
"ไม่สามารถเผาสิ่งที่ผมสร้าง"จากพ่อวีระกานต์ถึงลูกสิงห์
คำกล่าวของ "วีระกานต์ มุสิกพงศ์" ถึง "สิงห์" บุตรชายในพิธีฌาปนกิจเมื่อวันที่ 4 ส.ค.
คำกล่าวของ "วีระกานต์ มุสิกพงศ์" ถึง "สิงห์" บุตรชายในพิธีฌาปนกิจเมื่อวันที่ 4 ส.ค.
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 ส.ค.ได้มีพิธีฌาปนกิจศพของ สิงห์ มุสิกพงศ์ หรือ สิงห์ มือกีตาร์วงสควีซ แอนิมอล ณ เมรุวัดธาตุทอง ท่ามกลางครอบครัว เพื่อนสนิท และแฟนคลับที่เดินทางมาร่วมอาลัยอย่างเนืองแน่น
วีระกานต์ ผู้เป็นบิดาได้กล่าวคำอาลัยบุตรชายก่อนที่การฌาปนกิจจะเริ่มขึ้น โดยมีข้อความดังนี้
"ผมอาสาทำอย่างนี้ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้เสร็จสิ้นหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็จะขาดความเป็นพ่อที่ดีไปในงานฌาปนกิจลูกชาย...สิงห์เป็นทารกที่จ้ำม่ำชอบเอาหัวซุกอกพ่อแม่ ตนเลยเรียกเจ้าด้วงซุก อยู่ในอ้อมกอดพ่อแม่ วัยเด็กตั้งแต่อนุบาลสิงห์เคยเขียนการ์ตูนเป็นช่องๆ เหมือนการ์ตูนที่เด็กนิยมอ่านกันทุกวันนี้ หนังสือของสิงห์ตั้งชื่อว่า "บ้านหรรษา" มีพ่อมีแม่ มีพี่น้อง และสุนัขเลี้ยงเป็นตัวละคร เขาเอามาฝากพ่อให้อ่านเพื่อแสดงถึงความรู้สึก ความอบอุ่น ที่สมาชิกครอบครัวของเรามี พ่ออ่านหนังสือแล้วปลื้มว่าลูกเรานั้นโตขึ้นคงการณ์"
"สิงห์เป็นเด็กอ้วนและอารมณ์ดีชอบตลกโดยเฉพาะท่าเต้นลูบเป้าของไมเคิล แจ็คสัน ชำนาญมากเลียนแบบได้ครื้นเครง พ่อเคยพูดเสมอว่าสิงหฺ์ไม่ต้องเรียนหนังสือสูงก็ได้เพราะว่ามีงานรออยู่แล้วคือสมัครเข้าเป็นสมาชิกของคณะเชิญยิ้ม พ่อสามารถประสานงานได้ แต่น่าเสียดายที่บุคลิกภาพเปลี่ยนไปตามวัย เมื่อเรียนมัธยมที่ประเทศอังกฤษ สิงห์ควบคุมอาหารและกลายเป็นคนเงียบขรึม นิสัยอีกอย่างที่เห็นชัดคือซื่อตรงต่อความเป็นตัวเอง"
"ความรักดนตรีของเขามีมาตั้งแต่อนุบาลเป็นเด็กตัวน้อยๆ จะชอบฟังเพลงฟังดนตรีแนวร็อคที่ฮิตในตอนนั้นคือ หมื่นฟาเรนไฮน์ การฟังดนตรีของเขาทั้งเฉยทั้งเฉิ่ม จะชอบนำวิทยุทรานซิสเตอร์แบกใส่บ่าไปทานอาหารนอกบ้านด้วย แชมป์เป็นเพื่้อนรักกับวินหัวหน้าวงดนตรีซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน เมื่อนักดนตรีของวินขาดแชมป์ก็ชวนสิงห์ไปคุยกับวิน จนรับเข้าวงและเขาก็เริ่มบรรเลงเพลงร่วมกัน เป็นต้นเหตุให้เกิดคู่ดูโอ้ สควีซ แอนนิมอล"
"ผมเคยเสนอสร้อยหลวงปู่ทวดให้ แต่สิงห์บอกนับถือพุทธอยุ่แล้ว การอยุ่กับเพื่อนในวงการย่อมหนีการดื่มเหล้าไม่พ้น จะให้ยกแก้วข้ามหัวพระก็กลั้นใจทำเช่นนั้นไม่ได้ ในวันเกิดเหตุผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าลูกมีหลวงปู่ทวด ซึ่งเป็นที่เคารพของตระกูลผม ท่านจะคุ้มครองไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นมา"
"อย่างไรก็ตามเมื่อสิงห์มีอายุอยู่ได้เพียง 31 ปีตามที่ได้เกิดเหตุทุกท่านได้ทราบ ทำให้เกิดปรากฏการณ์พิเศษขึ้นมาที่วัดธาตุทองในงานวันสวดพระอภิธรรมศพให้แก่สิงห์ ก็คือนักการเมืองและผู้นำทางการเมืองหลายพรรคหลายฝ่าย ได้เข้ามาพบปะ อัธยาศัยกันด้วยน้ำใจไมตรี เป็นนิมิตหมายที่ดีของการเริ่มต้นการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งถ้าเป็นจริงตามที่ผมคิดก็นับว่าฝีมือสิงห์ดีไม่ใช่น้อย เพราะอย่างน้อยที่สุดสิงห์ก็ได้ใช้ชีวิตของตนเองช่วยเยียวยาสังคมไทยทางหนึ่ง"
"ผมรู้สึกตลอดเวลาว่าสิงห์จากไปในขณะอายุยังน้อย ในอาชีพดนตรีก็สั้น แต่ที่เห็นศิลปินเบอร์ใหญ่ๆมายืนตากฝนฟังพระสวดด้วยความแน่วแน่ ทำให้เห็นว่าสิงห์ควรเป็นนักดนตรีที่ดีและมีบทบาทต่อเพื่อนดนตรีในอนาคต เสร็จงานผมและครอบครัวจะตั้งมูลนิธิสิงห์มุสิกพงศ์เพื่อช่วยเหลือนักดนตรี และส่งเสริมสถาบันดนตรีเท่าที่กำลังทรัพย์จะอำนวย หวังว่าท่านทั้งหลายจะร่วมอนุโมทนาสาธุ"
บัดนี้ได้เวลาอัญเชิญสังขารของสิงห์สู่ดินน้ำลมไฟ "ผมไม่สามารถเผาสิ่งที่ผมสร้าง ผมขอหามุมสงบร้องไห้" นายวีระกานต์กล่าวก่อนจะเดินออกไป จากนั้นทุกคนยืนไว้อาลัย1นาที







