
ตั้งแชร์แก้ปัญหา
โดย... ซิวซี แซ่ตั้ง
โดย... ซิวซี แซ่ตั้ง
ในที่สุดผมก็ได้ความคิดในการแก้ปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในกิจการของตัวเอง โดยการระดมเงินทุนด้วยการตั้งแชร์ ผมเคยได้ยินได้ฟังมาว่า คนจีนโพ้นทะเลที่มาร่ำรวยเป็นเถ้าแก่ได้ เริ่มต้นทำการค้าหรือทำธุรกิจได้จากเงินที่ตั้งแชร์
การตั้งแชร์ เป็นการระดมเงินทุนที่ง่ายที่สุด สำหรับคนจีนที่ไม่มีเครดิต ไม่มีหลักทรัพย์ และไม่มีบุคคลค้ำประกัน ไม่ต้องใช้หลักการแบบธนาคาร ขอเพียงมีคนรู้จัก ไว้ใจ เชื่อใจกันเท่านั้น เป็นวิธีเดียวที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับคนจีนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ หรือต้องการหมุนเงิน เถ้าแก่หลายคนตั้งเนื้อตั้งตัวได้ก็เริ่มจากการตั้งแชร์
ผมวางแผนว่าจะตั้งแชร์สัก 20 มือ มือละ 500 บาท/เดือน เบ็ดเสร็จ 20 มือ จะได้เงิน 1 หมื่นบาท ซึ่งคงเพียงพอที่จะแก้ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียนได้ ผมเห็นว่าการตั้งแชร์น่าจะทำได้ง่ายกว่าการกู้ธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปชวนใครมาเล่น คนหนุ่มวัย 22 อย่างผมไม่ได้รู้จักใครมากมาย หนำซ้ำยังเป็นคนจีนจากโพ้นทะเลที่เพิ่งมาอยู่เมืองไทยได้แค่ 2 ปีกว่า ไปชวนใครเขาจะเชื่อถือเอาเงินมาเล่นด้วย
โดยเฉพาะผมจะต้องทำหน้าที่สำคัญ คือเป็นท้าวแชร์ ต้องรวบรวมและรับผิดชอบเก็บเงินจากลูกแชร์ทั้งหมดที่เปียได้ในแต่ละงวดไปให้กับลูกแชร์ และหากลูกแชร์หนีหรือไม่ส่งต่อ ภาระนี้ก็ต้องตกไปอยู่กับท้าวแชร์ ท้าวแชร์จึงต้องเป็นคนมีเครดิต น่าเชื่อถือมากสำหรับลูกแชร์ทุกคน
หลายคนที่ไม่รู้จักเรื่องแชร์ก็อาจสงสัยว่า แล้วท้าวแชร์จะได้อะไร ท้าวแชร์มีความพิเศษกว่าลูกแชร์ตรงที่จะได้เปียแชร์เป็นมือแรก เรียกว่าเป็นของขวัญสำหรับท้าวแชร์ที่ตั้งแชร์สำเร็จ ได้เงินไปใช้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่หากผมเป็นลูกแชร์จะต้องเสียดอกเบี้ยเมื่อเปียแชร์
แต่เรื่องนี้ผมไม่คิดมากเท่าไหร่ สิ่งที่เป็นกังวลคือ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปียแชร์ได้ เป้าหมายของผมต้องการใช้เงินเร็วที่สุด จึงต้องเป็นท้าวแชร์เท่านั้นถึงจะมีสิทธิได้รับเงินแชร์คนแรก เพื่อนำเงินนั้นไปแก้ปัญหาที่โรงงานฟอกหนัง ซึ่งกำลังขาดสภาพคล่อง เงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ
ผมนอนคิดอยู่หลายคืนเรื่องคนที่จะมาเล่นแชร์กับผม แล้วก็คิดได้ว่าควรไปชวนคนกันเองหรือญาติกันดีที่สุด เพราะไว้วางใจกันได้ ผมคิดถึงคนแซ่เดียวกันคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติกัน
ญาติคนที่ผมกล่าวถึงนี้ อายุมากกว่าผม 10 ปี เขาอายุ 32 ปี ส่วนผมแค่ 22 ปี ทำมาค้าขายจนร่ำรวย และเราก็แซ่เดียวกัน เขาคงไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือ และการที่ผมไปขอความช่วยเหลือก็ไม่ใช่การไปขอเงินขอทอง แค่ขอให้ร่วมเล่นแชร์และช่วยแนะนำลูกแชร์มาร่วมวงให้ได้ 20 มือ ตามต้องการ ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง
เช้าวันรุ่งขึ้นผมหอบความคิดเรื่องตั้งแชร์เพื่อนำเอาเงินมาหมุนในโรงงานฟอกหนังไปเจรจา ผมบอกเขาว่า ตัวผมกำลังจะตั้งแชร์สัก 20 มือ มือละ 500 บาท/เดือน ผมจะเป็นท้าวแชร์ เบ็ดเสร็จ 20 มือ ไม่รวมท้าวก็จะได้เงิน 1 หมื่นบาท
เขานั่งนิ่งฟังผมพูดจนจบ พอผมเอ่ยปากชวน เขาก็มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาผมประหม่า เท่านั้นยังไม่พอ เขายังเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมต้องนิ่งเงียบว่า “น้องชาย มาชวนพี่เล่นแชร์เนี่ย น้องชายมีอะไรให้พี่ไว้ใจบ้าง”
คำพูดของเขาทำให้ผมสะอึก เขาไม่ปฏิเสธแบบตรงๆ ก็จริง แต่ความหมายของคำพูดแท้จริงคือการดูถูกผม
เขายังพูดต่อไปอีกว่า ผมเพิ่งมาอยู่เมืองไทยไม่นาน เครดิตอะไรก็ไม่มี เพิ่งตั้งโรงงาน โรงงานก็เช่า ไม่มีหลักทรัพย์ที่มั่นคง แม้มีความตั้งใจต้องการหาเงินไปทำธุรกิจ แต่จะเชื่อได้อย่างไรว่าธุรกิจที่ผมทำจะไปได้ดี จะมีอะไรให้เขาเชื่อใจได้ว่าถ้าเล่นแชร์ด้วยกันแล้วแชร์จะไม่ล้ม เปียแชร์แล้วจะได้เงิน
คำพูดของเขาทำให้ผมสะเทือนใจอย่างรุนแรง ในหมู่คนจีนด้วยกันนั้น การถูกปฏิเสธจากคนตระกูลเดียวกันถือเป็นเรื่องร้ายแรง สร้างความรู้สึกย่ำแย่อย่างมาก ทำให้ผมแทบหมดพลังที่จะคิดดิ้นรนไปเลย







