posttoday
ภาพถ่ายของบรมครู

ภาพถ่ายของบรมครู

19 กันยายน 2558

ก่อนจะมาเป็นนิทรรศการ “ช่างภาพไทยที่โลกลืม” ให้ได้ชมกันเช่นวันนี้ เรียกได้ว่าผ่านร้อนหนาวมาหลายฤดูกว่า

โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ... Bangkok University Gallery

ก่อนจะมาเป็นนิทรรศการ “ช่างภาพไทยที่โลกลืม” ให้ได้ชมกันเช่นวันนี้ เรียกได้ว่าผ่านร้อนหนาวมาหลายฤดูกว่าโปรเจกต์การสืบค้นรวบรวมภาพถ่ายที่ทับซ้อนกับห้วงเวลากว่า 80 ปีที่ผ่านมา ของศิลปินถ่ายภาพระดับบรมครู ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ไทย จากการสืบค้นของนักประวัติศาสตร์ภาพถ่ายอย่าง อาจารย์มานิตศรีวานิชภูมิ เจ้าของคัดมันดู โฟโต้ แกลเลอรี่ (Kathmandu Photo Gallery) 

อาจารย์ผู้คร่ำหวอดในแวดวงศิลปะ พยายามมุ่งมั่นเดินทางสืบค้นข้อมูลไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้เวลาทั้งหมด 5 ปีเต็ม กระทั่งสามารถรวบรวมข้อมูลศิลปินไทยที่ถูกลืมไปกับยุคสมัย ให้คนไทยได้รู้จักตัวตนกับบรมครูผู้บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ประเทศไทย 7 ชีวิต โดยท้ายที่สุดได้เลือกศิลปินชั้นครูที่สามารถหาหลักฐานและผลงานมาจัดแสดง ได้แก่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ม.ล.ต้อย ชุมสาย เลี่ยงอิ้ว แสงจันทร์ ลิ่มโลหะกุล เอส. เอช. ลิม พรศักดิ์ ศักดิ์แดนไพร และ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ โดยในฐานะภัณฑารักษ์ผู้ใช้แรงกายและใจรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ได้พูดถึงจุดเริ่มต้นของงานประวัติศาสตร์ภาพถ่ายในครั้งนี้ให้ฟังว่า

“คือเมื่อก่อนตอนเราสอนนักศึกษาถ่ายภาพ เราก็จะเอางานของช่างภาพต่างประเทศไปสอนไปอ้างอิง แล้วพอมาถึงของไทยเราก็ไม่รู้ไปหาที่ไหนมาอ้างอิง (น้ำเสียงหมดหวัง) อันนี้มันก็เป็นประเด็นที่เราเริ่มคิดเรื่องนี้อีกทั้งเรื่องแบบนี้มันก็ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนตั้งแต่สมัยเราเรียนแล้ว ที่ผ่านมา 30 กว่าปี ผมก็ยังไม่เห็นมีข้อมูลไหน ตำราไหน อ้างอิงช่างภาพไทยเราได้ คือมันยิ่งไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเลย ซึ่งมันยิ่งย้ำเตือนถึงกระบวนการสร้างองค์ความรู้ในแบบเรียนถ่ายภาพว่ามีปัญหา เพราะไม่มีหน่วยงานใดเก็บประวัติและเรื่องราวของช่างภาพระดับบรมจารย์ในอดีตให้คนอีกรุ่นได้ศึกษาเรียนรู้ตรงนี้มันทำให้ผมอยากเริ่มตามหาข้อมูลช่างภาพยุค 80 ปีที่ผ่านมา เพราะก่อนหน้านั้นมีข้อเขียนของคุณเอนก นาวิกมูล บันทึกไว้บางส่วนในรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 7”

ภาพถ่ายของบรมครู มานิต ศรีวานิชภูมิ

 

ถึงจะมีบันทึกอยู่บ้างอย่างที่กล่าวข้างต้นแต่บันทึกเหล่านั้นล้วนเป็นการบันทึกถึงบุคคลชั้นสูง ซึ่งสิ่งที่ขาดหายไปคือการบันทึกถึงช่างภาพที่มีใจรักในการถ่ายภาพ ทำให้อาจารย์มานิตเริ่มหาจุดที่พอจะเริ่มสืบค้นที่มาที่ไปของศิลปินในช่วงสมัยของการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ซึ่งเป็นช่วงที่มีเรื่องราวของภาพถ่ายต่างๆ เกิดขึ้นมากมายให้ได้ตามสืบค้น อาทิ การเริ่มต้นของภาพสำเนาบัตรประชาชน และร้านถ่ายภาพ ทั้งยังเป็นยุคสมัยที่ภาพถ่ายสามารถบ่งบอกตัวตนของศิลปินได้ชัด พร้อมๆ กับเป็นฐานข้อมูลชี้ให้เห็นถึงการฉายภาพความเกื้อหนุนต่อสังคมไทยในเรื่องต่างๆ

“ผมก็พยายามเริ่มมองหาว่าในยุคนั้นมีช่างภาพคนไหนบ้าง แล้วประมาณปี 2553 ผมมีโอกาสได้เจอ เอส. เอช. ลิม ซึ่งเป็นช่างภาพไทยเชื้อสายจีน เป็นคนถ่ายภาพแฟชั่นลงในหนังสือบางกอก บังเอิญได้มีโอกาสแสดงผลงานด้วยกันในนิทรรศการครบรอบ 50 ปีของสมาคมถ่ายภาพ ตอนนั้นท่านอายุ 80 ปีแล้ว และงานของท่านสะดุดตาผมมาก เป็นงานภาพถ่ายของหญิงไทยในอดีตที่มีชีวิตชีวา สะท้อนยุคสมัยการเปลี่ยนแปลง ผมก็เลยเริ่มไปขอคำปรึกษากับท่าน จนเกิดเป็นโครงการค้นหาครูภาพถ่ายไทยขึ้น ซึ่งเป็นการเริ่มสืบค้นมาจากตอนนั้น ซึ่งก็เริ่มจากภาพถ่ายของ เอส. เอช. ลิม”

หลังจากที่เริ่มเปิดประตูประวัติศาสตร์ในเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครสนใจจากการสืบค้นและคำบอกเล่าปากต่อปาก ก็ก้าวไปถึงการตามหาผลงานของศิลปิน ซึ่งหลายต่อหลายท่านได้เสียชีวิตไปแล้วแทบทั้งสิ้น อย่างงานถ่ายภาพของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์เองก็มาพบหลังจากที่นักเขียนใหญ่เสียชีวิต ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ว่าพญาอินทรีแห่งสวนอักษร ‘รงค์ วงษ์สวรรค์  ถือเป็นช่างภาพที่เก่งฉกาจมากในยุคของเขา ก่อนจะผันตัวมาเป็นนายของภาษาเพราะเหตุผลว่าช่างภาพไส้แห้ง ซึ่งอาจารย์บอกว่างานในแบบของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์  เฉพาะตัวสวิงสวายมีมุมกล้องที่ไม่เหมือนใคร แปลกและเท่มาจนถึงปัจจุบัน

ภาพถ่ายของบรมครู ผลงานของ แสงจันทร์ ลิ่มโลหะกุล

 

“ท่านถ่ายภาพไว้เยอะมาก แต่น่าเสียดายสิ่งเหล่านั้นมันสูญหายไปหมด ซึ่งสิ่งที่ถ่ายคือการสะท้อนภาพของสังคมเกษตรกรรมที่งดงามยุคสุดท้าย เราก็สืบค้นไปเรื่อยๆ ไปจนเจองานของ ม.ล.ต้อย ชุมสาย ศิลปินที่ถ่ายภาพตั้งแต่ยุคฟิล์มกระจก และโชคดีที่มีลูกหลานเก็บงานท่านไว้ ก็สืบค้นมาเรื่อยๆ ซึ่งงานของท่านบอกเลยว่าเป็นงาน 60 ปีที่แล้ว ซึ่งกล้าทำงานที่ฉีกขนบอย่างการถ่ายภาพนู้ดที่ยังดูงดงามมาถึงปัจจุบัน”

หลังจากการสืบค้นมาตลอดหลายปี อาจารย์มานิตยังค้นพบรูปของศิลปินอีกหลายท่านอย่างเช่นท่านพุทธทาสภิกขุ เองก็ถือเป็นช่างภาพที่มีสไตล์ในการถ่ายที่แฝงไปด้วยปรัชญา ซึ่งอาจารย์บอกว่าถือเป็นงานคอนเซ็ปต์ชวลอาร์ตที่น่ามหัศจรรย์ที่สุด หรือแม้แต่งานของศิลปินจากต่างจังหวัดอย่าง พรศักดิ์ ศักดิ์แดนไพรเลี่ยงอิ้ว แสงจันทร์ ลิ่มโลหะกุล ศิลปินผู้ถ่ายทอดความเป็นชนบทที่เป็นวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์และค่านิยมประเพณีที่บ่งบอกได้ถึงยุคสมัย ถึงแม้จะตามหาข้อมูลและผลงานยากแค่ไหน แต่ทว่าก็ยังโชคดีที่ยังพอมีผลงานให้ได้ศึกษาต่อมาในวันนี้ ซึ่งล้วนเป็นงานที่สำคัญและหาดูไม่ได้จากที่ไหน ซึ่งดูจากความสำคัญของเนื้องานแล้ว จะเรียกว่าทั้งหมดเป็นภาพถ่ายบันทึกประวัติศาสตร์ไทยช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ไม่ผิด

เช่นคำกล่าวของ ปิยทัต เหมทัต ช่างภาพและเจ้าของ “RMA Institute” ผู้ริเริ่มให้เกิดเทศกาลโฟโต้บางกอก พูดถึงการมีขึ้นของนิทรรศการครั้งนี้ว่า คืองานนี้มันสำคัญมากนะเพราะมันทำให้งานภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของประเทศไทยสามารถศึกษาต่อยอดได้ ซึ่งเป็นเหมือนการจารึกประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังสามารถเข้าไปศึกษาได้ ถือเป็นแหล่งอ้างอิงได้สำหรับปัจจุบันและอนาคตสำหรับคนที่สนใจภาพถ่าย ซึ่งเป็นงานของศิลปินไทยเอง

ภาพถ่ายของบรมครู ผลงานของ เอส. เอช. ลิม

 

“อย่างผมเองก็ประทับใจงานของท่านพุทธทาส เพราะรู้จักท่านในบทบาทของพระสงฆ์ที่มีแนวคิดที่เปิดกว้าง ซึ่งน่าแปลกใจมากว่าท่านเป็นช่างภาพที่ฝีมือดีมาก อย่างงานของท่านจะเป็นงานที่ใช้สื่อธรรมะ ที่มีไอเดีย ที่มีคอนเซ็ปต์ กับการใช้ภาพถ่ายในการเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธได้อย่างล้ำสมัยและมีความเป็นตัวเอง อย่างงานชุดหนึ่งที่ท่านถ่ายตัวท่านเองในหลายๆ อิริยาบถอยู่ในกรอบเดียวกัน ซึ่งท่านก็เขียนกลอนบรรยายเหมือนกับท่านที่อยู่ในภาพเดียวสนทนากันเรื่องธรรมะ ผมว่านี่คืออะไรที่แปลกใหม่น่าอัศจรรย์ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งๆ ที่ผมเองก็ศึกษางานภาพถ่ายมาเป็นเวลายาวนาน

“คือเป็นอะไรที่น่าภูมิใจนะ ที่เรามีงานแบบนี้ในประเทศเราซึ่งเป็นงานภาพถ่ายที่เป็นเหมือนรากของเราคนไทย คือในนิทรรศการนี้ก็มีภาพถ่ายมีคุณค่าแบบนี้อยู่มาก  ซึ่งงานที่ถูกคัดเลือกมาของแต่ละท่าน จะเห็นได้เลยว่าเป็นงานที่เกิดมาจากการอุทิศตัวเองอย่างมาก แต่ละท่านก็มีการสื่อสารของตัวเองอย่างชัดเจน ซึ่งหากเราปล่อยงานที่มีค่าแบบนี้ไว้เฉยๆ มันก็จะไม่มีวันถูกยอมรับ และไม่มีคนได้เห็นงานของคนไทยที่มีค่ามีความหมายมาก”

“ช่างภาพไทยที่โลกลืม” ถือเป็นนิทรรศการที่สำคัญอย่างมากในแง่การสืบค้นและการค้นคว้า เป็นการรวบรวมความยากลำบากในการทำงานกว่า 5 ปี มาไว้ในที่เดียว ซึ่งคัดสรรเนื้อหามานำเสนอแบบไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งผลงานเหล่านี้ของศิลปินบางท่านไม่เคยเผยแพร่ที่ใด นิทรรศการประวัติศาสตร์ภาพถ่ายไทยครั้งนี้ จะจัดแสดง ณ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท จัดแสดงเรื่อยไปถึง 31 ต.ค. 2558 งานนี้นอกจากภาพถ่ายแล้ว ยังมีเรื่องราวและความรู้มากมายให้คนที่เข้าไปชมได้อิ่มเอม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-350-3626

ภาพถ่ายของบรมครู ผลงานของห้องถ่ายภาพเลี่ยงอิ้ว

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน