posttoday
ร้าน ‘เคเอฟซี’ สีเขียว

ร้าน ‘เคเอฟซี’ สีเขียว

14 มกราคม 2559

ยุคนี้ถ้าร้านอาหารหรือร้านกาแฟแบรนด์ไหนมีนโยบายมุ่งพัฒนาแบรนด์ของตัวเองให้เป็นร้านสีเขียว (Green Building)

โดย...ภาดนุ

ยุคนี้ถ้าร้านอาหารหรือร้านกาแฟแบรนด์ไหนมีนโยบายมุ่งพัฒนาแบรนด์ของตัวเองให้เป็นร้านสีเขียว (Green Building) หรืออาคารเพื่อประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วละก็ แบรนด์นั้นก็ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้กระแสรักษ์โลกยังคงมาแรงแบบไม่มีตก

ดูอย่างร้านเคเอฟซี (KFC) ซึ่งเป็นร้านที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ก็ยังอินกับกระแสรักษ์โลก โดยสร้างร้านให้เป็นอาคารสีเขียวที่ผ่านการใช้วัสดุประเภทช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเป็นผู้นำร่องเจ้าของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนเจ้าแรกในเมืองไทย ด้วยการนำมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นระบบการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการประหยัดพลังงานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากลมาใช้

ร้าน ‘เคเอฟซี’ สีเขียว

 

เคเอฟซีได้ออกแบบและก่อสร้างร้านตามแนวทางอาคารสีเขียวของลีด ซึ่งร้านส่วนใหญ่จะเป็นร้านในรูปแบบไดรฟ์ทรู สแตนด์อะโลน ที่มีศักยภาพในการออกแบบได้ตามมาตรฐานของลีด ซึ่งเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้หลอดไฟแอลอีดีทั้งไฟสว่างในร้านและป้ายร้าน ใช้วัสดุตกแต่ง สี กาว ที่มีส่วนประกอบสารระเหยต่ำ ใช้สุขภัณฑ์รวมทั้งอุปกรณ์ที่ประหยัดน้ำ มีที่แยกทิ้งขยะและเตรียมพื้นที่คัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิล ใช้กระจก Low-E ช่วยลดความร้อนจากภายนอกเข้ามาภายในอาคาร ใช้เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้แผ่นหลังคาที่ลดการสะท้อนของรังสีโซลาร์ เป็นต้น

ผลที่ได้จากการพัฒนาร้านเป็นอาคารสีเขียวก็คือ ลดการใช้พลังงานในอาคารได้ 40% (เทียบกับเกณฑ์เฉลี่ยสากลของอาคารประเภทเดียวกัน) ลดการใช้น้ำได้ 60% ด้วยก๊อกประหยัดน้ำ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 40% ลดขยะจากการก่อสร้างได้ 75% คุณภาพอากาศภายในอาคารที่ดีต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร และลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในระหว่างการก่อสร้าง

ร้าน ‘เคเอฟซี’ สีเขียว

 

เรียกว่ามีข้อดีมากมายสำหรับร้านสีเขียวของเคเอฟซี ซึ่งขณะนี้มีร้านที่อยู่ในโครงการนำร่องทั้งหมด 11 สาขา ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและได้รับใบรับรองตามมาตรฐานจากลีด (LEED Certificate) ซึ่งเปิดบริการครบทุกสาขาแล้ว นั่นคือ สาขาบิ๊กซี กาญจนบุรี, อยุธยา ซิตี้พาร์ค, ดิ อัพ พระราม 3, เพียวเพลส ราชพฤกษ์, เพชรเกษม เพาเวอร์ เซ็นเตอร์, รามคำแหง, โลตัส พัฒนาการ, เทพารักษ์, ถนนมหิดล (เชียงใหม่), พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก และเดอะ มู้ด นครชัยศรี

นอกเหนือจากมาตรฐานลีดแล้ว บริษัท ยัม! แบรนด์ส อิงค์ สหรัฐ เจ้าของแบรนด์เคเอฟซี ยังได้นำองค์ความรู้ที่ได้จากการสร้างอาคารสีเขียวด้วยมาตรฐานลีดของร้านอาหารในสังกัดทั่วโลกมาพัฒนาเป็นมาตรฐานอาคารสีเขียวที่มีชื่อเรียกว่าบลูไลน์ (Blueline) โดยใช้หลักการและแนวทางเดียวกันกับลีด แต่ปรับให้เฉพาะเจาะจงเพื่อให้เข้ากับร้านอาหารโดยเฉพาะ

ร้าน ‘เคเอฟซี’ สีเขียว

มาตรฐานบลูไลน์จะเน้นไปที่ 6 องค์ประกอบหลักของการออกแบบและก่อสร้าง ได้แก่ สถานที่ตั้งร้านต้องเอื้อต่อสิ่งแวดล้อม (Site Sensitivity) การประหยัดพลังงาน (Energy Savings) การประหยัดและอนุรักษ์น้ำ (Water Conservation) การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sensible Materials) การติดตามผลและตรวจสอบหลังเปิดใช้อาคาร (Quality Assurance) และการให้ความสำคัญกับผู้ใช้อาคาร (People First) ทั้งนี้ร้านที่จะผ่านมาตรฐานบลูไลน์ได้ ต้องผ่านเกณฑ์ข้อบังคับ 27 ข้อ (27 Must Haves) และเกณฑ์ที่สามารถเลือกได้อีกอย่างน้อย 20 ข้อ (20 Options) อีกด้วย

ขณะนี้ร้านเคเอฟซีในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานบลูไลน์แล้วมี 3 สาขา คือ เคเอฟซี โลตัส คลองหลวง,เคเอฟซี อัศวรรณ 2 (หนองคาย) และเคเอฟซีเดอะวัน บางใหญ่...ส่วนอีก 1 สาขา คือ เคเอฟซี สุวินทวงศ์ นั้นกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.yumcsr.com/environment

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน