
กานต์มณี วัฒนอุดมศิลป์ ผู้ชายทำได้ เราก็ทำได้
ความเป็นผู้หญิงของเธอไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานที่จะต้องดูแลและให้คำแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย
ความเป็นผู้หญิงของเธอไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานที่จะต้องดูแลและให้คำแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย
เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
เธอเป็นผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม บริษัท จีอี วอเตอร์ แอนด์ โพรเซส เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) ดูแลยอดขายของบริษัทในไทยและเวียดนาม ทุก 2 เดือนจะต้องบินไปดูงานที่เวียดนาม และอยู่ที่นั่น 23 อาทิตย์ ส่วนที่เมืองไทยนอกจากทำงานในองค์กรที่ต้องดูแลด้านบุคลากรและยอดขายแล้ว วันหยุดทุกอาทิตย์ก็จะต้องขับรถไปดูโรงงานที่มาบตาพุดตลอด เรียกว่าเป็นผู้หญิงที่ทำงานหนักคนหนึ่ง ไม่เกี่ยงว่าลักษณะงานที่ทำนั้นจะเหมาะกับผู้หญิงรูปร่างบอบบาง อย่างเธอหรือไม่
มีเป้าหมายชัดและเดินตามเป้า
กานต์มณี เป็นคนกรุงเทพฯ จบเคมีอุตสาหกรรมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2534 เลือกเรียนด้านนี้เพราะชอบ ประกอบกับมีเป้าหมายที่จะทำงานกับบริษัทปิโตรเคมีคัล เนื่องจากในช่วงนั้นเคมีอุตสาหกรรมกำลังบูม แต่พอจบมาได้งานทำที่โรงงานเซรามิก จ.สระบุรี เป็นไพโอเนียร์รุ่นแรกของบริษัทได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าแผนกดูแลการผลิตโดยการเทรนของชาวญี่ปุ่น ทำงานอยู่กับเครื่องจักรซึ่งถือเป็นความท้าทาย เพราะลูกน้องที่คุมเครื่องส่วนใหญ่เป็นชายทั้งสิ้น
แม้ว่าเธอไม่ได้ทำงานในบริษัทปิโตรเคมีอย่างที่ตั้งใจ อย่างน้อยก็ยังถือว่าอยู่ในฟิลด์อุตสาหกรรม แต่ด้วยความที่อยากทำงานปิโตรเคมีให้ได้ ในปี 2538 จึงไปสมัครงานเป็นเซลส์ขายสารเคมีบำบัดน้ำให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่บริษัท อี๊สต์เอเชียติ๊ก ซึ่งจอยต์เวนเจอร์กับบริษัท เบตซ์ (ต่อมาอี๊สต์ฯ ถอนตัวเหลือแต่เบตซ์ จึงไปซื้อเดียร์บอร์น ก่อนที่เฮอร์คิวลิสจะมาซื้อต่อ จนปี 2545 บริษัท จีอี เข้ามาซื้อเฮอร์คิวลิส เลยกลายเป็นบริษัท จีอี วอเตอร์ฯ ในปัจจุบัน)
เธอกล่าวว่า ก่อนจะได้เป็นเซลส์ก็ทำเซอร์วิสเอนจิเนียร์ก่อน ซึ่งงานหนักมากทั้งเก็บน้ำ ทำแล็บ ดูแลลูกค้า ทำรีพอร์ต ซ่อมปั๊ม ช่วยลูกค้าปรับจูนการวอเตอร์ทรีตเมนต์ ให้คำแนะนำลูกค้า ช่วยลูกค้า และอื่นๆ
กานต์มณี บอกว่า ตอนนั้นบริษัทมีพนักงานฝรั่งสองสามคน และคนไทย 1 คน ซึ่งการที่เขารับเราซึ่งเป็นผู้หญิงเข้ามาทำงานด้านเคมี น่าจะเห็นความพยายามและตั้งใจของเราที่อยากทำงานนี้ ซึ่งจากวันนั้นที่อี๊สต์เอเชียติ๊ก มาจนถึงจีอี วอเตอร์ฯ ณ ปัจจุบัน 15 ปีได้รับความไว้วางใจให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นลำดับ ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศ ดูแลรับผิดชอบงานในประเทศไทยและเวียดนามตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน
หลักการครองใจลูกน้อง
อย่างไรก็ตาม ความเป็นผู้หญิงของเธอไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานที่จะต้องดูแลและให้คำแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ทั้งนี้จะเห็นว่าตอนที่เข้ามาทำงานตอนแรกนั้น เธอเป็นผู้หญิงคนที่ 2 ของเบตซ์เอเชีย นอกนั้นเป็นชาย
“ในโรงงานจะเป็นผู้ชายทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราจึงใช้วิธีการทำงานหนัก เรียกว่าผู้ชายทำอะไรได้ เราก็ต้องทำให้ได้เหมือนกัน ถ้าเขาเข้ามาโรงงานกลางคืนได้ เราต้องเข้ามากลางคืนได้ เขาซ่อมเครื่องได้ เราก็ต้องซ่อมได้ และการที่เรารู้อารมณ์แต่ละช่วงการทำงานของเขา จึงง่ายที่จะปรับตัว รู้จักผ่อนยาวผ่อนสั้นให้ถูกกับสถานการณ์ เลยทำให้ไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน”
เธอกล่าวว่า นอกจากนี้จะต้องทำเป็นตัวอย่างดีๆ ให้ลูกน้องเห็น เช่น มีวินัยในการทำงาน การตรงต่อเวลา มีการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น มีการสังสรรค์บ้างในบางโอกาส เพื่อเวลาเข้าสู่โต๊ะทำงานก็จะทำให้กำแพงกั้นระหว่างตนกับลูกน้องลดลงหรือไม่มีเลย แต่สิ่งสำคัญคือการเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายเขียนถึงข้อดีและข้อด้อยของอีกฝ่ายแล้วนำมาสู่การพูดคุย ซึ่งวิธีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีทีเดียว







