
คู่ชีวิต สิทธิสมาน ครอบครัวคือสิ่งสำคัญสุด
นานมาแล้วที่หลายคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ครอบครัวคือหน่วยเล็กที่สุดของสังคม แต่เป็นหน่วยที่สำคัญที่สุด”
โดย... ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
นานมาแล้วที่หลายคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ครอบครัวคือหน่วยเล็กที่สุดของสังคม แต่เป็นหน่วยที่สำคัญที่สุด” มาจนถึงทุกวันนี้วรรคทองดังกล่าวยังคงเป็นจริงอยู่ในปัจจุบัน และเป็นคติเตือนใจของสองสามีภรรยา “คำนูณ-สรวงมณฑ์” สิทธิสมาน มาตลอด
ทั้ง “คำนูณ-สรวงมณฑ์” ต่างเป็นคนที่ทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งสองคน คนแรกเลือกเดินเส้นทางสายการเมืองผ่านตำแหน่งสำคัญมาอย่างโชกโชน ทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สว.สรรหา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)และล่าสุดกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรายหลังปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Mother&Care เรียกได้ว่าเวลาเกือบ 24 ชั่วโมงในแต่ละวันแทบจะอุทิศให้กับงานที่ตัวเองรับผิดชอบ
ถึงกระนั้น ทั้งสองคนจะมีงานหนักและเยอะเพียงใด ก็ไม่เคยลืมที่จะแบ่งเวลาให้กับบุตรชาย “สรวง” และ “สิน” สิทธิสมาน ซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นทั้งสองคน
คำนูณ สิทธิสมาน
งาน ชีวิต ถ่ายทอดซึ่งกัน
“สำหรับผมแล้วครอบครัวเป็นกำลังใจที่สำคัญมาตลอดนับตั้งแต่เข้ามาทำงานการเมืองในช่วงปี 2549 ในฐานะสมาชิกสนช. อย่างไรก็ตาม อาจเป็นโชคดีส่วนหนึ่งก็ได้ เพราะตอนที่มาทำงานการเมืองปี 2549 เป็นช่วงที่ลูกชายทั้งสองคนโตมาในระดับหนึ่งแล้ว ประกอบกับก่อนหน้านั้นก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกอย่างเต็มที่ พอถึงเวลาที่ได้มีโอกาสเข้ามาการเมืองจึงไม่มีปัญหามาก
6 ปีแรกของลูกชายผมถือว่าเป็นช่วงสำคัญที่สุด ผมเองก็ได้ใช้โอกาสนี้อยู่กับลูกเต็มที่ทั้งการเลี้ยงดูและการไปรับไปส่งที่โรงเรียน พอลูกโตมาในระดับหนึ่งผมก็ได้เข้ามาทำงานการเมืองพอดี เลยมีเวลาทำงานการเมืองแบบไม่มีอะไรที่เป็นกังวลเท่าไหร่นัก
เวลานี้ลูกทั้งสองคนเรียนอยู่ที่วชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ การให้เรียนโรงเรียนประจำนั้นไม่ได้หมายความว่าผมและภรรยาไม่มีเวลาให้ลูก แต่เพราะต้องการให้เขาฝึกการมีระเบียบวินัย ประกอบกับหลักสูตรของที่นี่น่าสนใจที่ให้เรียนในช่วงเช้าและภาคบ่ายจะเน้นการทำกิจกรรม เช่น ดนตรี และกีฬา เป็นต้น ซึ่งต่างจากโรงเรียนปกติที่ไม่ได้มีการแบ่งเวลาระหว่างการเรียนกับการทำกิจกรรมลักษณะนี้
การเมืองไม่ได้กินเวลาของผมไปทุกวินาที ปกติถ้าประชุมที่สภาตอนเย็นเสร็จและไม่มีภารกิจที่ต้องปฏิบัติต่อ ผมจะกลับบ้านเพื่อไปกินข้าวที่บ้านเป็นปกติ ผมเป็นคนที่ไปงานเลี้ยงตอนเย็นน้อยมาก ไม่ได้ไปทุกงาน เพราะต้องการให้เวลากับครอบครัว เว้นแต่เป็นงานของผู้ใหญ่ที่เคารพรักกันมากๆ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริงๆ
ส่วนคุณโน (ภรรยา) เข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร และเข้าใจว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมกับภรรยาจะสื่อสารกันตลอดในทุกๆ เรื่องทั้งเรื่องการทำงานของผมและเรื่องของลูก ผมบอกคุณโนตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าผมเข้ามาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เวลาที่มีให้ก็จะน้อยลง เพราะผมต้องการทำงานนี้ให้เต็มที่ อาจต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ้าง ทำให้เขาต้องรับภาระในการรับลูกในช่วงวันศุกร์เป็นหลักจากเดิมที่ต้องสลับกันไปรับลูกชาย เขาเองก็เข้าใจถึงหน้าที่ทางการเมืองที่ผมต้องรับผิดชอบ
อย่างเรื่องงานตอนที่ผมทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมก็บอกเขานะว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วพยายามทำสรุปประเด็นที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่ายๆ ด้วยข้อความสั้นๆ เพื่อที่จะให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้เป็นอย่างไรทุกวันนี้ ผมก็ใช้พวกแอพพลิเคชั่นไลน์ หรือวอตส์แอพให้เป็นประโยชน์ สื่อสารกันเยอะๆ เลยทำให้เขาเข้าใจถึงหน้าที่ที่ผมกำลังทำอยู่
ทั้งหมด ครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด มาระยะนี้ผมเองไม่ได้มีภารกิจใดๆ ในทางการเมือง เพราะสิ้นสุดการทำหน้าที่สมาชิก สปช.และ กรรมมาธิการยกร่างฯ เลยทำให้มีเวลากับครอบครัวมากขึ้นกว่าปกติ ภาระในการรับส่งลูกก็ไม่ได้เป็นเฉพาะของภรรยาอย่างเดียว และที่สำคัญได้มีเวลาอยู่บ้านอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มขึ้นด้วย”
สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
เป็นกำลังใจให้เขาทุกอย่าง
“ตั้งแต่รู้จักและแต่งงานกับคุณคำนูณมา เขาเป็นคนที่จริงจังและเครียดกับงานที่ทำค่อนข้างมาก อย่างตอนที่เขาจะมาทำงานเป็นสมาชิก สปช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เขาก็บอกว่าตั้งใจกับงานนี้มาก โดยเฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อน
นับตั้งแต่ที่คุณคำนูณมาบอกว่าจะผันตัวเองสู่สนามการเมืองในสภา ตัวเองก็ไม่เคยมีความคิดที่จะห้ามไม่ให้เล่นการเมืองเลยแม้แต่น้อย เรากลับคิดว่าเป็นโอกาสสำคัญของเขาที่จะได้เอาความรู้ที่ตัวเองมีมาจากการสั่งสมประสบการณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศ ดังนั้นเมื่อเขาเลือกเส้นทางนี้แล้วเราเองจึงมีหน้าที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง
เวลาเห็นคุณคำนูณเครียด ตัวเราเองก็จะรีบให้กำลังใจเขาทันที เพราะเรารู้ว่าเขาเป็นคนที่จริงจังกับงาน และเมื่อเวลาว่างตรงกันจะรีบชวนเขาไปต่างจังหวัดหรือทำอะไรเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศทันที
บางทีการให้กำลังใจคนในครอบครัวก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกับเขามากก็ได้ เพียงแค่คอยนั่งฟังและส่งข้อความให้กำลังใจกันก็พอ หรือหากิจกรรมทำร่วมกัน อย่างตอนที่คุณคำนูณทำงานหนัก ทำให้ต้องหาทางเพื่อแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง เช่น การรับลูกที่โรงเรียน ตัวเองก็จะรับหน้าที่นี้เป็นหลัก เพื่อให้คุณคำนูณประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังและจะได้ทำงานตามที่เขาตั้งเป้าเอาไว้
ตอนที่ สปช.คว่ำร่าง รัฐธรรมนูญวันนั้นตัวเองอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็พอรู้มาก่อนแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน พอผลออกมาอย่างเป็นทางการเลยรีบส่งข้อความหาทันทีเพื่อให้กำลังใจ และถามว่าคุณคำนูณเป็นอย่างไร เพราะเรารู้ว่าเขาตั้งใจกับงานร่างรัฐธรรมนูญมาก
ตอนนั้นก็รีบส่งข้อความหาทันที บอกไปว่ามองในแง่ดี เมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร จะได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้นแค่นั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามในฐานะภรรยาก็สงสารและเห็นใจเขาเหมือนกันนะ เพราะคุณคำนูณทุ่มเทกับงานนี้ค่อนข้างมาก
ตั้งแต่อยู่ด้วยกัน เราทั้งสองคนและลูกก็ต่างให้กำลังใจต่อกันมาตลอด ไม่ใช่เฉพาะตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านอย่างเดียว แต่ก่อนหน้านี้เมื่อคุณคำนูณเข้ามาทำงานการเมืองใหม่ๆ เราก็เห็นว่าเขาเหนื่อยพอสมควร ในฐานะภรรยายิ่งต้องให้กำลังใจให้เขาสามารถฝ่าฟันมรสุมต่างๆ ไปได้ในที่สุด ซึ่งการให้กำลังใจและการสื่อสารกันของคนในครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”







