posttoday
ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่

05 กันยายน 2558

หากเริ่มมีอาการเบื่อสังคมเดิมๆ ยังไม่ต้องรีบเดินออกมา แต่หาเสียก่อนว่าอยากไปหาสังคมใหม่แบบไหน

โดย...กาญจน์ อายุ

หากเริ่มมีอาการเบื่อสังคมเดิมๆ ยังไม่ต้องรีบเดินออกมา แต่หาเสียก่อนว่าอยากไปหาสังคมใหม่แบบไหน ถ้าคิดแล้วว่าอยากหนีความวุ่นวายและอยากระบายอารมณ์ในความเงียบ แนะนำให้พุ่งตัวลงใต้ไป จ.สตูล เพราะที่นั่นมีที่ให้หลบภัยสำหรับคนอยากอยู่คนเดียว

ถ้ำเล-สเตโกดอน เงียบสงัดและมืดสนิท

พื้นที่ร้อยละ 44 ของ จ.สตูล กำลังอยู่ในขั้นตอนขอเป็น อุทยานธรณีสตูล (Satun Geopark) เนื่องจากเป็นแหล่งฟอสซิลสัตว์ทะเลดึกดำบรรพ์ในมหายุคพาลีโอโซอิกช่วงอายุประมาณ 500-250 ล้านปีก่อน โดยกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ อ.ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และ อ.เมือง รวมถึงอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา-เภตรา เกือบทั้งหมด รวมพื้นที่ที่เป็นแผ่นดิน 687,166 ไร่

พื้นที่ที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวขายความเป็นดึกดำบรรพ์อยู่ที่ ถ้ำเล-สเตโกดอน (Stegodon Sea Cave) แหล่งค้นพบฟอสซิลขากรรไกรและฟันกรามล่างของช้างสเตโกดอนอายุ 1.8 ล้านปี เก่าแก่กว่าช้างแมมมอธ นับเป็นการค้นพบฟอสซิลสัตว์งวงแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ ผู้ค้นพบเป็นชาวบ้าน อ.ทุ่งหว้า ที่เข้าไปหากุ้งในถ้ำ ถ้ำเล-สเตโกดอนเป็นถ้ำน้ำ โดยระดับน้ำจะขึ้น-ลงตามระดับน้ำทะเล ธารน้ำในถ้ำเป็นน้ำจืดเพราะเชื่อมตรงกับคลองหญ้าระ แล้วค่อยไหลลงทะเลอันดามัน การเดินทางเข้าถ้ำต้องอาศัยคายักที่มีรูปร่างปราดเปรียวไว้ล่องผ่านช่องหินปูนที่บางช่วงแคบแค่ลำเรือ ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องใช้บริการเรือจากกลุ่มสตาฟฟ์พายเรือประจำถ้ำเล-สเตโกดอน โดยคายัก 1 ลำรับนักท่องเที่ยวได้ 2 คน และมีสตาฟฟ์เป็นคนพายให้ตลอดทาง

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ คายักรอรับนักท่องเที่ยวที่ปากทางเข้าถ้ำ

 

สัมฤทธิ์ ทิพย์มณี ประธานกลุ่มฯ เล่าภาพคร่าวๆ ให้ฟังว่า ระยะทางภายในถ้ำยาว 4 กม. การเข้าแต่ละครั้งต้องดูระดับน้ำขึ้นน้ำลง ดังนั้น นักท่องเที่ยวต้องติดต่อก่อนล่วงหน้า 1 วัน เพื่อทราบเวลาที่ถูกต้อง ระยะเวลา 2 ชั่วโมง ภายในถ้ำเงียบสงัดและมืดสนิท มีเพียงแสงไฟคาดหัวของคนพายและเสียงน้ำกระทบฝีพายเท่านั้น

ขนาดของถ้ำเล-สเตโกดอน กว้างใหญ่ อากาศด้านในเย็น มีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่มากมาย รวมถึงหินปูนเกิดใหม่อันเกิดจากการสะสมของแคลเซียมคาร์บอเนต พี่สัมฤทธิ์เปรียบบรรยากาศภายในถ้ำว่าเหมือนลอดเข้าไปในตัวช้าง เพราะรูปร่างหินแปลกบวกกับโถงถ้ำใหญ่ที่ทำให้จินตนาการได้ถึงอวัยวะภายใน โดยเรือจะผ่านจุดที่พบฟอสซิลช้างสเตโกดอนด้วย แต่ตรงนั้นไม่มีฟอสซิลแล้วเพราะได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ และตรงสุดทางจะพบกับจุดที่พี่สัมฤทธิ์เรียกว่า หัวใจช้าง เพราะปากถ้ำมีลักษณะเป็นรูปครึ่งหัวใจ ทำให้เมื่อแสงตกกระทบน้ำแล้วมองเป็นหัวใจเต็มดวง

เมื่อออกจากถ้ำแล้วจะไปบรรจบกับคลองหญ้าระที่สองฟากฝั่งหนาแน่นไปด้วยต้นโกงกาง การเข้าถ้ำเล-สเตโกดอน เมื่อสักครู่ให้ความรู้สึกเหมือนกับลอดอุโมงค์กาลเวลาที่พาเราไปเห็นจุดกำเนิดโลก และออกมาเจอกับภาวะปัจจุบัน ทั้งแสงแดดร้อน เสียงนกร้อง กลิ่นทะเลจางๆ ที่ทำให้ระลึกได้ว่ากำลังอยู่บนแดนสตูล

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ เงานักท่องเที่ยวถ่ายภาพน้ำไหลบนหินย้อย

 

คายักลำเดิมจะพาล่องป่าโกงกางจนไปออกทะเล จังหวะนี้เองที่ได้เห็นหน้าพี่สัมฤทธิ์ชัดๆ เขาเป็นคนทุ่งหว้า มีอาชีพประมง ซึ่งหน้าที่พายเรือเที่ยวถ้ำเป็นรายได้พิเศษที่ไม่แน่นอนแล้ว แต่การมาของนักท่องเที่ยว ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เป็นเช่นนั้น พวกเขาจึงไม่เดือดร้อนแม้ช่วงโลว์ซีซั่น แต่ก็อยากให้นักท่องเที่ยวมากันมากๆ เพราะนอกจากชาวบ้านจะมีรายได้เสริม ยังช่วยโปรโมทจังหวัดเรื่องที่เป็นอุทยานธรณีสตูลที่สำคัญต่อการศึกษาธรณีวิทยาโลก

ก่อนบอกลาพี่สัมฤทธิ์ ไม่ลืมที่จะถามเรื่องสำคัญ “ฟอสซิลช้างสเตโกดอนอยู่ที่ไหน?” มันอยู่ในศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ตั้งอยู่ภายในรั้วเดียวกับองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า รูปลักษณ์ภายนอกจึงดูเหมือนสถานที่ราชการมากกว่าพิพิธภัณฑ์ ทว่าการจัดแสดงด้านในน่าสนใจ ทั้งนิทรรศการประวัติศาสตร์เมืองสตูล ประเพณี วิถีชีวิต ข้อมูลช้างที่พบในประเทศไทย และห้องสุดท้ายจัดแสดงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมถึงฟอสซิลฟันกรามช้างสเตโกดอนที่ค้นพบในถ้ำวังกล้วยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นถ้ำเล-สเตโกดอน อย่างตอนนี้

ใครที่ต้องการหนีโลกความเป็นจริง การหนีเข้าถ้ำเล-สเตโกดอน ทำให้หลุดโลกปัจจุบันได้สักพักใหญ่แล้วเข้าไปดื่มด่ำกับความเงียบและความมืด ซึ่งอาจค้นพบใจตัวเองในนั้นด้วย

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ หินย้อยทรงประหลาด

 

บากันใหญ่ สงบและสดใส

คำว่าติดเกาะไม่ได้เลวร้ายเสมอไปถ้าเกาะนั้นมีชุมชนน่ารักอย่างที่ บ้านบากันใหญ่ อยู่ด้วย ชุมชนบ้านบากันใหญ่อยู่ในเขต ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล โดยต้องเดินทางทางเรือเท่านั้น ท่าเรือบนฝั่งที่ใกล้ที่สุดคือท่าเรือทุ่งริ้น อ.ท่าแพ ใช้เวลานั่งเรือหางยาวประมาณ 30 นาที

ชาวบ้านเป็นชาวประมง แต่ก็คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวดีเพราะคนในชุมชนรวมตัวเป็นกลุ่มโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้ชีวิตเป็นชาวประมงและนักอนุรักษ์ทะเลตามที่ชาวบ้านที่นี่ทำกัน บังอดุลย์ ชนะบัณฑิต ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านบากันใหญ่ บรีฟข้อมูลแก่ผู้มาเยือนว่าหมู่บ้านของเขาเป็นชุมชนมุสลิม ทำการประมงแบบอนุรักษ์โดยมีการกำหนดพื้นที่เขตอนุรักษ์ห้ามจับสัตว์น้ำ และชาวบ้านยังช่วยกันสร้างโรงแรมปลา ศาลาปลาหมึก รวมถึงปล่อยปูม้าไข่นอกกระดองลงทะเล

นักท่องเที่ยวจ่ายเงิน 1,000 บาท/คน/คืน รวมค่าเดินทางจากท่าเรือทุ่งริ้น อาหารทุกมื้อ ที่พักแบบโฮมสเตย์ และกิจกรรมอย่างที่ชาวประมงทำ บังอดุลย์จั่วหัวมาเท่านี้ก็ทำให้หัวใจเต้นรัว เพราะประสบการณ์ที่ได้มันมากมายกว่าเงินก่ายกอง

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ หัวใจที่ปลายอุโมงค์

 

ทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวมาบังจะชักชวนให้นั่งเรือไปทำโรงแรมปลาและศาลาปลาหมึกกลางทะเล การก่อสร้างโรงแรมให้ปลาช่างเรียบง่าย เพียงใช้ใบมะพร้าวแห้งผูกติดกับหลักไม้กลางทะเลก็เป็นที่อยู่อาศัยและพรางตัวของฝูงปลาได้แล้ว ส่วนศาลาปลาหมึกก็เช่นเดียวกัน ทำจากใบมะพร้าวผูกติดหลักไม้ให้ปลาหมึกใช้เป็นที่วางไข่ เลียนแบบธรรมชาติที่หมึกทะเลมักวางไข่ติดกับเศษวัสดุต่างๆ ทั้งที่ลอยน้ำและไม่ลอยน้ำ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ง่ายและได้ผลดี สองกิจกรรมนี้หากไม่มีนักท่องเที่ยวมาชาวบ้านก็ทำเป็นปกติ โดยจะสร้างใหม่ 3 ครั้ง/ปีได้แก่ เดือน เม.ย. พ.ค. และ ต.ค. น่านน้ำบริเวณเกาะสาหร่ายจึงมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดที่เป็นแหล่งหากินของฝูงโลมาหัวขวด ชาวบ้านเห็นกันจนเป็นเรื่องปกติ ผิดกับนักท่องเที่ยวที่ตื่นเต้นแทบตกเรือ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้ชมทะเลแหวกสีแดงยาว 500 ม. ที่เกิดขึ้นเวลาน้ำลดพอตกดึกก็ติดเรือออกไปตกหมึกตกปูกับชาวบ้าน

ชุมชนบากันใหญ่สดใสเพราะมีเด็กเล็กอยู่มาก เด็กๆ จะขึ้นไปเรียนบนฝั่งแล้วกลับบ้านทุกวัน ทำให้ช่วงวันหยุดหมู่บ้านจะคึกคักเพราะเสียงเจื้อยแจ้วเล่นน้ำกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ชีวิตบนเกาะดำเนินไปตามปกติโดยที่ชาวบ้านไม่ได้มองนักท่องเที่ยวเป็นนักท่องเที่ยว แต่คือครอบครัวที่กลับบ้านมาอยู่ด้วย

ชีวิตที่ไม่มีใครรู้จักเรา และเราไม่รู้จักใครทำให้เป็นตัวเองมากที่สุด เพราะเมื่อปราศจากหน้าที่การงาน ตำแหน่ง และฐานะทางสังคมที่คอยกีดกั้นตัวตน ก็ถึงเวลาใช้ชีวิตอย่างอิสระตามที่ใจต้องการ ค้นพบมิตรภาพใหม่จากชาวบากันใหญ่ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจ รอยยิ้ม คำพูด และความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ มันคือความจริงที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ แต่หาได้ยากในสังคมเมืองทุกวันนี้

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ ชาวบ้านพายเรือหาปลาในคลองหญ้าระ

 

การหนีจากโลกเดิมต้องชำระปัญหาให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วค่อยหอบหิ้วความเหนื่อยล้าทั้งหลายมาทิ้งที่ปลายทางจากนั้นก็ตักตวงพลัง ซึ่งบางครั้งอาจเป็นความว่างเปล่ากลับไป ให้ใจมีพื้นที่ว่างพอรองรับเรื่องสุขและทุกข์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามา

ทางเข้าถ้ำเล-สเตโกดอน อยู่บริเวณหมู่บ้านคีรีวง ตำบลทุ่งหว้า ติดทางหลวงหมายเลข 416 โดยสังเกตป้าย ถ้ำเล-สเตโกดอน หรือติดต่อ คุณณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ นายก อบต.ทุ่งหว้า โทร.09-1034-5989 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและโฮมสเตย์ บ้านบากันใหญ่ โทร. 08-1541-9448

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ บ้านกลางน้ำ ใต้ถุนบ้านปลูกต้นโกงกาง

 

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ โฮมสเตย์บ้านบากันใหญ่

 

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ บังอดุลย์สร้างโรงแรมปลา

 

ทริปปลีกวิเวกหนีเข้าถ้ำดึกดำบรรพ์ปัจจุบันที่บากันใหญ่ ท่าเทียบคายักของลูกทะเล

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน