posttoday
เลือกได้ กับ เลือกเป็น

เลือกได้ กับ เลือกเป็น

09 สิงหาคม 2558

“ถึงช่วงสำคัญของรายการประตูพาโชคแล้วครับ”

โดย...ดำรงค์ พิณคุณ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

“ถึงช่วงสำคัญของรายการประตูพาโชคแล้วครับ”

พิธีกรพูดต่อ “มาถึงตอนนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกประตู 1 ใน 5 บาน ที่อยู่ด้านหลังเวทีนี้ แล้วผู้ชนะจะได้รางวัลสูงสุดของรายการของเราไป”

การแข่งขันเกมโชว์พาผู้เข้าแข่งขันมาถึงรอบสุดท้าย ทำให้ผู้ชมต่างลุ้นระทึกว่า ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือคนสุดท้ายจะมีโอกาสได้รางวัลสูงสุดในการแข่งขันครั้งนี้

พิธีกรพูด “เชิญเลือกเลยครับว่าท่านต้องการประตูสีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว หรือ สีชมพู”

ผู้เข้าแข่งขันเดินไปมองจดๆ จ้องๆ ประตูทั้ง 5 บานนั้น เดินวนไปวนมาด้วยความลังเล

เสียงดนตรีประกอบเริ่มดังขึ้น เสียงกลองรัวเร็วขึ้น เหมือนเสียงหัวใจของผู้เข้าแข่งขัน กำลังจะกระเด็นออกมาจากหน้าอกด้านซ้ายให้ได้ เพราะรางวัลสูงสุดมีอยู่หลังประตู 1 ใน 5 บานเท่านั้น อีก 4 บานเป็นความว่างเปล่า

พิธีกร “ผู้เข้าแข่งขันเลือกแล้วครับ ประตูสีเขียว...จะเปลี่ยนใจมั้ยครับ?...แน่ใจนะครับ?...ผมจะถามครั้งสุดท้ายว่า...ท่านจะเปลี่ยนใจมั้ยครับ?...เพราะถ้าเปิดออกมา...หากไม่ได้รางวัลใหญ่ของเรา...ท่านก็จะต้องกลับบ้านมือเปล่านะครับ”

ชีวิตจริง...ไม่ใช่เกมโชว์

บางครั้งเราต้องเลือกระหว่าง “ความรัก กับ เพื่อนรัก”

บางเวลาเราอาจจะต้องตัดสินใจระหว่าง “เงิน หรือ ศักดิ์ศรี”

บางเส้นทางเราอาจจะต้องเลือกว่า “เลี้ยวซ้าย หรือ เลี้ยวขวา”

บางถนนที่เราไม่เคยไป เราอาจจะไปเส้นทางผิด ทำให้เราต้องเสียเวลาไปกลับรถมาใหม่อีกรอบหนึ่ง

เล่นเกมโชว์ เราเลือกได้ว่า “เราจะได้รางวัล หรือ กลับบ้านมือเปล่า”

ส่วนชีวิตจริง เราต้องเลือกว่า “เราจะได้อย่างหนึ่ง หรือ จะยอมเสียอีกอย่างหนึ่งไป”

บนเส้นทางที่เรียกว่า “ชีวิต” มีบททดสอบเรามากมาย

“เราเดินหน้า หรือ เราถอยหลัง”

“เราหยุดอยู่กับที่ หรือ เราจะวิ่งแซงคนอื่น”

“เราเลือกกินข้าวมันไก่ หรือ สลัดผัก”

“เราจะซื้อรถยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์”

“เราจะซื้อบ้าน หรือ คอนโด หรือ อาศัยกับพ่อแม่”

“เราจะเดินทางไปทำงานด้วยรถไฟฟ้า หรือ รถยนต์ หรือ เดิน หรือ รถเมล์ หรือ เรือ”

“เราจะกินข้าวแกง หรือ ไปกินสเต๊กในห้างสรรพสินค้า หรือ กินหมูปิ้งหน้าปากซอย”

“เราเลือกเรียนต่อ หรือ เลือกทำงานก่อน”

มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกในสิ่งที่ตนเองต้องการ และเมื่อเราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เราก็จะสูญเสียอีกอย่างหนึ่งไป

คนบางคนโชคดี ที่รู้ว่าตนเองชอบอะไร แล้วเลือกสิ่งที่ตนเองชอบ

คนบางคนมีความสุข ที่รู้ว่าตนเองรักอะไร แล้วไปทำงานในสิ่งที่รัก

คนบางคนโชคไม่ดี ที่ต้องมาหลังขดหลังแข็ง ทำงานในสิ่งที่ตนไม่รัก

คนบางคนโชคร้าย ที่ต้องมาเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส ทำงานที่ตนไม่ชอบ แล้วได้เงินน้อยอีก

หากเลือกได้...ก็ถือว่า “โชคดี”

หากเลือกเป็น....ก็ถือว่า “เก่ง”

เพราะมนุษย์หลายคน...ไม่มีสิทธิเลือก...พวกเขาต้องทำไปเพราะจำใจ

หากใครสามารถพัฒนาขีดความสามารถของตน...ให้เก่ง...ให้ดี...ให้เยี่ยมได้ เราก็สามารถเลือกงานที่เรารักได้ เลือกงานที่เราชอบได้

เพียงแต่เราเลือกที่จะพัฒนาตนเอง หรือ หยุดก้าวหน้า

เราเลือกที่จะอ่านหนังสือดี หรือ ดูอะไรไร้สาระ

เราเลือกได้ที่จะเข้าอบรมสัมมนา หรือ ไปดื่มเหล้ากับเพื่อน

หากเพียงแค่เรารู้จัก “เลือกทำ” เราก็จะได้ผลลัพธ์ในอนาคต

การเรียนอาจจะหนักและน่าเบื่อ แต่ก็จะทำให้เราก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าที่เราคิด

การอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง อาจจะไม่สนุก แต่ก็จะทำให้ความคิดเราไม่หยุดอยู่กับที่

หากเราเลือกที่จะทำบางอย่างตอนนี้ หรือไม่ทำอะไรบางอย่างตอนนี้ ไม่ว่าเราจะเลือกประตูสีอะไรก็ตาม จะต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่หลังประตู ที่ไม่ใช่ความว่างเปล่า เพียงแต่มันจะเป็นเรื่องที่ดี หรือเรื่องไม่ดี

แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า...มันจะมีอะไรสักอย่าง...ที่ส่งผลมายังอนาคตของเราอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว