posttoday
ทุกความผิดพลาดล้มเหลว คือขุมปัญญาแห่งชีวิต

ทุกความผิดพลาดล้มเหลว คือขุมปัญญาแห่งชีวิต

23 ธันวาคม 2558

โดย...ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม ริเท็นนิส ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์

โดย...ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม ริเท็นนิส ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เราเชื่ออย่างนั้น...ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ “ความตาย” กลายเป็นบทสนทนาธรรมดาๆ ในครอบครัวเรา ไม่ต่างอะไรกับเรื่องลมฟ้าอากาศ หรือมุขตลกๆ ที่หยอกเย้ากันในบ้าน ความตายสำหรับพวกเราแล้ว ไม่ใช่เรื่องโชคลาง หรือสิ่งอัปมงคล หากแต่เป็นสิ่งเตือนตนให้ไม่ประมาทและไม่อกตัญญูต่อชีวิต

“ปู่” เป็นครูคนแรกๆ ที่สอนให้ทุกคนในบ้านเห็นถึงการเผชิญหน้ากับความตายอย่างมีสตินั้นเป็นอย่างไร จำได้ว่า ณ ช่วงเวลาสุดท้ายที่ปู่กำลังจะจากไป ท่านกวักมือเรียกทุกคนให้มาหาที่ห้องน้ำและพูดเพียงสั้นๆ ว่า “ดูไว้นะ นี่เป็นอาการของคนธาตุไฟแตก” พูดจบปู่ก็เดินช้าๆ ไม่ยอมให้ใครพยุงกลับมานั่งที่เตียง ก่อนจะพนมมือ หลับตา และจากไปอย่างสงบ นั่นเป็นมรดกล้ำค่าชิ้นสุดท้ายที่ปู่ทิ้งเอาไว้ให้...

วันผ่านหมุนเวียนไป การเรียนรู้ น้อมรับ และปฏิบัติกันแบบไม่เขินอายในบ้าน มาถึงจุดที่ทำให้เราทุกคนต่างมั่นใจว่า พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตายอยู่ทุกเมื่อ จนกระทั่ง...

“พ่อ” ซึ่งใช้ชีวิตมากว่า 80 ปี ไม่เคยป่วยเลยสักครั้ง กลับเกิดอาการสั่นหลงๆ ลืมๆ จากที่คุยกันสนุกสนานเมื่อคืน พอรุ่งเช้ากลายเป็นคนละคน คุยกันไม่รู้เรื่อง จำอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นก็ทำใจแล้วว่าเราอาจจะต้องเสียพ่อไป เช้าวันเดียวกัน “แม่” ซึ่งเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเรา เกิดอาการเจ็บเข่าอย่างรุนแรง ลุกเดินไม่ได้ ที่แย่กว่านั้นก็คือเรามีภารกิจที่ต้องทำอย่างไม่อาจปฏิเสธ สุดท้ายจึงต้องตัด (สิน) ใจให้ “สามี” (โอลาฟ ริเท็นนิส) พาพ่อและแม่ไปโรงพยาบาล ก่อนที่พ่อจะออกจากบ้าน เราก็ไปกระซิบข้างหู “พ่อ...เราไม่ใช่ร่างกายนี้ เราเป็นแค่ดวงจิต และดวงจิตของพ่อก็มีทางเลือกที่จะสู้ต่อ หรือหากพ่ออยากจะโบยบิน ทิ้งรถเก่าๆ ผุพังคันนี้เพื่อไปอยู่ในรถคันใหม่ที่สวยงามกว่าก็ไปได้เลย อย่าห่วงทางนี้” สิ้นเสียงเรา อาการของพ่อก็สงบลงอย่างเห็นได้ชัด

ตรงกันข้าม ความห่วงหาอาลัยพ่อแม่อยู่ลึกๆ ในใจกลับปะทุขึ้นเป็นระยะตลอดการทำภารกิจในวันนั้น ทำให้เราเข้าใจเลยว่า สิ่งที่สั่งสมมาเป็นสิบๆ ปี ทั้งเรียนรู้ยอมรับ ปฏิบัติต่างๆ นานา เพื่อรอเวลาเผชิญหน้ากับความตายนั้น พอเอาเข้าจริง เรากลับยังไม่พร้อมอย่างที่คิดไว้ หลังจากเสร็จภารกิจก็ตรงดิ่งไปหาพ่อและแม่ที่โรงพยาบาล โดยระหว่างทางนั้นมือยังคงพิมพ์บทความลง
สมาร์ทโฟน เพราะถึงกำหนดต้องส่งคอลัมน์ให้ทางสำนักพิมพ์ จะด้วยความสะเพร่า พลั้งเผลอ ไร้ซึ่งสติหรืออะไรก็ตามแต่ ปรากฏว่าบทความนั้นเกิดความผิดพลาดขึ้นอย่างไม่น่าให้อภัย กว่าจะรู้ตัวบทความนั้นก็ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ออกไปแล้ว

สองเดือนถัดมา หลังอาการพ่อและแม่ดีขึ้น ผลของการเรียนรู้เรื่องความตายของครอบครัวกลับเพิ่งปรากฏชัดขึ้น ผ่านภาพคนแก่สองคนที่มีพลังบวกมหาศาล เข้มแข็งพอที่จะพูดกับใครๆ ด้วยรอยยิ้มว่า “ดีแล้ว...ได้พักเข่าบ้าง” แทนที่จะฟูมฟายว่าตัวเองเดินไม่ได้ ส่วนพ่อก็หันมาดูแลตัวเองมากขึ้นโดยไม่ต้องมีใครบังคับ ขณะที่ตัวเราเองก็เพ่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจนเห็นถึงเหตุ

ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดพลาดทั้งหมด ก็คือ การทระนงตนว่าเราพร้อม! โดยหารู้ไม่ว่าการเผชิญความตายอย่างซึ่งหน้าระยะประชิดนี้ต่างหากที่จะวัดค่าความมั่นคงภายในจิตคนเราได้ ฉะนั้นจงเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้นก่อนจะตอบตัวเองว่า พร้อมหรือไม่? และให้เชื่ออย่างหมดใจว่า ไม่มีความผิดพลาด ล้มเหลว ทุกข์ทรมาน เจ็บปวดใด จะเหลือบ่ากว่าแรง หากเรายังศรัทธาในสติและหาญกล้าพอจะน้อมรับและเรียนรู้มัน สิ่งเหล่านั้นจะกลับกลายเป็น “ครู” ชั้นดี ที่จะเนรมิตความมหัศจรรย์ให้กับชีวิตเรา...อย่างเหลือเชื่อ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69