
‘ลานสกาโมเดล’ ระบบเฝ้าระวังจากชุมชน
สถานการณ์การระบาดของไข้เลือดออกปีนี้อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยกว่าแสนราย
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
สถานการณ์การระบาดของไข้เลือดออกปีนี้อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยกว่าแสนราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้กว่า 100 คน โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ เห็นได้จากข่าวจากสื่อตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเวทีสาธารณะเรื่อง “ระบบการเฝ้าระวังไข้เลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” นำเสนอข้อมูลจากงานวิจัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช หวังให้เป็นโมเดลต้นแบบของชุมชนทั่วประเทศ ที่สามารถสร้างมาตรการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกที่เฝ้าระวังในพื้นที่ได้ด้วยตนเอง
กิตติ สัจจาวัฒนา รองผู้อำนวยการหน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-Based Collaborative Research) สกว. กล่าวว่า การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยับยั้งการระบาดนี้ โดยเฉพาะการป้องกันและดูแลโดยชุมชนเอง
จากการวิจัยเรื่อง “รูปแบบการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนในพื้นที่เสี่ยงสูงและต่ำจังหวัดนครศรีธรรมราช” โดยเฉพาะใน อ.ลานสกา เป็นอำเภอที่มีอัตราการป่วยด้วยไข้เลือดออกซ้ำๆ ในบรรดา 23 อำเภอของจังหวัด โดยสถิติการป่วยโรคนี้ย้อนหลัง 5 ปี (2552-2556) สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด คือมากกว่า 50 รายต่อประชากร 1 แสนคน
เมื่อมีการทำวิจัยโดยการพัฒนารูปแบบการแก้ไขปัญหาโรคนี้โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน การพัฒนารูปแบบการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกที่มีส่วนร่วมของชุมชนเป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 8 แห่ง โรงพยาบาลลานสกา และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอลานสกา ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น
รวมทั้งดำเนินการเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ร่วมกับการดำเนินการในภาคครัวเรือน พบว่าอัตราการป่วยลดลงในปี 2557 และไม่พบอัตราการตาย การวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้ข้อค้นพบว่า เราสามารถสร้างนวัตกรรมในการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงและต่ำระดับหมู่บ้าน ทำให้รู้ว่าแต่ละหมู่บ้านมีความเสี่ยงอยู่ในระดับใด เกิดรูปแบบการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างเป็นระบบตั้งแต่ครัวเรือนถึงภาพรวมของอำเภอ โดยมี อสม.เป็นกลุ่มที่ดูแลเข้าถึงทุกครัวเรือน มีการเก็บข้อมูลดัชนีลูกน้ำยุงลายทุกๆ วันที่ 25 ของเดือน เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปคำนวณ ประชุมวางแผน
อาจกล่าวได้ว่าผลงานวิจัยชิ้นนี้มีส่วนกระตุ้นให้แกนนำชุมชน อสม. ตื่นตัวที่จะเรียนรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกและการเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงมากขึ้น ประชาชนมีส่วนร่วมครอบคลุมทั้งอำเภอ มีนวัตกรรมเกณฑ์การประเมินหมู่บ้านเสี่ยง สมรรถนะชุมชนและรูปแบบการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกของพื้นที่เสี่ยงสูง รวมถึงในส่วนของโปรแกรมดัชนีลูกน้ำยุงลายนั้น สามารถนำไปถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่พื้นที่อื่นๆ ได้







