
จากเกาหลี สู่ไทย กับ Let Me In Thailand
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
เราได้ทำความรู้จักกับ หลิน-วงศ์ตะวัน ภานุประทีป หญิงสาวที่ถูกเพื่อนล้อว่าเป็นแก้วหน้าม้า เพราะว่าคางยื่น ฟันเหยิน จนทำให้เธอหมดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าสบตาผู้คน ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน และทานอาหารลำบาก ต่อมา เราก็ได้ทำความรู้จักกับ แพรว-ธัญวรรณ วงศ์กุณา หญิงสาวที่มีความบกพร่องบนใบหน้า นั่นคือหน้ายาวและเบี้ยวผิดรูป ทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด จนทำให้ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ ล่าสุด เราก็ได้ทำความรู้จักกับ เอฟ-วลีรัตน์ คมอนาเขต หญิงสาวที่เป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ และฟันเหยิน ทำให้เธอโดนเพื่อนๆ ล้อว่าหน้าผี และก็โดนคนต่อว่า ว่าเธอพูดไม่ชัด ฟังไม่รู้เรื่อง
มาวันนี้ พวกเธอได้พลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือแล้ว ด้วยการรับคัดเลือกให้ไปศัลยกรรมที่เกาหลี และพักฟื้นที่นั่นเป็นเวลา 70 วัน โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ดูตัวเองในกระจก ในรายการ Let Me In Thailand ศัลยกรรม พลิกชีวิต
ว่ากันว่า รายการนี้ เป็นรายการจากเกาหลี ที่มีมาแล้ว 5 ซีซั่น และเคยมีสาวไทยถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมรายการนี้ในซีซั่นที่ 4 ตอนที่ 15-16 “Special Global in Thailand” ภารกิจแปลงโฉมสาวไทยจนสวยตาค้างมาแล้ว และแน่นอน รายการนี้ก็ได้พลิกชีวิตสาวเกาหลีมานักต่อนัก
สำหรับรูปแบบรายการ หลักๆ คือ ทางรายการจะคัดเลือกคนที่มีปัญหาเรื่องใบหน้า ที่อาจไม่เข้าที่ หรือผิดสัดส่วน จำนวน 12 คน ไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี รวมทั้งพักฟื้นอยู่ที่นั่น เมื่อกลับมาที่ประเทศไทย ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมการปรับบุคลิกภาพเพื่อให้พร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งคนดูจะได้ทำความรู้จักกับทั้ง 12 คนก่อนศัลยกรรม และหลังศัลยกรรม รวมทั้งเรื่องราวชีวิตที่รันทดและบีบคั้นหัวใจเราดีเหลือเกิน รายการนี้ ดำเนินรายการโดย จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ม้า-อรนภา กฤษฎี และคิมซอนฮา ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมจากเกาหลี รวมทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทั้งจากเกาหลีและไทย ผู้ซึ่งจะมาเป็นผู้วินิจฉัยและทำการคัดเลือกผู้จะได้ไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีในรายการอีกด้วย
หากใครสนใจอยากชมรายการ Let Me In Thailand ศัลยกรรม พลิกชีวิต ในตอนต่อไป (คนที่ 4) ติดตามได้ในวันเสาร์ที่ 6 นี้ เวลา 20.00 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ กด 23 หรือดูรายการย้อนหลังได้ที่ยูทูบ WorkpointOfficial แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิตที่ถูกพลิกด้วยการศัลยกรรม มันทำให้คนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง กลับกลายเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากขึ้น มันเป็นอย่างนี้นี่เอง







