posttoday
คิดบวกแบบเดี่ยว ก็สุขลูกเดียว

คิดบวกแบบเดี่ยว ก็สุขลูกเดียว

13 ธันวาคม 2558

ผมเชื่อว่าหลายคนกำลังอินกับละครที่ผมเป็นหนึ่งในนักแสดง นั่นก็คือ “ไฟล้างไฟ” การเชือดเฉือนของตัวละคร

โดย...สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล เรียบเรียง สมแขก

ผมเชื่อว่าหลายคนกำลังอินกับละครที่ผมเป็นหนึ่งในนักแสดง นั่นก็คือ “ไฟล้างไฟ” การเชือดเฉือนของตัวละครทำให้คนดูสนุก แต่ถ้าว่ากันตามจริงแล้วการล้างแค้นกันไปมาก็มีแต่จะสร้างความทุกข์ให้ใจเราเอง แม้ว่าจุดเริ่มต้นของทั้งหมดจะเริ่มจากความต้องการคืนความสุขให้ครอบครัวของตัวเองก็ตาม

เกริ่นเรื่องมาก็เยอะแล้ว ผมจะพูดถึงจุดเริ่มต้นของความสุขของผมบ้าง ซึ่งก็อาจจะคล้ายกับในละคร นั่นก็คือเราต้องการให้ครอบครัว ซึ่งมีคุณพ่อคุณแม่และน้องสาวมีความสุข รอยยิ้มของครอบครัวคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข ยิ่งตอนโตยิ่งเห็นได้ชัด เพราะว่าวันที่เราทำงาน คุณพ่อคุณแม่และน้องสาวทำงาน ทุกคนในบ้านมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยลง แต่พอวันที่เรามีโอกาสเจอหน้ากันพร้อมหน้า แค่นั้นเราก็มีความสุขและเสียงหัวเราะดังก้องบ้านเลย ซึ่งผมว่าเวลาคือสิ่งมีค่าที่สุดสำหรับครอบครัว

แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ชีวิตของผมมีหลายอย่างเพิ่มเข้ามา สิ่งสำคัญรองจากครอบครัวก็คือการได้ทำงานที่เรารัก ได้เจอคนน่ารักๆ แล้วก็ดีกับเรา ก็ยิ่งทำให้ชีวิตทั้งสองด้านของผมมีความสุข หลายคนถามผมว่าเวลาเจอกันผมมักจะยิ้มร่าเริงและส่งพลังบวกให้พวกเขาเสมอ ทำได้ยังไง? ผมเริ่มต้นจากเป็นคนคิดบวกก่อน ทุกอย่างสามารถแปลงเป็นพลังงานดีๆ ให้เราได้หมด อีกอย่างหนึ่งผมเป็นคนชอบยิ้ม เราเจอใครเราก็ส่งยิ้มให้ และถ้าเราได้รับการยิ้มกลับให้ด้วยก็เป็นกำลังใจ

และก่อนที่จะมาทำงานทุกครั้งผมจะชาร์จพลังมาก่อน ไม่ว่าจะถ่ายละครหรือเป็นพิธีกร ผมต้องเตรียมทำการบ้านมาก่อน บทต้องเป๊ะ ข้อมูลของลูกค้าก็ต้องแน่น พอแม่นแล้วเราก็จะไม่มีข้อผิดพลาด และหาจังหวะสอดแทรกความสุขอื่นๆ ลงไปในงานเพิ่มเติมได้ และเพราะผมชอบเล่นกีฬา ก่อนทำงานผมจะวอร์มร่างกายเรียกพลังก่อน คนอื่นทำยังไงผมไม่รู้ แต่สำหรับผมจะเข้าห้องน้ำวิ่งเหยาะๆ ในห้องน้ำ สะบัดแขน หัวไหล่ สับขา ทำให้กล้ามเนื้อเราตื่นตัวมีพลังพร้อมทำงาน วิธีการนี้คนอื่นๆ ก็ทำตามได้ แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคน พอเราทำงานได้ตามเป้าที่เราหวัง มันก็เป็นพลังงานสำหรับวันต่อๆ ไปได้อีก เหมือนพลังงานสะสม เราไม่ได้แค่ใช้พลังงานนะ ผมว่าการทำงานผมก็ได้รับพลังงานดีๆ กลับคืนมาด้วย

คิดบวกแบบเดี่ยว ก็สุขลูกเดียว

 

แต่กว่าจะมาเป็นคนคิดบวก ยิ้มร่าแบบนี้ได้ ย้อนกลับไป 7-8 ปีก่อน เป็นช่วงที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมเป็นคนตั้งใจกับทุกอย่างมาก ซีเรียสมาก อยากให้ทุกอย่างที่เราทำเป็นไปตามที่เราหวังไว้ ถ้าทุกอย่างพลาดจากที่ใจคิดนิดเดียวก็จะเครียด ก็เลยกลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย พอเกิดอะไรผิดพลาดมา ชอบคิดย้อนหลังและโทษตัวเองซ้ำๆ ซึ่งข้อดีมันก็มี เพราะมันจะทำให้เราอยากพัฒนาตัวเอง แต่ขณะเดียวกันผมก็เครียดมาก เห็นชัดเลยว่าตอนนั้นผมอยู่กับปัจจุบันน้อย ชอบคิดแต่เรื่องที่ผ่านมา แล้วก็ถามตัวเองซ้ำๆ ว่าทำไม ทำไม ทำไม สะสมความเครียด จนมีผลต่อสุขภาพ อารมณ์ และงาน

ตอนนั้นเราโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่เขาเห็นว่าเราผิดปกติ ท่านเข้ามาเตือนให้สติเรากลับมา แรกๆ ผมก็ใช้เวลานานมากในการหาจุดตรงกลางเจอ วิธีการก็คืออยู่กับปัจจุบันให้ได้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นก็ยอมรับ คิดว่ามันเกิดขึ้นได้ หน้าที่ของเราก็คือการแก้ไขให้เป็นไปตามแผนงาน ทำให้ดีขึ้น อย่างน้อยปัญหามันก็จะเบาบาง หรือถ้าปัญหามันสางไม่ออกก็ใช้วิธีปล่อยวางเลย อะไรที่ผ่านไปแล้วก็คือผ่านไป ถ้า ณ นาทีนั้นเราทำดีที่สุดแล้ว ถ้าทำดีที่สุดแล้วก็วางมันลง ทุกอย่างเราถือไว้ทั้งหมดไม่ได้ ดังนั้นถ้าเราทำในส่วนของตัวเองให้เต็มที่ก็พอแล้ว ถ้าหากจะมีอุปสรรคหรือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิด ก็เก็บไว้แต่อย่ามาโทษตัวเอง แต่เก็บไว้เพื่อว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นอีก แล้วเราก็จะสบายใจขึ้น

ผมค่อยๆ ปรับตัวปรับวิธีการคิด พอขจัดจุดที่เครียดออกไปแล้ว สิ่งที่เรามองเห็นก็คือจุดที่ต้องพัฒนา มันเป็นผลจากการคิดบวก พอไม่เครียดก็แก้ไขปัญหาที่เกิดเฉพาะหน้าได้รวดเร็วขึ้น วิธีการนี้ผมไม่ได้ใช้แค่ในการทำงาน การใช้ชีวิตก็เช่นเดียวกัน เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขและความสุขของเราจะต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน นี่เป็นหลักของผม และถ้าจะดีมากๆ ก็คือ เรามีความสุขและทำให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย

การทำให้ตัวเองมีความสุขก็แบบหนึ่ง มีความสุขแบบไม่ให้คนอื่นเดือดร้อนก็ดีขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าคนเหล่านี้มีความสุขกับเราไปด้วยมันจะดีมาก เท่านี้ชีวิตก็ลงตัว ผมเชื่อว่าวันหนึ่งวันที่เรามีทั้งทุกข์ทั้งสุขเข้ามา แต่เรามีวิธีการจัดการทุกข์อย่างไรมากกว่า อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีความสุข แม้มันจะมีไม่มาก แต่เราก็มองหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ หาจุดที่เรามองแล้วมีความสุข ใช้ชีวิตในความเป็นเรา พูดในสิ่งที่ดี ในสิ่งที่เป็นบวก มันก็จะสบายใจ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ