิง คือกรณีของ “รัฐ ริมพลีกุล” หรือ “ไฮโซแชมป์” ที่นำชื่อของคนในวงการอย่าง หนิงปณิตา พัฒนาหิรัญ เจนนี่จุฑารัตน์ เทียมสุวรรณ และ ครูปิ่นปิ่นศิริ ศิริปิ่น ผู้บริหารโรงเรียนดนตรีและลีลาศิริปิ่น ไปแอบอ้างว่าสนิทชิดเชื้อสามารถพาเข้าวงการได้ง่ายราวขึ้นทางด่วน แต่ที่สุดก็เป็นแค่คำคุยโวเพื่อตุ๋นเงินวัยรุ่นที่อยากเข้าวงการบันเทิงนั่นเอง
“ไม่ใช่เฉพาะหนิงเพียงคนเดียว ดาราคนอื่นๆ ก็ถูกนำรูปถ่ายไปหลอกลวงเหมือนกัน หนิงว่าตอนนี้คนที่อยากเข้าวงการบันเทิงมีมาก และช่องทางนี้ทำให้พวก 18 มงกุฎมาหลอกคนได้ ต้องมีสติสักนิดหนึ่งก่อนที่จะเชื่อ เพราะเดี๋ยวนี้ก็มีหนทางหลายทางที่จะมาสู่ตรงนี้” หนิง ปณิตา บอก
แมวมองและผู้จัดการดาราชื่อดัง โกโก้นิรุณ ลิ้มสมวงศ์ กล่าวว่า เท่าที่อยู่มา 6 ปี มีเด็กรุ่นใหม่อยากเป็นดาราเยอะ “เราในฐานะที่พาเด็กเข้าวงการ อยากจะบอกว่าคนทำงานต้องได้เงิน ไม่ใช่เราเสียเงินให้เขา พวกโดนหลอกให้จ่ายค่ามัดจำชุด ค่าถ่ายรูป มันไม่ใช่ ถ้าจะทำงานต้องได้เงิน โมเดลลิงหรือผู้จัดการต้องคอยซัพพอร์ตให้เด็ก ได้เงินมาค่อยเอามาแบ่งกัน ไม่ใช่ให้เด็กจ่ายไปก่อน แบบนั้นโดนหลอกแน่ๆ”
ตอนนี้โกโก้มีเด็กในสังกัดถึง 20 คน และยังคงเมียงมองหาเด็กใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดบันเทิง เด็กๆ ส่วนหนึ่งเดินเข้ามาหาเอง โดยเฉพาะทางเฟซบุ๊ก (facebook.com /gogo.niroon) มีวัยรุ่นเข้ามาโพสต์รูป ฝากประวัติไว้เยอะ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ทิ้งวิธีการ “แบบออริจินัล” คือ การหาตามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง อย่างที่เคยเจอ มาริโอ้ เมาเร่อ ในย่านสยามมาแล้ว
เพราะฉะนั้น ใครอยากเข้าสู่วงการบันเทิงก็หมั่นไปเดินห้างบ่อยๆ ไม่เพียงโกโก้ ยังมีโมเดลลิงอีกหลายค่าย รวมทั้งแมวมองรุ่นเก๋าอย่าง พจน์ อานนท์ ที่ยังนิยมมองหาเด็กหน้าใหม่แบบดั้งเดิมอยู่
“สยามไปเกือบทุกวัน วันละชั่วโมงสองชั่วโมง เสาร์อาทิตย์ไม่มีงานก็จะนั่งตรงทางเข้าพารากอนทั้งวัน ทาร์เก็ตเป็นวัยรุ่น อันดับแรกเลยต้องหน้าตาดี รูปร่าง... ผู้หญิงต้องสูง 160-165 ขึ้นไป ผู้ชาย 175 ขึ้น บุคลิกจะดูรวมๆ ผู้ชายต้องไม่ดูตุ้งติ้ง แต่ท้ายสุดเซนส์เราจะบอกเอง” พจน์ ว่า
ด้าน หนึ่งนิติธร เธียรดุสิต ผู้จัดการ ลักกี้ นีโอบอยส์ ซึ่งใครต้องการนายแบบหุ่นดีต้องนึกถึงโมเดลลิงนี้ กับประสบการณ์ในวงการมากว่า 17 ปี ผลงานโบแดงอย่างการค้นพบ อั้มอธิชาติ ชุมนานนท์ เป็นการันตี
เช่นเดียวกัน หนึ่งบอกแต่ละวันมีวัยรุ่นส่งจดหมายรูปถ่ายมาที่บริษัทเป็นจำนวนมาก แต่วิธีการนี้ไม่ค่อยได้เด็กที่โดนใจ อย่างไรก็ต้องเจอตัว “ถ้าเราจะเอาเด็กมาเล่นโฆษณา จะต้องดูคาแรกเตอร์ ถ้าจะเอามาปั้นเป็นซูเปอร์สตาร์เป็นดาราต้องดูแอดติจูดด้วย ต้องดูความฉลาดในการพูด การคิด การทำ บางคนไม่หล่อแต่คุยแล้วดูมีเสน่ห์ ดูหล่อไปเลย
วันหนึ่งเจอเด็กหล่อเป็นสิบๆ คน แต่เหมือนเราทำงานด้วยเซนส์ เหมือนใครมีเคมีต้องกันก็เลือกคนนั้น เราหาเด็กทุกๆ วันก็จริง แต่ไม่ได้ปั้นเยอะ เพราะประเภทบอร์นทูบีไม่ใช่มีกันบ่อยๆ ต้องใช้เวลาบ่มเพาะเพื่อให้เขาอยู่ได้นาน ไม่ใช่มาเร็วไปไว อยากฝากถึงเด็กที่อยากมาทำงานตรงนี้ว่าควรมีพื้นฐานมาบ้าง เช่น การเดินแบบ การแสดง บุคลิกภาพที่ดี การรู้จักเข้าสังคม”
นิติธรยังเตือนคนที่อยากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงว่า ทุกวันนี้โมเดลลิงมีเป็นร้อย มีทั้งรูปแบบบริษัทและแบบบุคคล ในตรงนี้คนทำงานจริงก็มี คนที่เข้ามาหากินโดยการหลอกลวงมีมาก ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจร่วมงานกับใครต้องศึกษากันก่อนว่าเขามีบริษัทที่ตั้งแน่นอนหรือไม่ สามารถติดตามงานและเงินย้อนหลังได้ไหม เป็นที่รู้จักในวงการจริงไหม คือโมเดลลิงที่ดีต้องตรวจสอบได้ เพราะดาราดังหลายคนก็เคยเจอโมเดลลิงไม่ดีมาก่อน ซึ่งจุดนี้เขาก็หวังว่าในอนาคตจะมีการจดทะเบียนโมเดลลิงอย่างต่างประเทศ
“คนที่ถูกหลอกคือคนที่ไม่รู้เรื่องราวในวงการบันเทิง ไม่รู้ว่ามีวิธีการไหนบ้างที่เข้ามาได้ พอมีคนชักชวนก็หลงเชื่อ ตรงนี้ต้องฝากเตือนถึงพ่อแม่ด้วย ถ้าอยากให้ลูกเข้าวงการก็ควรหาเวลามาดูแลด้วยก็ดี จะได้ไม่กลัวว่าลูกจะออกนอกลู่นอกทาง เพราะในวงการนี้มีสิ่งเร้าเยอะ อย่าให้โมฯ ไปนั่งเฝ้าอย่างเดียว และเด็กเองก็อย่าใจร้อน โฟกัสแรกของคุณคือการเรียน งานตรงนี้ทำเป็นอาชีพเสริม”
การหาเด็กใหม่ๆ มาเข้าสู่วงการบันเทิง ยังเป็นวิธีที่คลาสสิกและได้ผลดีที่สุดสำหรับแมวมอง แม้ว่ายุคนี้หนทางสู่การเป็นดาวจะมีหลายทาง เช่น การหาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ แม้แต่มหาวิทยาลัยตามต่างจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็มีช้างเผือกอยู่ นั่นคือ เวียร์ศุกลวัฒน์ คณารศ ที่ผ่านการกรองโดยสายตาแมวมอง เอศุภชัย ศรีวิจิตร หรือจะเป็นในงานประกวดดาว/เดือนมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือจากเวทีประกวดต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งการประกวดสำหรับการเป็นนักร้อง นักแสดง ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสายพานลำเลียงให้เด็กหน้าใหม่ได้เข้ามาสู่วงการบันเทิง
ส่วนใครจะดังจะรุ่งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่ที่จังหวะ เวลา และความสามารถ...นะจ๊ะ







