
ณัฐคนางค์ ปรีชาบริสุทธิ์กุล ต้องกล้าเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า
คนเราส่วนใหญ่มักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเดิมๆ ที่ตัวเองเคยทำมา
โดย...อณุสรา ทองอุไร
คนเราส่วนใหญ่มักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเดิมๆ ที่ตัวเองเคยทำมา แต่เธอคนนี้มีคำตอบกับตัวเองเรียบร้อยแล้วในสิ่งที่ทำ ขนุน-ณัฐคนางค์ ปรีชาบริสุทธิ์กุล เจ้าของฟาร์มสวนสนุก เธอเป็นสาวเก๋วัย 30 ที่กล้าจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบกลับหลังหัน เพื่อไปสู่สิ่งที่คิดว่าดีกว่า ซึ่งสิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องของตัวเงิน หากเป็นการมีสุขภาพที่ดีกว่า
ขนุน เล่าว่า เธอจบด้านเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนที่เรียนจบใหม่ๆ ก็ทำงานออฟฟิศทั่วไป ทำงานมา 2-3 บริษัทในระยะเวลา 7 ปี จนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มเสียสมดุล เครียด กินข้าวไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย รถติดหงุดหงิดง่าย ไม่สบายบ่อย เป็นโรคออฟฟิศซินโดรมปวดเมื่อยร่างกาย ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัดวันหยุดอยากจะกลับไปหาพ่อแม่ที่บ้าน ก็ติดงานบ้างอะไรบ้างไปไม่ได้ เหมือนชีวิตออกแบบไม่ได้ ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย บริหารจัดการเวลาก็ไม่ได้ สุขภาพก็ย่ำแย่ อายุยังไม่ถึง 30 ดีแต่ไม่สบายบ่อย
เธอจึงเริ่มถามและทบทวนตัวเองว่า จะมีชีวิตแบบนี้ต่อไปหรือ? และอีกนานเท่าไร? จะทำงานหาเงินเพื่อจะพบกับสุขภาพย่ำแย่ในตอนบั้นปลายชีวิตอย่างนั้นหรือ
“ตอนนั้นอายุ 27 ก็เริ่มแบบเบื่อรถติด เป็นภูมิแพ้ เป็นกรดไหลย้อนด้วย ที่บ้านทำอาหารสัตว์ คุณพ่อคุณแม่เลยบอกงั้นกลับมาช่วยที่บ้านดีกว่า อย่างน้อยไม่มีปัญหาเรื่องรถติด ไม่หงุดหงิด แถมได้เวลาเพิ่มมาวันละ 2 ชั่วโมง ก็ตัดสินใจกลับไปอยู่บ้านที่นครปฐมสัก 2 ปี สุขภาพก็ดีขึ้น แต่มันยังไปไม่สุด อยากเปลี่ยนชีวิตไปหาธรรมชาติจริงๆ อยากลองปลูกผัก เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดเองขั้นนั้นเลย
เลยปรึกษาคุณแม่ ท่านมีที่อยู่ที่กาญจนบุรีอยู่ 4 ไร่ เลยชวนคุณแม่ไปทำ เลยมาอยู่ที่เมืองกาญจน์ เมื่อปีที่แล้ว พลิกชีวิตครั้งใหญ่เลย กลัวๆ กล้าๆ นะแต่ใจอ่ะเต็มร้อยตั้งใจมาก (หัวเราะ) ลุยเลย 2 คนแม่ลูก” เธอ กล่าวอย่างมุ่งมั่น
ขนุน เล่าว่า ที่บ้านสนใจเรื่องสุขภาพกันอยู่แล้ว เพราะเชื่อเรื่องป้องกันดีกว่าแก้ไข ไม่ชอบไปหาหมอ ไม่ชอบกินยา ก็พยายามเลือกกินอาหารสุขภาพ แต่ก็ทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้นทำได้แค่ปรับ แต่ตอนนี้เราจะเปลี่ยนเลยจากสิ่งเดิมๆ ที่เราเคยทำมา ตอนอยู่นครปฐม ก็ปลูกผักพืชสวนครัวบ้าง ปลูกผลไม้กินเองบ้าง แต่แค่นิดๆ หน่อยๆ
พอย้ายมาอยู่กาญจนบุรี ทำแบบเต็มรูปแบบเลย มีที่อยู่ 4 ไร่ เธอก็เริ่มทำจากเล็กๆ ที่ละไร่ 1 ไร่ แรกก็เลี้ยงไก่อินทรีย์ ทำไข่ไก่แบบออร์แกนิก อีกไร่ปลูกผักผลไม้กับเลี้ยงไส้เดือนเพื่อเอามูลไส้เดือนมาใส่ผักทำปุ๋ยของเธอเอง ถ้าเหลือก็แบ่งขายบ้างนิดหน่อย ไข่ไก่ตอนแรกกินเองเป็นหลัก เหลือค่อยขาย ทำไปทำมามีคนสั่งจองหมด ขายก่อนไม่ค่อยเหลือพอจะกิน
เธอออกแบบสวนให้อิงกับธรรมชาติ มีการปลูกผลไม้ กล้วย มะละกอ มะม่วง ขนุน พืชสมุนไพร ปลูกดอกไม้ คละกันเอาไว้ด้วย เน้นทำเองเป็นหลักไม่ต้องจ้างแรงงานข้างนอก ไม่ต้องใช้เครื่องจักรอะไรมากมาย เน้นงานมือ มีเพาะเห็ดเล็กๆ เอาไว้ ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐาน...ไว้กินเองก่อน เหลือค่อยขาย
ขนุน เล่าว่า แรกๆ รายรับน้อยนิด แต่ขณะที่รายจ่ายก็ไม่มาก ทุกอย่างหาได้จากในบ้านของเราเอง บางวันแทบจะไม่ใช้เงินเลย เหมือนมีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในบ้าน จะทำกับข้าวก็ดูว่าวันนี้ในสวนมีอะไร ดูวัตถุดิบแล้วค่อยมานึกว่าจะทำกับข้าวอะไร
เริ่มทำจาก 2 ไร่ก่อน ผ่านไปสักครึ่งปีก็เริ่มมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ แม้ไม่ได้มากมายนักแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร มีรายได้เข้ามาเกือบทุกวัน ชีวิตสุขสบายบนความเรียบง่าย มีเวลาอยู่กับตัวเองได้อ่านหนังสือ ไม่เร่งรีบ สิ่งที่ได้มาคือสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่เครียด ไม่หงุดหงิด ไม่ปวดเมื่อยเนื้อตัว ไม่เร่งรีบกับชีวิต สุขภาพจิตดีขึ้นมาก จังหวะชีวิตช้าๆ สบายๆ ลงตัว ตื่นขึ้นมาไม่ต้องแต่งตัว ออกไปทำงานสัก 2-3 ชั่วโมง ค่อยกลับมาอาบน้ำกินข้าว อยู่แบบพอมีพอกิน ไม่รวย แต่ไม่ลำบากเลย
ขนุน เล่าว่า ตอนนี้เธอกำลังกำลังขยายงานไปสู่ไร่ที่ 3 โดยเธอจะเลี้ยงเป็ด เพื่อทำไข่เป็ดออร์แกนิกเพิ่ม เพราะไข่ไก่ไม่พอขายไม่เหลือกิน “คือค่อยๆ ขยายตามกำลังแรงและกำลังเงิน ค่อยๆ ต่อยอดไปเรื่อย อะไรไม่รู้ก็ไปเปิดกูเกิลหาดู อะไรที่ทำพลาดแก้ไม่ได้ก็ไปหาความรู้เพิ่ม เคยไปลงเรียนเวิร์กช็อปกับกลุ่มสวนผักคนเมือง ให้รู้เรื่องพืช เรื่องต้นไม้ เรื่องดิน เตรียมดิน การทำปุ๋ยหมัก การเพาะกล้าไม้ เป็นพื้นฐานที่ควรรู้สำหรับคนอยากทำสวน เพราะเราไม่เคยทำสวนมาก่อน ได้ประโยชน์ดีค่ะ บางทีไปลองถูกลองผิดเองก็เสียเวลา มาเรียนลัดจากประสบการณ์ของคนอื่นก็ง่ายดี
แรกๆ ไม่รู้ ปลูกผักเราไม่ใส่ปุ๋ยมันก็แคระแกร็น ไม่สมบูรณ์ไม่สวย เราปลูกต้นไม้คิดว่ามีแดด มีน้ำ มีปุ๋ย พอแล้ว ปลูกต้นไม้ควรให้เขาได้ลมด้วย เพื่อให้อากาศถ่ายเทดี ไม่อับไม่ชื้น คือได้ทั้งแดดทั้งลม เราไม่รู้ว่าลมก็จำเป็น (หัวเราะ) ต้องมาเรียนบ้างถึงจะรู้เพื่อความเป็นมืออาชีพ มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้ามีความตั้งใจจริง” เธอเล่าอย่างอารมณ์ดี
ขนุน กล่าวว่า เธอรู้สึกคิดถูกที่ตัดสินใจมาทางนี้ เพราะช่วยเติมเต็มชีวิตให้มีความสุขขึ้น ไม่ได้เงินมากนัก แต่ได้สุขภาพจิตสุขภาพกายที่ดี ตอนทำงานเงินเดือนเยอะเป็นกอบเป็นกำ แต่ต้นทุนชีวิตก็สูงขึ้น เงินเดือนก็ไม่เหลือเหมือนกัน แต่เปลี่ยนมาเป็นชีวิตสีเขียวรักษ์โลก เงินไม่เยอะแต่ต้นทุนชีวิตก็ไม่แพง พอกินพอใช้ ได้สุขภาพที่ดีกลับมา เธอเลือกแบบนี้ดีกว่า
“เวลาคิดถึงเพื่อน อยากเห็นแสงสี เดือน 2 เดือน ก็เข้ากรุงเทพฯ ไปเจอเพื่อนฝูงบ้าง แต่ส่วนใหญ่เพื่อนจะชอบมาหา เขาก็มีความสุขที่มาหาเรา ได้มาเที่ยวมาเห็นชีวิตอีกแบบนึง ก็สุขกันคนละอย่าง เราก็ไม่ได้ตัดขาดชีวิตภายนอก ยังดูทีวี อ่านหนังสือ ฟังเพลง เหมือนปกติ เพียงแต่เลือกมากขึ้น ใส่ใจกับชีวิตมากขึ้น”
ขนุน บอกว่า เธอมั่นใจว่าเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใหญ่ เราควรรู้ว่าอาหารที่เรากินมาจากไหนเพาะปลูกมายังไง ถ้าเลือกได้ใครๆ ก็อยากใช้ชีวิตห่างไกลสารเคมี “คนชอบถามว่าทำไม ผัก ไข่ ของออร์แกนิกถึงแพง ก็ต้นทุนมันสูงกว่า ผลผลิตก็ได้น้อย แต่คุณภาพดี ลองสังเกตสิคะ ผักออร์แกนิกห่อกระดาษแช่ตู้เย็นได้เกือบ 10 วันไม่เน่า ถ้าผักทั่วไป 3-4 วันจะเน่าแล้ว จ่ายแพงกว่าอีกนิดเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า สุขภาพดีเราเลือกได้ มันคือการลงทุนให้กับสุขภาพของเรานะคะ”เธอกล่าวทิ้งท้าย







