
ผู้ชายนักลงทุน
โดย...ปอย
โดย...ปอย
ว่ากันว่าผู้ชายมีดีเอ็นเอเป็นนักเสี่ยงโชคอยู่ในตัว กล้าลุย กล้าท้าชน ถ้าถามเรื่องการลงทุน สามหนุ่มสามมุมมีมุมมองการลงทุนที่แตกต่างกันไป
รัชกร อุดมธนาวัฒน์ อายุ 31 ปี
‘ค่อยเป็นค่อยไปกับการลงทุน’
“ผมคิดว่าทุกๆ การลงทุนคือการปรับตัวครับ ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจตอนนี้ ผมเริ่มลงทุนก้อนแรกโดยการทำร้านอาหาร 8 โต๊ะครับ ไม่ใหญ่ 50 ที่นั่ง ใช้เงินไปเกือบๆ 2 ล้านบาทครับ แล้วความที่เราไม่ใช่ครอบครัวร่ำรวย จึงค่อยๆ ลงเงินทำไปทีละเล็กละน้อยครับ ธุรกิจนี้บอกเลยครับ ทำไป เรียนรู้ไป จาก 1-2-3 เพราะนี่คือการลงทุนแรกของผม ทำไปเรียนรู้กันไปไม่มีวันจบ
เป็นการเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร 4 ปีแล้ว ก็ไม่น้อยครับ แต่การเซตระบบก็ยังเป็นการต้องเรียนรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา การทำระบบในครัว สต๊อกอาหาร แล้วพอมีกฎหมายค่าแรง 300 บาท ผมก็ต้องมา
บริหารธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 2 กะ กะเช้าผมต้องดูแลเอง เชื่อไหมครับว่าหาคนทำงานเช้าๆ ยากมาก แล้วตอนกะบ่ายและกะดึกก็จ้างเด็กเสิร์ฟ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต่างด้าว แล้วผมก็ตัดสินใจลงทุนไปทำบัตรให้พวกเขา แล้วก็ได้เรียนรู้ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอนเลย จู่ๆ เขาไม่อยากอยู่กับเรา หายไปเลย (หัวเราะ) แล้วอย่างที่บอกนะครับว่าเศรษฐกิจตอนนี้การทำร้านอาหารต้องดูความเสี่ยง เพราะทุกๆ อย่างดร็อปลง ก็มีทั้งตัดเมนูให้น้อยลง
ผมเป็นนักดนตรี (วง Tabasco-ทาบาสโก้) ยอมรับครับว่าเราอยู่กับความฝันทำให้เงินก้อนใหญ่ๆ ก็ตัดใจไม่ยากกับการซื้อเครื่องดนตรี หมดไปราว 6 หลักเหมือนกัน ผมอายุ 31 ปีแล้วครับ ก็รู้สึกว่าตัวเองแก่ (หัวเราะ) การใช้เงินในเวลานี้จึงไม่ผลีผลามเหมือนกับตอนวัยรุ่น ที่อยากได้อะไรซื้อเลยทันที ตอนนี้ก็มีเพื่อนๆ มาชวนไปทำร้านอาหารอีก แต่เศรษฐกิจขาลงขอคิดก่อนครับ”
คงภัทร จิรมณีกุล อายุ 28 ปี
‘เลือกลงทุนกับบิ๊กโปรเจกต์’
“เศรษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้ การลงทุนกับหุ้นจึงขอหยุดไว้สักพักก่อนนะครับ เอาเงินไปฝากแบงก์ที่ดีกว่า แล้วแม้ว่าวันนี้สภาพตลาดยังไม่คล่อง แต่สำหรับเลือกซื้อที่ดิน ซึ่งในมุมมองของการทำธุรกิจ ถือว่าเป็นของตาย โดยเฉพาะในย่านทองหล่อ อย่างไรราคาก็ไม่มีทางร่วงครับ ที่ดินใจกลางถนนสุขุมวิทเป็นการชัวร์เหมาะสำหรับการทำบิ๊กโปรเจกต์ ถ้ามีการขายก็ต้องรีบซื้อไว้เลยครับ เพราะหมดแล้วหมดเลย ซึ่งครอบครัวผมทำธุรกิจในด้านนี้อยู่แล้ว ที่ดินเป็นฐานการลงทุนสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าก่อสร้างตึกให้เช่าหรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ก็ถือว่าไม่มีทางขาดทุน ย่านนี้เป็นแหล่งธุรกิจและที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น
ถ้ามีเงินก้อน อีกเรื่องของการลงทุนที่ผมไม่มีรีรอเลยคือการซื้อเพชร เพราะเป็นธุรกิจแรกของคุณพ่อ (สุทิน จิรมณีกุล) ผมจึงได้รับคำแนะนำในเรื่องนี้ ผมมองว่าไม่แตกต่างจากทองคำ
การลงทุนของผมถือว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่จุดสตาร์ท เพราะมีกุนซือดีคือคุณพ่อ และเป็นการทำงานเพื่อสานต่อยอดงานของพ่อ แต่ผมก็คุมความเสี่ยงด้วยการเรียนรู้ตลอดเวลานะครับ และในทางกลับกันถ้าเราเริ่มต้นดี ก้าวต่อไปก็ไม่ยาก
แน่นอนว่าสำหรับผู้ชาย ก่อนวัย 30 ปี ก็ย่อมอยากมีธุรกิจอะไรเป็นของตัวเองสักอย่าง เร็วๆ นี้คุณพ่อกำลังจะปล่อยผมฉายเดี่ยว (หัวเราะเบาๆ น้ำเสียงมั่นใจ) ผมกำลังจะทำธุรกิจคอนโดมิเนียมในระดับโลว์ไรส์สักหนึ่งโครงการ เป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ย่านทองหล่อ ทำเลนี้ผมเชื่อมั่นในดีมานด์เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ”
ถิระ กันจินะ อายุ 31 ปี
‘โชคดีได้ทุนคืนใน 1 เดือน’
“ผมทำร้านบาร์ซูชิ หน้ามหาวิทยาลัยรังสิต ทำมาเกือบ 1 ปีแล้วครับ ก็โชคดีคือไม่ต้องลงทุนในเรื่องทำเล เพราะเป็นที่ดินของครอบครัวแฟน แล้วถือว่าที่นี่ทำเลก็ดีมากด้วย เด็กๆ วัยรุ่นนักศึกษาที่ชอบกินซูชิเป็นกลุ่มลูกค้าหลักอยู่แล้ว
ลงทุนไปเกือบ 2 แสนบาท ได้คืนทุนไปใน 1 เดือนเท่านั้นครับ (บอกพร้อมรอยยิ้ม) เป็นการลงทุนด้วยเงินก้อนเล็กๆ กับแฟนผมเอง แค่ 2 หุ้น ผมคิดว่าการทำธุรกิจต้องขึ้นอยู่กับคำว่า ‘ประจวบเหมาะ’ ด้วยนะครับ ช่วงเปิดร้านก็มีญาติลาออกจากร้านอาหารญี่ปุ่นพอดี เขาก็มาช่วยเราเปิดเซตเมนู
เงินลงทุนต้องแบ่งเป็น 3 ก้อนครับ คือ เงินหมุนเวียนในร้านที่ต้องมีสัก 5 หมื่นบาท อีกก้อนคือกำไร เก็บสำรองไว้ และอีกก้อนสำหรับซื้อของเข้าร้านที่ต้องมีวันละ 6,000 บาท เป็นอย่างน้อย ซึ่งเรื่องสำคัญที่สุดคือก้อนแรกที่ต้องยกหน้าที่นี้ให้แฟนดูทั้งหมด (หัวเราะ) เพราะผมกำลังจะแต่งงานปีหน้า ถ้าเงินอยู่กับผมใช้หมด เพราะผมเล่นดนตรี (สมาชิกอีกคนของวง Tabasco-ทาบาสโก้) เบสตัวละ 3 หมื่น 6 หมื่น ควักซื้อง่ายๆ เลย เรื่องเงินจึงให้แฟนดูดีที่สุดครับ”







