posttoday
โลกพลาสติก

โลกพลาสติก

19 พฤศจิกายน 2558

ท่านเจ้าคุณพระพิศาลประชานาถ เจ้าอาวาสวัดสุทธาราม วัดสำเหร่ เล่าว่า ปัญหาที่เป็นเสมือนจุดเล็กๆ

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน ภาพ : เอพี

ท่านเจ้าคุณพระพิศาลประชานาถ เจ้าอาวาสวัดสุทธาราม วัดสำเหร่ เล่าว่า ปัญหาที่เป็นเสมือนจุดเล็กๆ และคนส่วนใหญ่มองข้ามเรื่องหนึ่งที่เริ่มสะสมและขยายตัวมากขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ท่านเล่าว่า แต่ละปีจะมีคนมาทำบุญที่วัดเป็นจำนวนมาก ในบางกรณีก็จะมีการถวายพระเงินพระทองเพื่อแก้บนสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพระเงินพระทองเปลี่ยนจากดิน หรือวัสดุที่ย่อยสลายตามกาลเวลาไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลาสติกที่อยู่ยงคงกระพัน ยังไม่รวมถึงพระพุทธรูปตามบ้านเรือนที่หล่อจากพลาสติก เรซิ่น หรืออะไรก็ตามที่แตกหักง่าย ทั้งหมดเมื่อแตกหักก็จะถูกนำมาไว้ที่วัดเช่นกัน

เมื่อสะสมหลายปีปัญหาที่เป็นเหมือนเรื่องเล็กก็กลายเป็นอีกภาระหน้าที่หนึ่งที่ทางวัดต้องหามาตรการจัดการ เพราะพระพุทธรูปที่กล่าวมา วัดจะนำไปทิ้งหรือปล่อยปละละเลยโดยไม่มีมาตรการจัดเก็บก็อาจจะสร้างปัญหาอื่นขึ้นมาได้

พระพิศาลประชานาถย้ำว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่น่าขบคิดว่าจะหาทางออกอย่างไรในอนาคต ก่อนที่จะสะสมตัวมากกว่านี้

แต่เมื่อพ้นจากขัณฑสีมาวัด ก็พบว่า “พลาสติก” เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คุกคามสิ่งแวดล้อมอย่างน่าวิตกในแทบทุกพื้นที่และมากยิ่งขึ้นทุกที แต่ละปีจะมีการสรุปตัวเลขขยะจากพลาสติกให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าหนักหนาสาหัสเพียงไร

ประเทศไทยมีขยะพลาสติกรวมกันปีละอย่างน้อยราวๆ 2.5 ล้านตัน ธนาคารโลกประเมินว่า ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ในเขตเมืองประมาณ 3,000 ล้านคนทั่วโลก และแต่ละคนทำให้เกิดขยะประมาณวันละ 1.2 กิโลกรัม ดังนั้นเมื่อรวมแล้วจะสร้างขยะปีละ 1,300 ล้านตัน/ปี นี่เป็นตัวเลขของขยะที่ยังไม่แยกประเภทและเป็นปริมาณที่รวมไปถึงจำนวนพลาสติก

เมื่อปลายปีก่อนทีมนักวิจัยจากองค์กร “5 Gyres” ตีพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลที่น่าสนใจผ่านวารสารวิทยาศาสตร์ “พลอส วัน” โดยระบุว่าในมหาสมุทรต่างๆทั่วโลกมีขยะพลาสติกจำนวนสูงถึงเกือบ 2.7 แสนตัน หรือเท่ากับรถบรรทุกขยะประมาณ 3.9 หมื่นคัน

งานวิจัยดังกล่าว ระบุด้วยว่า เมื่อแยกขยะพลาสติกเป็นชิ้นๆ พบว่า ทั่วมหาสมุทรมีปริมาณมหาศาลกว่า 5 ล้านล้านชิ้น

จุดที่เผชิญหน้าวิกฤตขยะพลาสติกระดับที่รุนแรงที่สุด เรียงตามลำดับจากมากสุด คือ มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ น่านน้ำรอบทวีปแอนตาร์กติกาและมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้

เราอาจจะนึกภาพตามข้อมูลงานวิจัยได้จากภาพแพขยะในท้องทะเลที่ต่างๆ ทว่าภาพที่เราเห็นนั้นก็ยังถือเป็นเพียงปัญหาส่วนหนึ่งเท่านั้น ทีมวิจัยนี้ระบุว่า ปริมาณขยะพลาสติกปริมาณดังกล่าวเป็นการสำรวจเฉพาะขยะพลาสติกที่ลอยอยู่บนผิวมหาสมุทร ไม่รวมที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างในผืนน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ 3 ใน 4 ของโลก

เพราะเหตุใดพลาสติกถึงได้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามสิ่งแวดล้อม คำตอบของเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นใหม่ แต่ก็มีข้อเท็จจริงที่สมควรจะนำมาทบทวนให้ทราบกันอีกครั้ง

เริ่มจากพลาสติกที่เราใช้ในชีวิตประจำวันนั้น เป็นสารที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ ว่า พอลิเมอร์ หรือสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ทั้งจากธรรมชาติและสังเคราะห์ขึ้น พอลิเมอร์สังเคราะห์ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ บาเกไลต์, นีโอพรีน, ไนลอน, พีวีซี, พอลิสไตรีน, พอลิอคริโลไนไตรล์ พีวีบี ฯลฯ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตพลาสติก คือ ปิโตรเคมีที่ได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ปัจจุบันมันถูกประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมแทบทุกชนิดพอลิเมอร์พลาสติกถูกนำมาผลิตสารพัดข้าวของเครื่องใช้อย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษที่ผ่านมา เพราะคุณสมบัติที่ดีของพอลิเมอร์ คือ มีความคงทนต่อสภาวะแวดล้อมต่างๆ แต่คุณสมบัตินี้ก็กลายเป็นดาบสองคม พลาสติกส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี หากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อน

ขณะที่การรีไซเคิลพอลิเมอร์พลาสติกสามารถทำได้เฉพาะพอลิเมอร์ชนิดเทอร์โมพลาสติกเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับเทอร์โมเซตได้ การนำพลาสติกมาหลอมแล้วขึ้นรูปใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดลง เนื่องจากอาจเกิดการสลายตัวของสายโซ่เนื่องจากความร้อนในกระบวนการขึ้นรูป หรือได้ชิ้นงานที่สีไม่สดใส เนื่องจากไม่สามารถแยกสีที่ผสมกับพลาสติกในการขึ้นรูปครั้งแรกออกได้หมด

กระบวนการรีไซเคิล คือ ต้องนำเอาพลาสติกมาทำการคัดแยกประเภทแต่ละชนิดออกจากกัน เพราะพลาสติกต่างชนิดกันไม่สามารถผสมเป็นเนื้อเดียวกันได้ หากหลอมรวมกันแล้วขึ้นรูปจะทำให้ชิ้นงานที่ได้มีคุณภาพต่ำแต่ต้องลงทุนในการผลิตสูง ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงมักหลีกเลี่ยงที่จะใช้พลาสติกรีไซเคิล

หลายฝ่ายเร่งแก้ปัญหาขยะพลาสติกไม่ให้สร้างวิกฤตบานปลาย จนโลกถูกขนานนามใหม่ ว่า “โลกพลาสติก”

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก