
ความโสดจุกอก บ้างขำ... บ้างร้องไห้
โดย...แหนง-ดู
โดย...แหนง-ดู
ตอนเดินออกจากโรงหนัง ฉันไม่รู้ว่า ตัวเองชอบหรือไม่ชอบหนังเรื่องนี้กันแน่ แต่ก็ช่างเถอะ ที่แน่ๆ คือว่าประสบการณ์เกือบ 2 ชั่วโมง ที่เพิ่งจะผ่านไปนั้นช่างแสนแปลกชวนตะลึง และจะขำก็ทำไม่ได้เต็มที่ แต่ในวินาทีต่อมา ฉันก็ถามตัวเองว่า ถ้าหากต้องกลายเป็นสัตว์สักหนึ่งชนิด จะเป็นอะไรดี เพราะดูเหมือนว่า การตกหลุมรักและค้นพบคู่แท้ที่มีบางอย่างเหมือนกันนั้นจะเป็นเรื่องยาก ซึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้นภายใน 45 ปี อย่าว่าแต่ 45 วันเลย (ปาดน้ำตาด้วยความฮา!?)
The Lobster หนังภาษาอังกฤษเรื่องแรกของ ยอร์กอส แลนทิมอส ผู้กำกับชาวกรีซที่โดดเด่นด้วยงานเสียดสี หนังยาวเรื่องแรกของเขา Kinetta (ปี 2005) ได้รับคำชื่นชมในหลายเทศกาลหนัง ก่อนจะเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นด้วย Kynodontas หรือ Dogtooth ที่โดดเด่นในเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2009 ตามมาด้วยการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม The Lobster นำแสดงโดย โคลิน ฟาร์เรลล์ และราเชล ไวส์ หนังเรื่องนี้มีชื่อเข้าชิงปาล์มทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และทำให้ผู้กำกับคว้าจูรีไพรซ์ อีกทั้งตอนนี้ก็มีอีกหลายรางวัลรอประกาศผลอยู่
หลังจากที่ภรรยาจากไป เดวิด (โคลิน ฟาร์เรลล์) ถูกส่งไปยังโรงแรมสำหรับคนโสดอันเคร่งกฎ เสื้อผ้าใส่ตามที่เลือกให้ รักร่วมเพศได้แต่ห้ามรักหลายเพศ คนมีคู่เล่นเทนนิส แต่คนโสดต้องเล่นกอล์ฟหรือ
สควอชเท่านั้น ห้ามสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง หากมีความต้องการเลือกใช้ตัวช่วยได้ บทลงโทษสำหรับคนที่ละเมิดคือ การยัดมือลงในเครื่องปิ้งขนมปัง
ทุกคนที่โรงแรมมีเวลาแค่ 45 วัน เพื่อหาคนที่ใช่ พวกเขาต้องมองหาคนที่มีอะไรเหมือนๆ กันให้เจอ ไม่ว่าจะเดินขากะเผลก ไร้หัวใจ สายตาสั้น เลือดกำเดาไหล ชอบกินบิสกิต ฯลฯ หากไม่สามารถมีคู่ในเวลากำหนด เขาก็ไม่มีคุณค่ามากพอที่จะเป็นมนุษย์ต่อไป ให้เลือกกลายร่างเป็นสัตว์ตามที่ชอบ แล้วส่งเข้าป่าไป
ผู้คนซึ่ง เดวิด ได้พบเจอในโรงแรม ไม่มีใครที่เหมือนเขา ไม่มีใครทำให้เขาตกหลุมรัก ถึงจะแกล้งทำมันก็ไม่แนบเนียนยืนยาว ก่อนจะครบ 45 วัน เดวิดหนีออกจากโรงแรม แล้วจึงได้พบเจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง (ราเชล ไวส์) ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับไม่ให้รักใคร เขากลับตกหลุมรัก จากคนที่มีบางอย่างเหมือนกัน พวกเขาถูกขัดขวาง และเพื่อที่จะกลับมาเป็นคู่กันอีกครั้ง เดวิดจะ “ทำ” ได้ขนาดไหน
The Lobster เป็นหนังตลกร้ายที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลอย่างตั้งใจ บางทีก็อยากจะขำ แต่เลือกร้องไห้แทน!!! เป็นหนังอนาคตซึ่งนำเสนอตามแนวคิดสังคมดิสโทเปียในอีกแบบหนึ่ง เมื่อการเป็นโสดนั้นเป็นความผิดร้ายแรง เหนือกว่าสิ่งอื่นใด The Lobster ไม่ต้องการ “ความเข้าใจ” แต่ต้องการ “ความรู้สึก” หนังเรื่องนี้มีลายเซ็นของ ยอร์กอส แลนทิมอส ชัดเจนโดดเด่น และคงทำให้เขามีแฟนคลับใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกเพียบ
นอกจากนั่งดูพุงของ เดวิด ที่ยุบๆ พองๆ (เขาทำให้เราลืมเพลย์บอยตัวพ่ออย่าง โคลิน ฟาร์เรลล์ ไปเลย) แล้วใจก็พลันคิดไปเหนือพ้นจากเรื่องราวความรักใคร่และการเป็นโสด ถ้าหากว่า... คนในสังคมถูกบังคับให้ต้องเป็นต้องทำตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัดไม่ยืดหยุ่น ไม่ว่าเรื่องใด ต่างล้วนน่าอึดอัดคับข้องใจ ด้วยมนุษย์ทุกคนดำรงอยู่โดยต้องการอิสรเสรีในการ “คิด” “ทำ” และ “เป็น” อย่างนั้นก็เถอะ ที่คิดว่ามีอิสรเสรีอยู่นั้น แท้จริงแล้วอาจจะเป็นเพียงแค่การถูกครอบด้วยแนวความคิดหรือการบังคับโดยไม่รู้ตัว …หรือเปล่า?
อาจบางที การเป็นล็อบสเตอร์ (ซึ่งไม่ได้อายุยืน 100 ปี ในทะเล แต่ถูกจับมาลวกน้ำร้อนแล้วนำไปเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร) นั้นคงดีกว่า ...ไหม? &O5532;
The Lobster
โสดเหงาเป็นล็อบสเตอร์
ประเทศ ฝรั่งเศส/กรีซ/ไอร์แลนด์/เนเธอร์แลนด์/อังกฤษ
ปี 2015
ภาษา ฝรั่งเศส/อังกฤษ
แนวทาง ตลก/โรแมนซ์/นวนิยายวิทยาศาสตร์
เรตติ้ง น 15+
ความยาว 1 ชม. 58 นาที
กำกับ ยอร์กอส แลนทิมอส
แสดงนำ โคลิน ฟาร์เรลล์/ราเชล ไวส์







