
ช้างศึกลั่นกลองรบ หักด่านซามูไรลุ้นไปต่อ
ช่วงหัวค่ำคืนนี้แฟนบอลชาวไทยอย่าลืมเปิดช่อง 7 ให้กำลังใจทัพช้างศึก กับการเจอบททดสอบครั้งสำคัญ
โดย...มิวโกโตะ
ช่วงหัวค่ำคืนนี้แฟนบอลชาวไทยอย่าลืมเปิดช่อง 7 ให้กำลังใจทัพช้างศึก กับการเจอบททดสอบครั้งสำคัญ โดยเจอทีมเต็งประจำทัวร์นาเมนต์
ไทย - ญี่ปุ่น
สนาม : แกรนด์ ฮาหมัด
เวลา : 20.30 น. (เวลาไทย)
เกมแรกทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ไล่ตามตีเสมอ ซาอุดิอาระเบีย 1-1 นัดนี้ต้องพยายามเก็บแต้มเพิ่มเพื่อโอกาสทะลุรอบน็อกเอาต์ ซึ่ง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้นำลูกทีมลงฝึกซ้อมมื้อสุดท้ายที่สนามกาตาร์ เทคนิคอล โดยสั่งติวเข้มรูปแบบขึ้นเกมเป็นพิเศษและแท็กติกต่างๆ ก่อนเปิดเผยถึงความพร้อมไทยแลนด์มีลุ้นเซอร์ไพรส์
“แมตช์ ญี่ปุ่น ชนะ เกาหลีเหนือ 1-0 เราได้ส่งทีมงานคือ ‘โค้ชโชค’ โชคทวี พรหมรัตน์ ไปดูฟอร์ม ทำให้มีข้อมูลและรู้ว่า ญี่ปุ่นชุดนี้ใช้บอลโยนยาวเข้าใส่ เพราะมีกองหน้าที่รูปร่างสูง และมีตัวริมเส้นฝั่งซ้ายที่ทำเกมได้ดี โดยกำชับนักเตะว่าห้ามทำฟาวล์ในระยะอันตราย รวมถึงริมเส้นด้วย เพราะอาจถูกโจมดีด้วยลูกกลางอากาศได้ ซึ่งเป้าหมายของเราคือการเก็บชัยชนะเพื่อโอกาสเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย คิดว่านักเตะไทยทุกคนจะสู้กับญี่ปุ่นได้ ยิ่งถ้าฟิตขยันเล่นได้อย่างนัดแรกรับรองสนุกแน่” ซิโก้ กล่าว
สภาพทีมฟิตพร้อมลงสนามทุกคน เจนรบ สำเภาดี หายเจ็บกลับมาล่าตาข่าย ไลน์อัพ 11 คนแรกอาจเปลี่ยน ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร มาเคลื่อนเกมแดนกลางร่วมกับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ “กัปตันเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ริมเส้น ปกรณ์ เปรมภักดิ์ กับ ภิญโญ อินพินิจ สลับเข้าทำ ส่วนแผงหลังใช้ชุดเดิม สมพร ยศ (ผู้รักษาประตู) แบ็กสองฝั่ง ทริสตอง โด, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ จับคู่ อดิศร พรหมรักษ์
ด้าน มาโกโตะ เทกุระโมริ นายใหญ่ทัพซามูไร ที่เข้ามาส่องฟอร์มทีมชาติไทยนัดแรก เปิดเผยต้องทำการบ้านมาอย่างหนักกับการดวลทีมช้างศึกวันนี้ เนื่องจากไม่ต้องการประมาทคู่แข่งทุกทีม ส่วน วาตารุ เอ็นโดะ กัปตันทีมชาติญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเชียนิวส์ ว่า ขอเรียกความมั่นใจในแมตช์นี้
“พวกเราไม่พอใจฟอร์มการเล่นภาพรวมในเกมแรก แต่การไม่เสียประตูและเก็บชัยชนะถือเป็นสิ่งจำเป็น นัดที่ 2 (กับไทยแลนด์) เราจะลงเล่นโดยไม่เสียประตูเช่นเคย ลูกเซตพีซถือเป็นสิ่งสำคัญในระดับทัวร์นาเมนต์ มันเป็นพื้นฐานของการประสบความสำเร็จ” เอ็นโดะ เปิดเผย
ขุมกำลังญี่ปุ่นที่ไทยห้ามประมาท คือ ความคล่องตัวของ นากาจิมะ โทยะ ดาวโรจน์จอมแอสซิสต์ของสโมสรเอฟซี โตเกียว ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นตลอด 90 นาที ในนัดเชือด เกาหลีเหนือ 1-0 และต้องระวังบอลยาวจาก ทาคูมิ มินาโมโตะ ที่เล่นกับทีมซัลบวร์ก ในออสเตรีย ที่สำคัญต้องห้ามให้ มูซาชิ ซูซูกิ ดาวยิงร่างโย่งลูกครึ่งจาเมกา ได้พลิกบอลในแดนหน้า ซึ่งจุดนี้โค้ชซิโก้ได้ติวเข้มแข้งไทยให้ช่วยกันซ้อนสกัดโดยไม่สั่งประกบติดเด็ดขาดเพราะกลัวแท็กติกที่ซ้อมมาผิดพลาด
ความน่าจะเป็น : ญี่ปุ่นคงเปิดเกมภาคพื้นดินสลับกับบอลโด่งเพื่อความหลากหลาย ซึ่งถ้าไทยแรงดีไล่แบบนัดแรกอาจเพรสซิ่งแย่งบอลมาบุกสวนได้บ้าง ปัญหาคือไทยจะเจาะเข้าไปอย่างไร เพราะแท็กติกซามูไรในเกมแรกแผงหลังยืนป้องกันโซนอย่างแข็งแกร่ง แทบไม่ขึ้นมาเติมถ้าไม่ใช่ลูกนิ่ง ถ้าให้ฟันธงจากฟอร์มนัดแรก ยอมรับว่าหวั่นลูกกลางอากาศของ มูซาชิ ซูซูกิ จะทำไทยน้ำตาตก
สกอร์ที่คาด : ญี่ปุ่น ชนะ 2-1







