เลี้ยงลูกให้มีความสุขน่ารักสมวัย
ธนิตา ชัยยศบูรณะ เจ้าของสถาบันดูแลสุขภาพผิวมิวนีค มิวราด ที่ไลฟ์เซ็นเตอร์ เป็นคุณแม่รุ่นใหม่ที่มีธุรกิจหลายอย่างให้ต้องทำ
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ธนิตา ชัยยศบูรณะ เจ้าของสถาบันดูแลสุขภาพผิวมิวนีค มิวราด ที่ไลฟ์เซ็นเตอร์ เป็นคุณแม่รุ่นใหม่ที่มีธุรกิจหลายอย่างให้ต้องทำ ขณะเดียวกันก็เป็นคุณแม่ของลูกสาวตัวน้อยวัยกำลังน่ารักถึง 2 คน คือ “น้องเคธ” ด.ญ.ธิรดา ชัยยศบูรณะ อายุ 7 ขวบ ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอำนวยศิลป์ และ “น้องแคลร์” ด.ญ.วรตา อายุ 4 ขวบ ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนอำนวยศิลป์
คุณแม่ยังสาวเล่าว่า เธอไม่มีสูตรสำเร็จในการเลี้ยงลูก ไม่เปิดคู่มือในการเลี้ยง แต่เลี้ยงลูกตามความรู้สึก ตามความถูกต้องเหมาะสม ไม่มีกฎกติกาอะไรเป๊ะๆ ใช้ความรักความเข้าใจให้อิสระเพื่อให้ลูกมีความสุขสมวัย “คือเราจะเอามาตรฐานการเลี้ยงแบบที่คุณพ่อคุณแม่เคยเลี้ยงเรามาใช้ซะทั้งหมดก็ไม่ได้ บางอย่างใช้ได้แต่บางอย่างอาจจะไม่เหมาะเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป แม่เองก็ต้องเรียนรู้บางอย่างไปพร้อมๆ กับลูกๆ” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
โชคดีว่าลูกยังเล็กๆ กันอยู่เลยเลี้ยงง่าย ตอนนี้จึงเน้นเรื่องความสะอาด ความมีระเบียบวินัย กิริยามารยาท เป็นหลัก นอกจากนั้นก็ใช้ความรักความเข้าใจความใกล้ชิดเป็นสำคัญ แล้วดูว่าลูกชอบอะไร ถนัดอะไรก็ส่งเสริมไปทางนั้นเพื่อดึงพรสวรรค์ ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ความชอบของลูกออกมา คือเลี้ยงกันไปตามสเต็ปวัยเด็กควรเน้นเรื่องอะไร วัยรุ่นควรสอนอะไร ตอนโตควรสอนอะไร สอนไปตามพัฒนาการตามวัยของลูก
“พื้นฐานเลยก็คือเลี้ยงให้ลูกมีความสุข ความสบายใจกับปัจจุบันของเขา ดูนิสัยใจคอเขาด้วย เพราะคนโตจะขี้อายไม่กล้าแสดงออก แต่คนเล็กจะดูเหมือนดื้อขึ้นอีกนิด กล้าพูดกล้าคิด เหมือนมีพี่สาวเป็นแบบแล้วเขาเลยดูเหมือนมีพัฒนาการที่เร็วกว่า แม่ก็ต้องดูว่าคุยกับพี่สาวก็ต้องเป็นแบบหนึ่ง คุยกับน้องสาวก็ต้องอีกแบบหนึ่ง สิ่งสำคัญก็คือเราต้องพูดคุยกับลูกตลอด อย่าคิดว่าเขาเด็ก เขาคงไม่เข้าใจ ซึ่งไม่ใช่ ถึงเขาจะเป็นเด็กแต่เขาก็พูดรู้เรื่อง เขาฟังเขาจำสิ่งที่พ่อแม่พูดได้”
ธนิตา กล่าวต่อไปว่า เธอไม่คาดหวังมากว่าลูกจะโตไปเป็นอย่างไร ให้ลูกทำงานอะไร เรียนอะไร การไปตั้งความหวังอะไรมากๆ จะทำให้เสียใจผิดหวังกดดันทั้งแม่และลูก เพียงขอให้เขาเป็นเด็กดีน่ารักสมวัย มีอิสรเสรีทางความคิดอย่างเหมาะสม สิ่งที่เธอพยายามสอนก็คือพยายามให้ลูกรักนับถือและเคารพในคุณค่าของตัวเอง มีความรับผิดชอบรู้จักหน้าที่ เป็นคนดีไม่ทำตัวเป็นปัญหาของครอบครัวและสังคม
“แม่พยายามสอนให้ลูกรู้จักศีล 5 ตั้งแต่เด็กๆ โดยยกตัวอย่างในสิ่งที่ใกล้ๆ ตัวที่ลูกพอเข้าใจได้ง่ายๆ เช่น เขาชอบเล่นเป็นนางฟ้า แม่ก็จะสอนว่า ถ้าเป็นนางฟ้าต้องเป็นคนดีนะ ต้องใจดีไม่ทำร้ายสัตว์ ไม่ตบยุง ไม่หยิบของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่โกหก สอนให้เขานึกภาพออกเหมาะกับวัยที่เขาจะรับรู้ได้”
สิ่งที่คุณแม่อย่างเธอออกจะเป็นกังวลอยู่บ้างก็คือ ในเรื่องของเทคโนโลยีซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งมันทำให้เด็กโตเร็ว เรียนรู้เร็วเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นการเรียนรู้ที่ผิดๆ ได้ด้วย ดังนั้นต้องพยายามเดินสายกลางจะห้ามไม่ให้เล่นเลยคงยาก แต่คงต้องเลือกเวลาให้เหมาะ มีผู้ใหญ่คอยเฝ้ามองอยู่ห่างๆ มีกฎกติกากันบ้าง แต่ละครั้งต้องไม่นานเกิน 15 นาที วันละไม่เกิน 3 ครั้ง เรื่องวินัยนี่ต้องสอนกันตั้งแต่เด็ก ถ้าโตกว่านั้นจะเป็นไม้แก่ดัดยากแล้ว การพูดคุยกับลูกต้องใจเย็นๆ ไม่ใช้อารมณ์ ใช้เหตุใช้ผล
เธอให้ความเห็นว่า การเลี้ยงลูกตอนยังเล็กๆ ไม่ค่อยมีปัญหากวนใจอะไร เน้นให้กินอิ่ม นอนหลับ สุขภาพดี มีระเบียบวินัย ไม่ดื้อไม่ซนเกินไป ถ้าสอนถ้าฝึกกันไว้ให้ดีตั้งแต่เล็กๆ ก็จะฝึกง่าย ตอนโตก็จะง่ายหน่อย รอไปสอนตอนโตอาจจะช้าเกินไป สิ่งที่เพิ่มเติมก็คือการสอนให้แบ่งปันรู้จักให้คนอื่นบ้าง โดยพาลูกไปบริจาคของ ไปทำบุญที่วัด ให้ลูกเห็นว่าสังคมต้องมีการให้ มีการแบ่งปัน
“ตัวแม่เองก็พยายามนำหลักธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิตการทำงานและการเลี้ยงดูลูก เพื่อให้เราสงบนิ่งใจเย็น หยุดคิด มีสติ รู้จักช้าๆ ลงบ้าง” เธอกล่าวอย่างใจเย็น


