
2 แอนิเมชั่น ลุ้น DigiCon6 Asia 2015
โดย...[email protected]
ทีมเด็กวัด และทีมบัวตอง จากภาควิชามีเดียอาตส์ มจธ. เสนอสองผลงานแอนิเมชั่นด้านวัฒนธรรมไทยไปแข่งขัน DigiCon6 Asia ครั้งที่ 17 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับอีก 3 ทีมตัวแทนจากประเทศไทย
นักศึกษาจากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันแอนิเมชั่นในระดับเอเชีย โดยสามารถคว้ารางวัลระดับประเทศมาได้ถึง 2 ทีม ได้แก่ “ทีมเด็กวัด” และ “ทีมบัวตอง” ในการประกวด DigiCon6 Asia Thailand Awards ครั้งที่ 17 ประจำปี 2015
ทีมเด็กวัด ประกอบด้วยจตุพล อรุณสวัสดิ์ พีรพัชร เลขะกุลและชวนัฎ รัตนปราการ สามารถคว้ารางวัล “Gold Prize” ชนะเลิศระดับประเทศ จากผลงาน “Festival Rush” ซึ่งจะเดินทางไปรับรางวัลที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือน พ.ย.นี้ โดย ชวนัฎ ตัวแทนทีมกล่าวว่า ผลงานนี้เริ่มจากการศึกษาในเรื่ององค์ประกอบทางด้านสัญลักษณ์ของงานวัดไทย เพื่อนำมาใช้ในแอนิเมชั่น 2D เรื่องนี้ โดยการลงพื้นที่สำรวจงานวัดถึง 4 แห่ง คือ วัดบางพลีใหญ่ใน หรือวัดหลวงพ่อโต วัดพระปฐมเจดีย์ วัดพระสมุทรเจดีย์ และวัดภูเขาทอง
“Festival Rush เป็นการนำเสนอกลิ่นอายและความสนุกสนานของงานวัดไทย ซึ่งงานวัดส่วนใหญ่มีความคล้ายคลึงกัน จะต่างกันที่วัฒนธรรมแต่ละพื้นถิ่นเท่านั้น เราจึงศึกษาโดยยึดหลักองค์ประกอบทางสัญลักษณ์และหยิบยกมา 3 องค์ประกอบหลัก คือ แสงสี ผู้คน และสิ่งประกอบฉาก จริงๆ แล้วงานวัดนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลายอย่างมารวมกัน บางคนอาจมองว่าแค่มีชิงช้าสวรรค์ก็เป็นงานวัดแล้ว แต่มองอีกมุมหนึ่งอาจเป็นสวนสนุกก็ได้ เราจึงต้องเก็บรายละเอียดขององค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้มาสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นกลางมากที่สุด และเป็นมาตรฐานที่คนทั่วไปจะสามารถรับรู้ได้ว่านี่คืองานวัดของไทย”
ทางด้านทีมบัวตอง ประกอบด้วย ศุภกร เจริญวัฒนชัย สุธากร สมีน้อย และอภินันท์ เตียวสุวรรณ ได้รับรางวัล “Next generation” โดย สุธากร ตัวแทนทีมกล่าวว่า ผลงานเรื่อง “BuaTong” เริ่มจากความต้องการนำศิลปวัฒนธรรมล้านนามาผสมผสานกับแอนิเมชั่น เนื่องจากวัฒนธรรมล้านนาเป็นสิ่งที่มีมายาวนานคงอยู่จนถึงปัจจุบัน และมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเรื่องของการบูชาผีที่ยังมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน จากการค้นคว้าได้พบกับเรื่องของตำนาน “ผีกะ” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีแค่เพียงคนเก่าแก่เท่านั้นที่รู้จัก จึงนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลงานชิ้นนี้
“ผีกะเป็นผีที่มอบความสวยงามให้กับคนเลี้ยงโดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นอาหาร แต่ถ้าเลี้ยงไม่ดีผีจะให้โทษแก่คนเลี้ยง ซึ่งเราคิดว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่แข็งแรงจึงนำมาพัฒนาเป็นเรื่องบัวตอง แต่มีความยากอยู่ว่าผีกะนั้นไม่มีรูปร่างหน้าตาที่แท้จริง ตำราแต่ละเล่มก็พูดถึงผีกะในแบบที่ต่างกันออกไป บางตำราว่าเหมือนค่าง บางตำราว่าเหมือนนกเค้าแมว ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายที่เราจะต้องออกแบบผีกะให้ใกล้เคียงกับตำนานมากที่สุด โดยใช้เทคนิคการสร้างตัวละครแบบ 3D ผสมผสานกับฉาก 2D และ cel-shade สื่อสารออกมาเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และหักมุม”
อภินันท์ ยังได้กล่าวเสริมด้วยว่า เรื่องย่อของ BuaTong กล่าวถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อบัวตอง เลี้ยงผีกะเพราะผีกะให้ความสวยงามแก่ใบหน้าของเธอ แต่บัวตองไม่พอใจในสิ่งที่มี สุดท้ายจึงต้องรับผลจากความโลภของตัวเอง ดังนั้นแนวคิดในการทำเรื่องบัวตองนี้เป็นการนำเรื่องของผีกะมาเป็นตัวเดินเรื่องเพื่อสอดแทรกข้อคิดให้แก่คนดูให้รู้จักคำว่าพอ เพราะอะไรก็ตามที่เราต้องการมันมากเกินไป สุดท้ายเราจะกลายเป็นทาสของสิ่งนั้น
ทั้งสองผลงานนี้ถือเป็นตัวอย่างแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยที่มีความโดดเด่นในเรื่องแนวคิดและเทคนิค โดยในช่วงเดือน พ.ย.นี้ ทั้งสองผลงานจะถูกส่งไปแข่งขันต่อใน TBS DigiCon6 Asia ที่ประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปติดตามผลงานของทั้งสองทีมได้ทางเว็บไซต์ YouTube และขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมให้คะแนนลุ้นรางวัล Popular Vote ได้ใน Facebook.com/digicon6 ภายในวันที่ 14 พ.ย.นี้ด้วย
ไปโหวตให้เด็กไทยกันเลย







