
ชูรัชฏ์ ชาครกุล รุ่น 2 ลลิลพร็อพเพอร์ตี้
การทำธุรกิจในยุคนี้อาจกำลังเข้าสู่ช่วงรอยต่อจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ขณะนี้หลายบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
การทำธุรกิจในยุคนี้อาจกำลังเข้าสู่ช่วงรอยต่อจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ขณะนี้หลายบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือแม้กระทั่งบริษัทที่อยู่นอก ตลท.อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านผู้ที่จะเข้ามาสืบทอดและบริหารธุรกิจต่อจากรุ่นพ่อที่เป็นผู้บุกเบิก โดยหลายธุรกิจกำลังเข้าสู่ในยุคของคนรุ่นที่ 2 นั่นเอง
บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) ของ “ไชยยันต์ ชาครกุล” ผู้ก่อตั้งก็กำลังเข้าสู่ภาวะเช่นนั้นโดยมีทายาทคือ “ชูรัชฏ์ ชาครกุล” บุตรชายกำลังจ่อคิวรอ
ชูรัชฏ์ วัย 37 ปี กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ LALIN กล่าวว่า เมื่อเข้ามาเป็นหลักในการนำพาบริษัทต่อจากพ่อก็จะต้องดูแลพนักงานและบุคลากรทั้งหมดขององค์กร ซึ่งปัจจุบันมีพนักงาน 400 คนและไม่เพียงแค่พนักงานเท่านั้น ต้องดูแลคนในครอบครัวของพนักงานด้วย ดังนั้นการเข้ามาเป็นเบอร์ 1 จะต้องแบกรับภาระเหล่านี้ทั้งหมด
แม้ “ชูรัชฏ์” ยังไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แต่ทุกวันนี้ได้เข้ามารับผิดชอบงานต่างๆ ของบริษัทเกือบทั้งหมดแล้ว และใช้เวลาในการเข้ามาเรียนรู้และทำงานกับ LALIN ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงวันนี้เกือบ 6 ปีแล้ว
เริ่มต้นเมื่อปี 2552-2555 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด 2 และปี 2555-2556 เป็นผู้อำนวยการ SBU 2 และปัจจุบันผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้
เขาบอกว่า การเข้ามาทำงานที่บริษัทและธุรกิจของครอบครัวนั้น คุณพ่อให้เรียนรู้และทำทุกอย่าง เพราะเมื่อถึงเวลาพ่อปล่อยมือจะสามารถนำพากิจการให้เติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงเหมือนกับยุคที่พ่อทำมา
ยุควิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 LALIN ไม่เป็นหนี้เสียและยังสามารถเติบโตได้ในทุกปี แม้ว่าถ้าเทียบบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใน ตลท. บริษัทไม่ใช่ยักษ์ใหญ่แต่หากดูตัวเลขสำคัญในการทำธุรกิจแล้วจะเห็นว่า LALIN เล็กแบบพริกขี้หนู
บริษัทมีรายได้อย่างน้อย 800-1,000 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.04% ขณะเดียวกันก็จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเฉลี่ยผลตอบแทนเงินปันผลจะอยู่ในระดับ 6-7% ซึ่งถือว่าสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และล่าสุดในผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 2558 บริษัทได้จ่ายปันผลหุ้นละ 9 สตางค์
ทรัพย์สินรวม ณ ครึ่งปีแรกของปี 2558 อยู่ที่ 7,602.88 ล้านบาท เทียบสิ้นปี 2557 ที่ 7,348 ล้านบาท หนี้สินอยู่ที่ 3,088 ล้านบาท จากสิ้นปี 2557 ที่ 2,834 ล้านบาท หรือมีหนี้ต่อทุน 0.6 เท่า เท่านั้น
ส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,514 ล้านบาท จากสิ้นปี 2558 ที่ 4,513 ล้านบาท ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) อยู่ที่ 5.36 เท่า จากสิ้นปี 2557 ที่ 8.06 เท่า และผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) อยู่ที่ 6.35 เท่า จากสิ้นปี 2557 ที่ 9.87 เท่า
“เมื่อถึงเวลาที่ผมเข้ามาบริหารเต็มตัวทุกวันนี้คุณพ่อได้ไว้วางใจและปล่อยให้ผมนำพาบริษัทแล้วในระดับ 70-80% ซึ่งหลักการและเป้าหมายในการทำธุรกิจผมก็จะยังคงยึดหลักที่คุณพ่อทำมาตลอด คือระยะยาวเน้นการเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งไม่มุ่งเน้นในการสร้างความหวือหวาของราคาหุ้น เพราะไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน แต่ลลิล พร็อพเพอร์ตี้เน้นความยั่งยืน ซึ่งในใจผมนั้นอยากเห็นลลิล พร็อพเพอร์ตี้เป็นแบบธนาคารกรุงเทพ (BBL) คือเป็นองค์กรที่มั่นคงแข็งแกร่งมีอายุยาวอยู่คู่กับเศรษฐกิจไทยต่อไป” ชูรัชฏ์ กล่าว
ในการทำธุรกิจก็จะยึดหลักความจริงใจกับลูกค้า เพราะถ้าเราทำธุรกิจบนพื้นฐานที่เห็นลูกค้าและให้ความจริงใจกับลูกค้า
“เรื่องนี้พ่อผมสอนมาตลอดว่าทำธุรกิจจะต้องจริงใจและทำในเรื่องที่ถูกต้อง เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้องค์กรมั่นคงและแม้ว่าจะเกิดวิกฤตกี่วิกฤตเราก็จะอยู่รอดได้ และที่สำคัญจะต้องรู้จักตัวเราเองซึ่งที่ผ่านมากลยุทธ์ทำธุรกิจถือว่าเราเลือกและทำมาถูกทาง ที่เน้นสร้างสินค้าในแนวราบและเพื่อสนองและต้องการให้ประชาชนต้องการมีบ้านจริงๆ และเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำ บ้านราคาไม่สูงมากซึ่งบ้านของลลิลฯ จะมีระดับประมาณ 1 ล้านบาทต้นๆ และเห็นแล้วว่าบ้านในแนวราบนั้นการเก็งกำไรแทบไม่มีเพราะผู้ซื้อต้องการซื้อเพื่ออยู่จริง ต่างจากคอนโดมิเนียมที่เก็งกำไรสูงมาก แต่คอนโดมิเนียมหากอยู่ในทำเลที่ดีก็เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าซึ่งลลิลฯ เองเราก็ไม่ทิ้ง”
เป้าหมายในพอร์ตของบริษัททั้งหมดจะมีสินค้าประเภทคอนโดมิเนียมประมาณ 10-15% เพื่อเป็นทางเลือกและโอกาสให้ลูกค้า
หลักในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คือการเลือกที่ดินและต้องมองทำเลที่จะเข้าไปให้ขาดซึ่งถือว่าสำคัญมาก ซึ่งที่ผ่านมาพ่อมองขาดเพราะที่ดินและโครงการของบริษัทที่จะเข้าไปนั้นจะอยู่ในทำเลที่โครงข่ายคมนาคมไปถึง เช่น ย่านบางใหญ่ที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกตเปิด ที่เดิมมีโครงการของบริษัทอยู่แล้วและกำลังที่จะเปิดโครงการใหม่อีกในเร็วๆ นี้
“การทำธุรกิจของบริษัทเราไม่เน้นว่าในแต่ละปีจะเปิดโครงการมูลค่าเท่าไร และไม่ดูในเรื่องของยอดขาย แต่จะดูในเรื่องของรายได้มากกว่าว่าจะเป็นอย่างไร เพราะนั่นคือสิ่งที่แน่นอนที่จะสร้างการเติบโตให้กับกิจการ ส่วนในเรื่องของต้นทุนและการบริหารต่างๆ ก็จะต้องรอบคอบและระมัดระวัง”
โครงการบ้านนั้น LALIN ไม่ได้มีเฉพาะโครงการในกรุงเทพฯ ซึ่งจะอยู่ตามจุดเชื่อมของระบบคมนาคม เท่านั้น แต่จะกระจายไปต่างจังหวัดด้วย ซึ่งการออกไปต่างจังหวัดเกิดขึ้นในปี 2554 โดยไปในภาคตะวันออก เช่น ที่ชลบุรี ศรีราชา ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งบริษัทได้ออกไปซื้อที่ดินไว้ซึ่งถึงตอนนี้ราคาที่ดินได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น
แต่ในการกำหนดราคาก็ขายในระดับที่ผู้ซื้อสามารถซื้อได้ ซึ่งการออกไปต่างจังหวัดนั้นเลือกในฝั่งตะวันออกเพราะเป็นพื้นที่ที่มีการจ้างงานจำนวนมาก และพนักงานเหล่านั้นมีความต้องการบ้านและที่อยู่อาศัย และจะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ประจำซึ่งการมีบ้านเมื่อซื้อและเปรียบเทียบกับการเช่าห้องพักแล้ว จะเห็นว่าการซื้อบ้านดีกว่าเพราะจะได้บ้านขนาด 22.5 ตารางวา (ตร.ว.) ขนาด 2 ห้องนอนและถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาสและสร้างโอกาสที่ดีให้กับชีวิต
ทุกวันนี้ในการเข้ามาทำงานที่บริษัทชูรัชฏ์มีส่วนตัดสินใจในการซื้อที่ดิน ซึ่งในการซื้อแต่ละครั้งจะต้องคาดการณ์ให้ชัดเจนว่าจะซื้อที่เท่าไร ทำเลเป็นอย่างไรซื้อแล้วโอกาสในการทำโครงการและขายจะเป็นอย่างไร และคู่แข่งเป็นอย่างไรซึ่งทั้งหมดที่คือองค์ประกอบสำคัญมากที่จะใช้ในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อที่ดินในแต่ละแปลง เพราะการเข้ามาทำธุรกิจในยุคเขา ต่างจากยุคพ่อที่ต้องเรียนถูกเรียนผิด ลองถูกลองผิด
รุ่นที่สองนี้ไม่ต้องลองผิดแต่จะต้องทำและต่อยอดจากรุ่นพ่อให้ได้ และมองว่าการเรียนในตำราเป็นความรู้ในหลักการ แต่การเรียนในชีวิตจริงเป็นการเรียนรู้ในการปฏิบัติ และการทำงานในยุคนี้จำเป็นมากที่จะต้องนำระบบไอทีมาใช้ในการบริหารจัดการ และสำคัญมากคือเรื่องของการพัฒนาคน เพราะคนคือสิ่งที่สำคัญสุดที่จะต้องทำทุกอย่างที่จะทำให้เขาเข้ากันได้ดีรักที่จะอยู่กับองค์กรและเติบโตไปกับองค์กร
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการเลือกคนการสรรหาคนในยุคเจน Y เจน C เป็นเรื่องที่จะต้องทำใจเพราะคนรุ่นนี้จะไม่ได้ทำงานที่ไหนนานจะเปลี่ยนงานบ่อยมาก
เขายกตัวอย่างพนักงานคนหนึ่งอายุไม่มากแต่เปลี่ยนงานมาแล้ว 4 บริษัท ซึ่งบ่งชี้ว่าการเลือกคนในสมัยนี้เป็นเรื่องยากมาก ดังนั้นจะต้องเลือกคัดสรรคนเข้ามาร่วมงานซึ่งทุกวันนี้เขาสัมภาษณ์และคัดคนที่จะเข้ามาทำงานด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในระดับที่จะเข้ามาร่วมทีมในการบริหาร เพราะจะต้องรู้วิธีคิดและแนวคิดเพื่อที่จะให้เขาอยู่เข้าใจงานและองค์กรโดยเฉพาะระดับหัวหน้า ส่วนหน้าที่ที่รองจากหัวหน้าลงไป จะให้หัวหน้าเป็นคนคัดเลือกทีมเข้าร่วมงาน
นักเรียนนอก
“ชูรัชฏ์” จบวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดีกรีปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท 2 ใบ จากด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ อัลบานา แชมเปญ สหรัฐและคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน สหรัฐ
ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์นั้นเกิดขึ้นเพราะผู้เป็นพ่อบอกว่าช่วยเรียนเศรษฐศาสตร์มหภาคด้วย เพราะต้องมีความรู้เศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ นอกเหนือจากการเรียนในด้านบริหาร
ทำให้เขามีความรู้ที่ครบเครื่องและครบด้าน โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นปีนี้ต่อเนื่องจนถึงปีหน้ายังเป็นสีเทาเข้มและยังไม่เห็นสีขาวรวมถึงธุรกิจอื่นๆ ด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะนอกจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบจากต่างประเทศและในประเทศโดยเฉพาะกับดักของหนี้และภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่สูงขึ้นทำให้คนขาดกำลังซื้อ
ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในธุรกิจของครอบครัว ชูรัชฏ์เริ่มงานแรกหลังเรียนจบกับบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน เมื่อปี 2549-2551 เป็นนักวิเคราะห์และวาณิชธนากร
เขาไปสมัครงานด้วยตัวเอง และได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานที่โนมูระ พัฒนสินเพราะอยากเรียนรู้การทำงานกับคนญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการมีระเบียบวินัย อดทน ทำงานเช้ากลับดึก การทำงานในโนมูระฯ งานที่ผ่านมือคือการทำข้อมูลเพื่อเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต และเตรียมข้อมูลในการจะเข้า ตลท.ของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ในสมัยที่ยังเป็นไบโอดีเซลแต่ก็ไม่ทันถึง EA เขาตัดสินใจลาออก มาเป็นวาณิชธนากร บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป
“การทำงานทั้งสองแห่งให้ประสบการณ์ต่างกัน การทำที่โนมูระฯ ทำเพื่อบริษัท แต่การทำการกับบรุ๊คเคอร์ฯ เป็นการทำเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเจ้าของซึ่งทุกธุรกรรมจะเป็นความลับสูงสุด”
เขากล่าวว่า การเข้ามาบริหารและเป็นผูุ้บริหารองค์กรต้องรับผิดชอบพนักงานทั้งองค์กร แต่การทำงานข้างนอกรับผิดชอบเฉพาะงานในหน้าที่
“ผมจะยึดหลักการของพ่อที่บอกว่า ทำอะไรจะต้องจริงใจ และหากทุกคนรู้ความหมาย คำว่า ลลิล แล้วว่าจากอะไรเชื่อว่าคนที่อยากจะมีบ้านสักหลังอย่าพลาดที่จะเข้าไปเป็นลูกบ้าน เพราะเพียงคุณรู้ความหมายของชื่อ คุณก็จะรู้สึกอบอุ่น เพราะ ลลิล มาจากบทภาษาอังกฤษที่ว่า LULLABY หรือบทเพลงกล่อมเด็กนั่นเอง”







