posttoday
Do you ‘Love’ Me?

Do you ‘Love’ Me?

30 กันยายน 2558

ว่าด้วยเรื่องความรัก (ตัวเองและผู้อื่น) อีกสักครั้ง

โดย...ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม ริเท็นนิส ภาพ พัฒนพงศ์ หิรัญอาจ

ว่าด้วยเรื่องความรัก (ตัวเองและผู้อื่น) อีกสักครั้ง เพื่อยืนยันถึงความสำคัญอย่างมากมายของพลังแห่งความรักตนเองที่มนุษย์ทุกควรล้วนมีความสามารถในการให้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ คือ ความรักและมอบคุณค่าให้ตนเองได้โดยที่ไม่ต้องร้องขอและเฝ้ารอ หรือใช้กระบวนการหรือเทคนิคพิเศษใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมในการเรียกร้องที่จะได้ความรักในแบบที่ตนต้องการเติมเต็ม

สิ่งใดที่ต้องการและต้องรอสิ่งนั้นจากผู้อื่น นานวันเข้าการร้องขอและการกระทำเพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่ต้องการและเฝ้ารอล้วนมาถึงจุดปะทุที่ยิ่งเติมโดยผู้อื่น ยิ่งถูกให้ ยิ่งไม่มีวันพอ ตัวอย่างเช่น ครอบครัวที่เลี้ยงลูกไม่โต เพราะทุกครั้งที่ลูกต้องการสิ่งใด พ่อแม่มักรีบวิ่งเข้าไปโอบอุ้มและยื่นทางลัดมอบสิ่งนั้นให้ลูกเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาแห่งการเลื่อนขั้นและเผชิญหน้ากับสิ่งที่สร้างเหตุในการให้จากผู้อื่น ในกรณีนี้คือพ่อแม่ แทนที่การลำดับขั้นการอนุญาตให้ลูกคนนั้นดูแลและแก้ปัญหาด้วยตนเอง เมื่อความท้าทายมาสู่ชีวิตลูกเมื่อไม่มีพ่อแม่อยู่ช่วย สิ่งที่ลูกต้องทำให้ได้ในท้ายที่สุด คือ การมอบสิ่งที่ต้องการหรือขาดหายไปให้กับชีวิตตัวเองให้เป็นอยู่ดี เพราะหากเราไม่สามารถเติมเต็มหรือยอมรับในสิ่งที่เป็นความบิดเบี้ยวอ่อนแอว่าเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นบางส่วนที่อยู่ในตัวเรา

แต่กลับมุ่งหวังในการให้สิ่งอื่น คนอื่น และแม้แต่ใช้การทำงาน ในอาชีพที่เราต่างมีบทบาทรับผิดชอบในการทำให้ความรักและความต้องการในบางสิ่งเพื่อเติมเต็มแทนที่ความพร่องนั้นๆ ประมาณว่าไม่สบายใจจึงทำงานหามรุ่งหามค่ำทำให้รวยให้สำเร็จให้มากแทนที่เพื่อลืมความพร่องความทุกข์

การมอบสิ่งที่ต้องการหรือขาดหายไปให้กับชีวิตตนเองให้ตนเองให้เป็นอยู่ดี เพราะหากเราไม่สามารถเติมเต็มหรือยอมรับในสิ่งที่เป็นความบิดเบี้ยวอ่อนแอว่าเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นบางส่วนที่อยู่ในตัวเรา แต่มุ่งหวังในการให้สิ่งอื่น คนอื่น และแม้แต่ใช้การทำงาน ในอาชีพที่เราต่างมีบทบาทรับผิดชอบในการทำให้ความรักและความต้องการในบางสิ่งเพื่อเติมเต็มแทนที่ความพร่องนั้นๆ ประมาณว่าไม่สบายใจจึงทำงานหามรุ่งหามค่ำทำให้รวยให้สำเร็จให้มากแทนที่เพื่อลืมความพร่องความทุกข์ ยิ่งทำนานเท่าใดอาจเปรียบเสมือนการสะสมโรคในใจที่รอวันแห่งการปะทุและแสดงผลลัพธ์แห่งการเติมเหตุที่ไม่ได้เรียนรู้และเติมเต็มในทางที่สมควรด้วยตนเองและตามธรรมชาติ เพื่อเข้าถึงความสามารถในการให้ความรักต่อผู้อื่นได้จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่มนุษย์ต้องการนั้นมีขึ้นในตนเองซึ่งในที่นี้ คือ การมีความรักในตนเอง และเมื่อเรามีสิ่งใดเราจึงสามารถมอบสิ่งนั้นซึ่งในที่นี้ คือ ความรัก

หากเกิดมามีกรรม ก็เป็นสิ่งที่เราทำกันมาเอง แล้วจะหนีไปไหน หนีความรับผิดชอบไม่ได้ รีบๆ มาจะได้เคลียร์ให้จบ ทุกคนอยากไปที่ชอบๆ ที่ดีๆ หรือสิ่งที่เราต้องสนใจ คือ การสร้างสมบัญชีใหม่ให้ดี อย่าไปติดอยู่กับอดีต ไตร่ตรองความรู้ทำให้มันชัดเจน ทำทุกอย่างที่ควรทำ เพราะทุกสิ่งที่เราทำเราทำเพื่อเราเอง เป็นการสร้างสมบัญชีพลังบวก คิดเยอะ พูดเยอะ ทำเยอะ เลยกลับมาที่ว่าคิดอะไร พูดอะไร แล้วทำอะไร และการตั้งต้นเริ่มแรกในการทำสิ่งใดๆ นั้น มาเพื่อเรียนรู้ มาเพื่อหน้าที่ มาเพื่อมีชีวิต ที่จิตจะสงบได้เราต้องเห็นทุกอย่างตามความจริง ไม่ใช่ตามสิ่งที่ปรากฏ จึงจะไม่ทุกข์เพราะเห็นผิดเพี้ยนจากจิตที่มีอคติ ให้ดูทุกอย่างที่ขับเคลื่อนอยู่ห่างๆ ด้วยใจเป็นกลางจะได้เป็นคนทุกข์ได้ยาก

การเห็นความจริงเป็นต้นว่าคนที่มากระทบเราเพราะเขา (แตก) ตื่นโลกธรรม (ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ) ถ้าเรามีพรหมวิหารสี่มากพอและลดอัตตาห้าลง เราจะเห็นภาพชัดเจนว่า นั่นคือกิเลสทำงานอยู่ ไม่ใช่ตัวตนของเขาทำ รวมถึงการขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวรในเราและผู้ป่วย การคิดถึงปัญหาและข้ออ้างต่างๆ เพื่อทำให้เราย่ำอยู่กับที่ ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ ให้ผู้อื่นในชีวิตได้โดยไม่ต้องตั้งคำถามที่คำตอบถูกคาดหวังโดยการได้มาจากผู้อื่นซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวันใดวันหนึ่งที่อาจจะนำมาซึ่งคำตอบหรือการกระทำที่อาจจะให้เจ็บปวดใจ การสร้างจิตสำนึกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และฝึกฝนหนทางแห่งการเติมเต็มในตัวเองเพื่อให้เกิดหนทางแห่งการลงมือทำจริงที่สามารถเชื่อมโยงและช่วยเหลือผู้อื่น ครอบครัว และโลกนี้ได้

หากตั้งคำถามที่ถูกต้องและคำตอบที่เติมเต็มให้ตัวเองได้ จึงสามารถส่งผ่าน แบ่งปัน หรือทำความเข้าใจผู้อื่นได้จากการพบความจริงที่ทำให้ชีวิตตนเอง การมุ่งเข้าสู่ธรรมชาติของการตั้งคำถามให้ถูกต้องในการเติมเต็มสิ่งที่ขาด แม้ดูผ่านๆ เป็นเพียงการตั้งคำถามง่ายๆ สั้นๆ กับตัวเองด้วย ประโยคที่ว่า Do you “Love” Me?

ถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า รักตัวเองไหม คนที่รักตัวเองจริงๆ ทำอย่างไรกับสถานการณ์เดียวกันที่เขาและเราอาจพบเจอและประโยคคำถามเดียวกันที่ผู้ถามต้องการถามและต้องการได้รับคำตอบจากผู้อื่น Doyou “Love” Me?

คุณรักฉันไหม? ใช่คุณนั่นแหละใครก็ได้ที่ไม่ใช่ถามและตอบตัวเอง แม้ความต้องการเติมเต็มอาจจะถูกแอบซ่อนไว้อย่างแนบเนียน แต่พื้นที่ในใจและพลังงานแห่งความคาดหวังในคำตอบคือ ความต้องการให้ผู้อื่นมายอมรับ มอบความรัก ความเข้าใจ หรือได้มาซึ่งระดับของอำนาจ หากเปรียบเทียบก็เสมือนเสื้อที่ซื้อใหม่แต่กลับมีรูโบ๋ตรงหัวใจ ที่แม้สวยงามเพราะเป็นเสื้อใหม่ ทว่ารูที่ขาดเป็นกากบาทใหญ่ที่ต้องซ่อมแซมก่อนนำมาใส่จึงเป็นเรื่องดี

ความต้องการแสวงหาการยอมรับและพลังงานแห่งการให้ จากหัวใจที่เติมเต็มสิ่งที่ต้องการได้เองคือ การมีสติบอกตัวเองว่ามีแล้ว เข้าใจแล้ว ทำได้ และการเติมตัวเองเป็นเมื่อทำบ่อยๆ จนสร้างนิสัยทำให้เกิดเป็นความสามารถในการมอบความรักแก่ตนเอง ที่สามารถสื่อสารผ่านหน้าที่และบทบาทต่างๆ ในชีวิต ของแต่ละปัจเจกบุคคลออกมาเป็นพฤติกรรมประเภทต่างๆ ได้เพราะการเรียนรู้ในการให้ตนเอง จึงให้ผู้อื่นในสิ่งที่ตนเองมีจริงแล้วได้ในหนทางที่ถูกต้อง เพียงคำถามหนึ่งประโยคที่เราเห็นและเห็นตนเองเป็นฐานคำตอบสามารถเติมเต็มและช่วยเหลือผู้อื่นได้

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย