
สวย ร้าย แรง (ในจอ) เวฬุรีย์ ดิษยบุตร
โดย...แจนยูอารี ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
โดย...แจนยูอารี ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ลบภาพเก่าๆ ที่โดนข้อครหาคราวได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2014 จนแทบจำไม่ได้ "ฝ้าย-เวฬุรีย์ ดิษยบุตร" สวยสะพรั่ง หุ่นดี แถมมาพร้อมความร้ายและความแรง ในฐานะนักแสดงเต็มตัว ช่อง 8 ประเดิมด้วยละคร "มงกุฎริษยา"
ได้แสดงละครเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะตัวเธอเคยผ่านเวทีประกวดนางงาม แต่ผู้ใหญ่เล็งเห็นความเหมาะสม จึงมอบบท "ฟ้า" ให้เธอชิมลาง
"จริงๆ ฝ้ายเป็นคนหน้าหวานมากนะ (หัวเราะ) แต่ผู้ใหญ่คงเห็นแววอะไรบางอย่างแหละคะ ก็เลยให้ฝ้ายมารับบทนี้ ซึ่งฝ้ายก็โอเคเลย เป็นบทที่ต้องใช้พลังเยอะ ได้ปลดปล่อยอารมณ์ด้วย แม้จะไม่ใช่นางเอก แต่ก็เด่นทีเดียว"
มารับบทร้ายทั้งที สิ่งที่นักแสดงหน้าใหม่อย่างฝ้าย ไม่เพียงแค่พิสูจน์ฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์ของแฟนๆ ทว่า เธอยังต้องเข้าถึงอารมณ์ตัวละคร
"ความยากของบทนี้คือต้องตีความคำว่าร้ายของฟ้าให้ได้ตามที่ผู้กำกับต้องการ แล้วก็ต้องปะทะอารมณ์กับตัวละครอื่นๆ ด้วยค่ะ ต้องแม่นไดอะล็อกว่าต้องโกรธขนาดไหน ระดับความโกรธจะไม่เท่ากันเลย เพราะฟ้า เป็นตัวละครมีปมในใจ ภายนอกจะดูเรียบร้อย แต่ลึกๆ คือโดนแม่กดดัน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ก็เลยค่อยๆ เผยออกมาทีละนิด จนกระทั่งกลายเป็นระเบิดทางอารมณ์ลูกใหญ่
ถ้าให้นิยามความร้าย ฝ้ายว่าฟ้าเป็นคนที่ร้ายแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ร้ายกรี๊ดกร๊าด มีความฝัน อยากจะเป็นนางงาม อยากได้ที่หนึ่ง แต่ก็มาเจอกับการเปรียบเทียบ มาเจอคู่แข่ง บวกกับแม่มาด่ามาซ้ำเติม เลยเป็นเป็นปมในใจและทำให้มองโลกในแง่ร้าย ความร้ายทุกอย่างจะมีการวางแผน คิดอยู่ในหัวตลอดเวลาว่าต้องชนะ เมื่อโดนกระทำบ่อยๆ ทำให้ฟ้าต้องแสดงสัญชาตญาณแท้ออกมา"
แม้จะเคยมีประสบการณ์จากการขึ้นเวทีประชันขาอ่อนและคว้ามงกุฎมาครองได้ แต่ท้ายที่สุดเธอก็ยอมประกาศสละตำแหน่ง ฝ้ายยอมรับแทบจะไม่ได้นำมาปรับใช้กับการแสดงละคร อีกทั้งเธอยังมองว่าละครกับชีวิตจริง ต่างกันโดยสิ้นเชิง
"ไม่ใช่มุมหนึ่งชีวิตจริงของฝ้ายเลยค่ะ (หัวเราะ) ตรงข้ามกับชีวิตจริงฝ้ายก็ว่าได้ เพราะถ้าคนที่รู้จักฝ้ายก็จะรู้ว่าตัวจริงฝ้ายเป็นคนยังไง ตอนได้ตำแหน่งและมีข่าวโจมตีมากมาย ที่ต้องประกาศสละตำแหน่งเพราะฝ้ายไม่อยากให้คนรอบข้างและคนใกล้ชิด โดยเฉพาะคนในครอบครัว ก่อนจะสละตำแหน่งฝ้ายก็ถามคนรอบข้าง พอสละแล้วก็คุ้มค่านะและได้รู้ว่าใครบ้างที่เข้าใจเห็นใจเราจริงๆ บทเรียนที่ฝ้ายได้เรียนรู้คือต้องมีสติ อย่าหนีปัญหา แต่ต้องแก้ให้ถูกจุด ความรู้สึกฝ้ายอาจจะมีนอยด์นิดๆ และเสียดายค่ะ ไม่เสียใจเลยที่ไม่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวด แต่ฝ้ายแค่เสียดายโอกาสมากกว่า ที่กระทั่งฝ้ายก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองพิสูจน์อะไรเสียด้วยซ้ำ
ส่วนตัวฝ้ายไม่เคยประกวดเวทีใหญ่ เมื่อตัดสินใจว่าจะประกวดก็ประกวดเลย พอมาประกวดแล้วเจอกับอะไรต่างๆ ก็ถือเป็นประสบการณ์ในชีวิตค่ะ ที่สุดแล้วค่ะ (หัวเราะ) ขอเก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งฝ้ายก็เคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว เพราะฝ้ายเชื่อว่าชีวิตคนเราก็มีช่วงจังหวะที่แตกต่างกัน อย่างการได้มาแสดงละครเรื่องนี้ แม้จะเกี่ยวกับการประกวดนางงาม ก็คงเป็นโอกาสที่ดีของฝ้ายที่ได้รับจากผู้ใหญ่และจะได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักแสดงคนหนึ่งที่ต้องแสดงไปตามบทบาท"
จบจากละคร "มงกุฎริษยา" ฝ้ายก็มีผลงานเรื่องใหม่ต่อทันที เป็นละครย้อนยุค "เชลยศึก" กำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำ โดยบทที่เธอได้แสดงนั้นดีกรีความร้ายลดลงอย่างมาก เหลือไว้เพียงตัวละครที่มีความเอาแต่ใจตัวเองเล็กๆ
"เรื่องการแสดงฝ้ายก็ยังต้องพัฒนาต่อค่ะ เพราะฝ้ายคิดว่าโลกการแสดงเป็นสิ่งที่ไม่มีจุดสิ้นสุดอยู่แล้ว สำหรับเรื่องนี้ซีนร้องไห้ยากมากค่ะ ฝ้ายไม่ค่อยอินเลยค่ะ ก็เกรงใจนักแสดงอื่นเหมือนกัน ถ้าน้ำตาไหลไวคงจะทำให้การทำงานราบรื่นมากกว่านี้ค่ะ อนาคตฝ้ายก็อยากลองเปลี่ยนบทบาทอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะตลก อยากลองค่ะ น่าจะสนุกดีเหมือนกัน แต่บทร้ายคงไม่ทิ้งหรอก ถ้ามีบทน่าสนใจก็คงรับอีกแน่นอนค่ะ"







