
หวานละมุมใจใน สวนผึ้ง
เมื่อสองสามปีก่อน สวนผึ้งเริ่มโด่งดังขึ้นมาในฐานะอีกหนึ่ง Romantic Destination ที่ทุกคู่รักหวานเป็นต้องเดินทางมาฮันนีมูนโดย...ปลิวลม
เมื่อสองสามปีก่อน สวนผึ้งเริ่มโด่งดังขึ้นมาในฐานะอีกหนึ่ง Romantic Destination ที่ทุกคู่รักหวานเป็นต้องเดินทางมาฮันนีมูน
โดย...ปลิวลม
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นโชคดี 2 ต่อ ต่อแรกคือ ได้มีโอกาสเดินทางไปสวนผึ้งอีกครั้ง หลังจาก ที่ 2 ปีก่อนเคยไปด้อมๆ มองๆ เหล่ารีสอร์ตสีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ทยอยเปิดตัวอย่างไม่กลัวความร้อนจากแสงแดด ความโชคดีต่อที่สองคือ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ไปเพียงลำพัง ทว่า พีอาร์สาวสวยของค่ายโนเกียยังได้หยิบยื่นโทรศัพท์ที่มาพร้อมกับ Ovi maps ให้นั่งรถคอยส่งเสียงใสๆ บอกทางมาเป็นเพื่อน ซึ่ง (เขา) การันตีว่าเจ้า Ovi maps นี่แหละที่สามารถพานักเดินทางไปถึงจุดหมายได้อย่างง่ายดาย เพราะมีให้เลือกทั้งแผนที่เดินเท้าแผนที่เดินรถแบบ Real Time พร้อมกันนั้นยังไม่ลืมใส่ข้อมูลจาก Lonely Planet ให้ได้ศึกษาข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวขณะเดินทางอีกด้วย
อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยคุ้นกับถนนหนทางที่ตัดใหม่ในทุกๆ 2 ปี รวมทั้งทางลัดซอกแซกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองไทย รวมทั้งอัตราส่วนในหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไกลจากของจริงมากชนิดหักพวงมาลัยเลี้ยวตามไม่ค่อยจะทัน เจ้า Ovi maps จึงพาชาวคณะหลงทางเล็กน้อยก่อนที่จะมาถึงจุดหมายแรกที่บ่งบอกว่าได้มาถึงสวนผึ้งแล้ว ซึ่งจะเป็นอะไรไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่เจ้าหลักกิโลเมตรยักษ์หน้าโรงพยาบาลสวนผึ้ง และสิ่งที่ทำให้ผู้สัญจรไปมาเป็นต้องเบรกเอี๊ยดแล้วลงมาชมโฉมหลักกิโลเมตรดังกล่าวก็ด้วยมีคัตเอาต์รูปกะเหรี่ยงสาวจูงแกะยืนอยู่ไม่ไกลจากหลักกิโล เพียงยื่นหน้าเข้าไปใส่ ทุกคนก็จะกลายเป็นกะเหรี่ยงสาวสวยในทันที
เมื่อสองสามปีก่อน สวนผึ้งเริ่มโด่งดังขึ้นมาในฐานะอีกหนึ่ง Romantic Destination ที่ทุกคู่รักหวานเป็นต้องเดินทางมาฮันนีมูนในรีสอร์ตปูนเปลือยสีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งขณะนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสวนผึ้งแทนป่าเขาอันสมบูรณ์ไปอย่างง่ายดาย ส่วนปัจจุบันสวนผึ้งถูกเพิ่มดีกรีความโรแมนติกให้เพิ่มขึ้นอีกนิดด้วยร้านกาแฟเก๋ๆ ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง (แม้สวนผึ้งจะไม่ได้ปลูกกาแฟก็ตาม) เริ่มที่ Dao Coffee ร้านนี้เขามีเมนูเด็ดอยู่ที่สารพัดกาแฟอโรมากลิ่นหอมกรุ่น ทั้งเอสเปรสโซ คาปูชิโน หรือลาเต้ ทุกแก้วต้องมีคำว่า อโรมา ต่อท้ายด้วยกันทั้งหมด และเมื่อถามต่อว่าอโรมาอย่างไร คำตอบที่ได้ก็คือ กาแฟอโรมาจะนำความหอมหวานของชาแดงมาผสมผสานเพิ่มเข้าไปนิดหน่อย ทำให้ได้ผลลัพธ์คือ กาแฟกลิ่นหอมกำลังดีที่ไม่เข้มข้นจนเกินไป
อีกร้านที่เข้ามาเติมความหวานของสวนผึ้งให้หวานมันขึ้นไปอีกก็คือ ต้นขนมหวาน สะพานกาแฟ ร้านกาแฟและขนมหวานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากธารน้ำร้อนบ่อคลึง ร้านนี้นอกจากจะเน้นการตกแต่งที่ทำให้ความร้อนของสวนผึ้งกลายเป็นความเย็นสบายประหนึ่งอยู่ริมทะเลแล้ว ไฮไลต์ยังอยู่ตรงโต๊ะนั่งมีให้เลือกว่าจะเป็นริมน้ำ ในร้านติดแอร์ หรือจะขึ้นไปรับลมเย็นบนบ้านต้นไม้ก็ยังได้
นอกจากรีสอร์ตสีขาวและกาแฟแล้ว ที่สวนผึ้งยังมีกิจกรรมสุดโรแมนติกให้ได้เลือกสรร ทั้งทำเทียน ช็อปปิ้งสารพัดเทียนที่บ้านหอมเทียน แกลเลอรีอาร์ตกลางป่าที่นำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นเทียนหอมหลากหลายรูปแบบ และในปลายปีที่ผ่านมาบ้านหอมเทียนยังได้เปิดเทศกาลงานเทียนกลางสายลมหนาวให้มดไต่กันทั้งสวนผึ้งเลยทีเดียว
อีกสิ่งที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสวนผึ้งแทนผึ้งป่าไปแล้วก็คือ การซื้อบัตรราคา 40 บาท เข้าไปป้อนอาหารแกะพร้อมถ่ายรูปคู่กับแกะที่ Scenery Resort รีสอร์ตแรกที่ทำให้เมื่อคนนึกถึงสวนผึ้งแล้วต้องนึกถึง “แกะ” ตามมา ซึ่งแน่นอนว่าภาพแรกที่คนนึกถึงแกะคือ สัตว์ตัวน้อยน่ารักมีขนปุกปุยเหมือนปุยฝ้ายปกคลุม ทว่าเมื่อได้มาสัมผัสจริงๆ จึงได้ค้นพบความจริงที่ว่า แกะนั้นคู่ควรกับเมืองหนาวที่สุดแล้ว
น่าเสียดายที่ความโรแมนติกของสวนผึ้งถูกจำกัดอยู่แค่รีสอร์ต ร้านกาแฟ เทียนหอม และแกะ ทั้งที่ความจริงสวนผึ้งยังมีของดีที่ช่วยเติมความหวานละมุนใจได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งธารน้ำร้อนบ่อคลึง ที่นี่แม้จะมีทางเข้าไม่ได้โรแมนติกนัก ทว่าภายในนั้นรักษาความสะอาดแบบสุดๆ เมินเสียเถิดกลิ่นคาวของไข่ไก่ เพราะที่นี่เขาห้ามต้มไข่อย่างเด็ดขาด หรือใครไม่ได้อาบน้ำชำระเหงื่อไคลก่อน อย่าหวังว่าจะได้ลงไปแช่ตัวอย่างสบายใจ ส่วนสถานที่แช่น้ำร้อนก็มีให้เลือกทั้งแบบสระว่ายน้ำ และแบบสระดินที่สะอาดไม่แพ้กัน หรือใครจะเข้ามาพักค้างคืน ห้องพักที่นี่ก็มีสระน้ำร้อนเล็กๆ ให้ได้แช่กาย สบายใจแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว
อย่างที่บอกว่าสวนผึ้งในวันนี้ได้ต่างจากสวนผึ้งเมื่อหลายปีอย่างลิบลับ แน่นอนว่าทุกที่ย่อมมีการพัฒนา ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง จากป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ มีผึ้งมาทำรังอาศัย มีน้ำผึ้งเดือนห้าเป็นของฝากขึ้นชื่อ ปัจจุบันสวนผึ้งได้กลายเป็นดินแดนสุดโรแมนติกที่ห้องพักในฤดูหนาวถูกจองเต็มข้ามปี ทว่าความโรแมนติกเหล่านี้จะคงอยู่ไม่ได้เลยถ้าป่าเขาในสวนผึ้งอันจะก่อให้เกิดเมฆ หมอก และความชุ่มชื้นถูกทำลาย พร้อมแทนที่ด้วยรีสอร์ตขนาดเล็กใหญ่จนหมดสิ้น
หากเป็นเช่นนั้นจริง ความโรแมนติกของสวนผึ้งก็คงเป็นเพียงตำนาน ไม่ต่างจากตำนานน้ำผึ้งป่าเดือนห้าแห่งสวนผึ้ง







