posttoday
โลกแห่งการแข่งขัน การเอาชนะ และการยอม

โลกแห่งการแข่งขัน การเอาชนะ และการยอม

21 ตุลาคม 2558

โดย...ว.แหวน ภาพ Imaginia

โดย...ว.แหวน ภาพ Imaginia

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฉันได้อ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดชื่อดัง ว่าด้วยเรื่องความกลุ้มใจของพ่อแม่ ว่าต้องทำอย่างไร? จึงจะทำให้ลูกอันเป็นที่รักสอบเข้าเรียน อ.1 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งได้ ย้ำว่า “อ.1” ที่ไม่ใช่ “ป.1” และ “ม.1” “นี่พูดจริงพูดเล่นเนี่ย?” ฉันรำพึง! แต่หลังจากได้อ่านความคิดเห็นที่ยาวลงมาเป็นหางว่าว ฉันก็รู้คำตอบโดยทันทีว่า “กูไม่ใช่เพื่อนเล่น” “กูเอาจริง”

นี่โลกของเรา เอ๊ย ไม่ใช่สิ! ประเทศของเรา เอ! หรือว่าทั้งโลกนะ? กำลังเดินทางเข้าสู่สนามแข่งขัน ที่ต้องฟาดฟันกันตั้งแต่เด็กแล้วหรือ? ฉันเลยเกิดคำถามหนึ่งขึ้นมาว่า “การแข่งขันที่ว่า...ใครแข่งกับใคร?” “ลูกคุณกับลูกเพื่อน” หรือ “ตัวคุณกับพ่อแม่เด็กคนอื่น”? เด็กวัยสามขวบ อย่าว่าแต่คำว่า “แข่งขัน” เลย บางคน “ก. อา กา” ก็ยังสะกดไม่ได้ และถ้าสามารถคุยกันรู้เรื่อง สื่อสารกันเข้าใจว่า “นี่มันคือการแข่งขันนะลูก” “ลูกต้องมีสมาธิ” “อย่ากินข้อสอบนะลูก” “ลูกต้องตอบได้” “อย่ามัวเล่นนะลูก” “จำได้มั้ยที่แม่สอน”

ถ้าเราสามารถจัดการกับเด็กสามขวบให้ทำตามอย่างใจเราได้ กระทู้นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ถามว่า...ทำไมเราจัดการกับเด็กวัยนี้ไม่ได้? ลองตั้งคำถามใหม่กับตัวเองว่า “หรือมันยังไม่ใช่วะ?” “มันถึงเวลาแล้วจริงๆ หรือ?” ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างมาอย่างน่ามหัศจรรย์ พัฒนาการเติบโตไปตามวัย เมื่อไรทำอะไรได้? เมื่อไรพร้อม? ทั้งร่างกายและสมองจะจัดการเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องร้องขอ อาจต้องอาศัยแรงกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ จากภายนอก รวมถึงวุฒิภาวะ สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดูที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน แต่ยังไงฉันก็ยังสงสัยว่า...การแข่งขัน การเอาชนะ มันต้องฝึกกันตั้งแต่สามขวบเลยหรือ? โลกเปลี่ยน หรือเราเปลี่ยนกันไปเอง?

จากการศึกษาหาข้อมูลมาพอสมควร ฉันได้ข้อมูลอย่างหนึ่งมาว่า หลักสูตรการเรียนในประเทศอังกฤษ เขาวิเคราะห์มาแล้วว่า เด็ก...เป็นวัยที่สมองเปิดรับการเรียนรู้เต็มที่ ไม่ใช่การเรียนรู้จากตำราเรียน แต่เป็นการเรียนรู้จากการเล่น ไม่ว่าจะเป็นของเล่นเสริมทักษะ เพลง หนัง หนังสือ สื่อการเรียนการสอนต่างๆ แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของการเล่น ไม่ใช่การนั่งและทำข้อสอบ ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็วิเคราะห์มาอีกว่า วัยที่พร้อมจะเข้าสู่สนามแข่งขัน นั่นคือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป โรงเรียนอนุบาล ประถมบางโรงเรียน จึงไม่มีการสอบ เด็กในโรงเรียนไม่จำเป็นต้องสอบ จนกว่าจะจบ ป.6 เขาเลือกวัดผลจากการเรียนรู้ การปฏิบัติในห้องเรียน ซึ่งถ้าเป็นบ้านเรา พ่อแม่คงอกแตกตายที่ไม่ได้เห็นเกรดของลูก หรือรับรู้ว่าลูกสอบได้ที่เท่าไหร่ของห้อง? ชนะเพื่อนกี่คน?

หลายคนมองว่า...โลกในความเป็นจริง เราอยู่กับการแข่งขันล้วนๆ เราแข่งกันทุกเรื่อง ตั้งแต่ยังไม่เกิด เราต้องจองตัวหมอเพื่อทำคลอด ถึงก่อนมีสิทธิก่อน มีเงินก็มีสิทธิเลือก และถ้าไม่ฉลาด ก็ไม่สามารถเลือกหรือถูกเลือก จนมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้ ยอมรับเถอะว่า...เราผ่านการแข่งขันมานับไม่ถ้วน แล้วจะแปลกอะไร? ถ้าเราจะหัดให้ลูกรู้จักการแข่งขันตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อเตรียมพร้อมเผชิญกับโลกแห่งความจริง และที่สำคัญ...โรงเรียนดีๆ ก็ไม่ได้ยินดีต้อนรับเราทุกคน เขารับเฉพาะคนเก่ง หรือไม่ก็คนที่พร้อมจ่าย ถ้าเราอยากให้ลูกได้อยู่ในสังคมดีๆ เราจะทำอย่างไร? นี่คือคำถามเพื่อที่จะถามต่อว่า...ทำยังไงให้ลูกสอบเข้าโรงเรียนดีๆ ได้ตั้งแต่อนุบาล?

เรากำลังละเลยหรือมองข้ามเรื่องหนึ่งไปคือ “เส้นเกี่ยวระหว่างการแข่งขันและความเห็นแก่ตัว” เพราะมันมักจะมาพร้อมกัน ถ้ามันเกี่ยวก้อยกันเดินไปเมื่อไหร่ “ชัยชนะ...ก็อาจห้อมล้อมไปด้วยน้ำตาของผู้อื่น” “ความสำเร็จ...ก็อาจเคว้งคว้างอยู่อย่างโดดเดี่ยว” และสุดท้าย...ลูก...ที่เราพยายามผลักดัน เคี่ยวเข็ญ จนเครียด นอนไม่หลับ สติแตก เพียงเพื่อให้เขามีที่ยืนบนผืนดินที่ดีที่สุด เขากลับต้องยืนเพียงลำพัง เพราะพ่อแม่ได้เปลี่ยนเพื่อนของพวกเขาให้เป็น “คู่แข่ง” ไปตั้งแต่วันที่เขาจำความได้

ในเมื่อวันหนึ่ง...ชีวิตเขายังไงก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันอยู่ดี ทำไมตอนนี้เราไม่เตรียมความพร้อมในเรื่อง “การให้อภัย” “การยอมรับความผิด” “การเผชิญความพ่ายแพ้อย่างเข้มแข็ง” “ความพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี” “สติ” และคำว่า “มิตรภาพ” ให้ลูกไปด้วยล่ะ! เพราะสุดท้ายแล้ว...คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจดีว่า...ครอบครัวเราที่ยังคงอยู่ ไม่ใช่เพราะคำว่า “เอาชนะ” นะ แต่มันคือคำว่า “ยอม”

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน