posttoday
พบหมู่บ้านเก่าแก่อนุรักษ์งานศพจีนไหลำ

พบหมู่บ้านเก่าแก่อนุรักษ์งานศพจีนไหลำ

22 มกราคม 2559

พบหมู่บ้านเก่าแก่อายุกว่า300ปีในอ.ปะเหลียน จ.ตรัง "บ้านหินคอกควาย"อนุรักษ์งานศพจีนไหหลำ

โดยเมธี เมืองแก้ว รายงาน

"หินคอกควาย" หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านนา อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง  เป็นหมู่บ้านที่มีอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 300 ปี และมีลักษณะเฉพาะที่เห็นได้ในปัจจุบันหลายประการ  โดยเฉพาะการเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายและความซับซ้อนทางวัฒนธรรม เพราะมีคนพุทธ คนมุสลิม และคนจีน อยู่ร่วมกันมาแต่อดีตอย่างกลมกลืน หรือมีความขัดแย้งน้อยมาก  ดังจะเห็นได้จากการแต่งงานข้ามกันไปมาจนเป็นเรื่องปกติ เว้นเสียแต่บุคคลนั้นจะเปลี่ยนมานับถือศาสนาของอีกฝ่ายแทน
  
เนื่องจากชุมชนแห่งนี้มีชาวไทยเชื้อสายจีนไหหลำที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของจังหวัดตรัง  ชาวบ้านจึงได้พยายามร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมการจัดงานศพของชาวจีน หรือชาวไทยเชื้อสายจีน  โดยเฉพาะพิธีศพของบุพการี ซึ่งบุตรหลานจะต้องจัดขึ้นอย่างดีที่สุด เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตา  รวมทั้งยังมีความละเอียดซับซ้อนสะท้อนภูมิปัญญาเก่าแก่ และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์  นับเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ตายและส่งผู้ตายไปยังภพภูมิที่ดี  ส่วนบุตรหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะมีความเจริญรุ่งเรือง
  
"นายเจี้ยบ ทองเอียบ" หรือ "ก๋งไว" แกนนำชุมชนแห่งนี้ อธิบายว่า  ประเพณีวัฒนธรรมการจัดงานศพของชาวจีนที่นี่ จะเริ่มตั้งแต่การจัดทำหีบศพแบบจีน หรือโลงจีน  ด้วยการนำไม้ซุงทั้งท่อน มาขุดเป็นหลุมให้ใส่ศพได้  ซึ่งนิยมเรียกกันว่า "โลงหัวหมู" และขนาดกว้างความยาวต้องตกตัวเลขมงคลตามสายวัดของจีน  พร้อมกับมีการแต่งตัวผู้ตาย รูปผู้ตาย โลงศพ และใส่ทรัพย์สินประจำตัวผู้ตายลงไปในโลงศพ
  
นอกจากนั้น ชาวไทยเชื้อสายจีนไหหลำมักจะนิยมตั้งศพบำเพ็ญกุศลนิยมไว้ที่บ้าน ก่อนนำไปฝังที่สุสานตามประเพณี  ซึ่งในการตั้งศพไว้ที่บ้าน บางคราวต้องปิดถนน เพื่อใช้เนื้อที่วางโต๊ะ เก้าอี้ กางเต้นท์ รับรองแขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพ  ส่วนการเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมในงานก็เป็นเรื่องใหญ่ ที่เจ้าภาพถือว่าจะต้องไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่ม
  
ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดพิธีไหว้ศพ ในวันปลงศพ หรือวันฝังศพ  โดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ลูกชาย ลูกสาว ลูกสะใภ้ หลานใน หลานนอก ลูกบุญธรรม หรือลูกยก พี่น้องผู้ตาย ไปจนถึงหลานๆ  แต่ที่ยังคงเป็นจุดเด่นและหาชมได้ยากแล้วในปัจจุบันคือ พิธีแห่ศพชาวไทยเชื้อสายจีนไหหลำ  ซึ่งปัจจุบันโดยส่วนใหญ่จะนำโลงหัวหมูขึ้นรถ แล้วนำไปฝังยังสุสาน
  
ชุมชน "บ้านหินคอกควาย" จะให้ลูกหลาน 32 คน ช่วยกันหามไม้คานแบกโลงศพ ที่ทำด้วยไม้ทังหน ไม้ประจำถิ่นใต้  เนื่องจากมีความเบา แต่เหนียวและคงทนแข็งแรงมาก รวม 31 ท่อน  โดยไม้คานแบกโลงศพแต่ละท่อน จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 5-15 ซม.  ซึ่งไม้คานที่เบาที่สุดจะมีขนาดยาว 1.20 เมตร และหนักประมาณ 10 กิโลกรัม  ส่วนไม้คานที่หนักที่สุดจะมีเพียงท่อนเดียว ขนาดยาว 8 เมตร และหนักถึง 50 กิโลกรัม
  
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบางงานจุดที่ตั้งศพกับสุสานมีระยะทางไกลมาก  ขณะที่ทั้งโลงศพหัวหมูและไม้คานแบกโลงศพ มีน้ำหนักรวมกันประมาณ 500 กิโลกรัม จึงต้องใช้ลูกหลานช่วยกันหามถึง 3 ผลัด หรือ 96 คน  ซึ่งจำนวนคนที่มาช่วยหามโลงศพ จะบ่งบอกถึงบารมีและคุณความดีของผู้ตายตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่  ยิ่งมีคนมากก็แสดงว่าผู้ตายอาจช่วยเหลือคนไว้มากหรือมีบริวารมาก
  
ร.อ.หญิง สิรีลัคน์ รัตนประสิทธิ์ ลูกหลานของชุมชนแห่งนี้ บอกว่า  ขบวนแห่ศพไปยังสุสาน ลูกชายคนโตหรือหลานชายคนโต จะเป็นผู้ถือรูปของผู้ตาย  ส่วนลูกคนอื่นจะโปรยกระดาษเงินกระดาษทอง เป็นใบเบิกทางให้ผู้ตายเดินทาง  ส่วนพิธีฝังศพ จะเริ่มต้นด้วยการไหว้เจ้าที่ แล้วจึงนำศพลงหลุม  จากนั้นลูกหลานจะช่วยกันนำดินใส่ในหลุมและกลบให้เรียบร้อย  แล้วจึงทำพิธีเจิมภาพถ่ายของผู้ตายเพื่อนำกลับไปเซ่นไหว้พร้อมกับกระถางธูป
  
อย่างไรก็ตาม ที่ตั้งของหลุมศพ หรือฮวงจุ้ย ชุมชน "บ้านหินคอกควาย" จะให้ความสำคัญมาก  เพราะเชื่อว่าถ้าเลือกที่ตั้งไม่ดี จะส่งผลให้ลูกหลานทำมาค้าขายไม่เจริญ  ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนไหหลำได้ร่วมกันทำอย่างเต็มที่ตลอดการจัดงานศพ  ไม่เพียงเป็นการแสดงออกถึงรักใคร่สามัคคีกันเท่านั้น  แต่ยังเป็นการเสริมสร้างให้เกิดความเป็นศิริมงคลที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ตราบนานเท่านาน

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก