
สโรช ฐิติกุลรัตน์ กับของเล่นยุค 80
โดย...โยธิน อยู่จงดี
โดย...โยธิน อยู่จงดี
“ของเล่นทุกชิ้นที่ผมสะสมเหมือนไทม์แมชีนในความรู้สึก เมื่อเห็นแล้วเรานึกถึงอดีตที่เคยมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้” สโรช ฐิติกุลรัตน์ เจ้าหน้าที่กราฟฟิกอาวุโส บริษัท อสมท กล่าวไว้อย่างนั้น
ของเล่นหลายหมื่นชิ้นภายใต้การครอบครอง บ่งถึงใจรักในของเล่นเหล่านี้เป็นอย่างดี สโรชเล่าที่ถึงที่มาที่ไปในการสะสมของเล่นว่า ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบสะสมของตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่อาจจะเปลี่ยนของเปลี่ยนแนวไปลองสะสมอย่างอื่น อย่างป้ายสังกะสี ขวดแก้ว น้ำอัดลมโบราณ แต่สุดท้ายแล้วมาลงตัวที่ของเล่น เพราะใจรักในสิ่งนี้มากที่สุด แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สะสมจริงจังอะไรมาก จนกระทั่งทำงานมีรายได้ถึงเริ่มสะสมอย่างจริงจัง
เริ่มจากคาแรกเตอร์ที่ชอบ
“ผมจะสะสมตามคาแรกเตอร์ที่เราชอบก่อน เริ่มจากไอ้มดแดง อุลตร้าแมน หุ่นยนต์รุ่นเก่า หรือสายคาแรกเตอร์สายการ์ตูนเก่า ของชิ้นแรกที่ผมเก็บตั้งแต่เด็กๆ และอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็คือ หุ่นยนต์เหล็ก ซื้อที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ราคา 400-500 บาทในสมัยนั้นก็ราคาแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยความชอบก็ซื้อแล้วเก็บเอาไว้
ถ้าถามถึงชิ้นโปรดของผมบอกได้ยากมาก เพราะทุกชิ้นเป็นของโปรดของผมหมด อยู่ที่ว่าเป็นแนวอะไรมากกว่า ทุกชิ้นเราซื้อเพราะเราชอบและเป็นคาแรกเตอร์ที่เราเลือกเองโดยเฉพาะ และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นของที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
อย่างตัวหุ่นเป่าลมที่แฟนผมซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด สมัยก่อนขายตามรถเข็นขายของเล่นตัวละไม่กี่บาท แต่ตอนที่แฟนผมซื้อมาให้ขายกันตัวละ 3,000 บาท คือราคามันขึ้นไปเยอะมากเพราะเริ่มหายาก และคนที่ซื้อก็เหมือนซื้อความทรงจำในอดีตกลับมา”
เคล็ดลับนักสะสม
สโรชเล่าต่ออย่างอารมณ์ดีว่า พอเริ่มสะสมนานวันก็เริ่มรู้จักนักสะสมกลุ่มต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในเฟซบุ๊กที่มีห้องรวมกลุ่มคนรักของเล่นโบราณหลายสายเอาไว้ด้วยกัน เช่น กลุ่มที่สะสมของเล่นดิสนีย์ หรือกลุ่มสะสมไอ้มดแดงโดยเฉพาะ ก็เข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มเพื่อหาของที่ต้องการ แลกเปลี่ยน แชร์ และแบ่งปันความรู้สึกดีๆ
“เดี๋ยวนี้มีร้านของมือสองญี่ปุ่นอยู่หลายร้านก็เป็นแหล่งซื้อของเล่นสะสมใหม่ๆ บางที่ของมาเป็นชิ้นๆ แยกส่วนเป็นหุ่นยนต์ประกอบร่างก็ต้องดูให้เป็นว่าประกอบอย่างไร ชิ้นนี้เป็นชิ้นส่วนไหนของหุ่น บางทีก็ซื้อมาแบบเป็นอะไหล่เอามาประกาศขายออนไลน์ก็ได้ราคาดีเหมือนกัน เพราะบางคนก็ตามหาชิ้นส่วนนี้อยู่ นอกจากนี้แหล่งที่ซื้อผมจะซื้อตามสะพานเหล็ก คลองถม ตลาดเปิดท้ายรถจะเป็นแหล่งประจำที่ผมหาซื้อของเล่นเหล่านี้
ในขณะที่บางชิ้นก็มีซื้อมาจากอีเบย์ เอาเฉพาะตัวที่หาในเมืองไทยไม่ได้ก็สั่งมาจากอเมริกา เต็มที่ให้ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท/ชิ้น ไม่ค่อยซื้อของเล่นที่ราคาแพงกว่านี้ แต่เน้นของที่เราชอบมากกว่า
แต่หลักๆ ในการสะสมของผมจะเน้นของเล่นยุคทศวรรษที่ 1980 เวลาซื้อมาสะสมก็ดูที่สภาพเอาที่ไม่แตกหักเป็นใช้ได้ แต่ถ้าได้สภาพที่สมบูรณ์โดยเฉพาะที่ยังไม่แกะกล่องมาเลยยิ่งดี
ส่วนของเล่นที่ใส่ถ่านไม่ทำงานจะเสียที่ชุดจ่ายไฟกับมอเตอร์ แค่เปลี่ยนรางเดินสายไฟใหม่ เปลี่ยนมอเตอร์ ซ่อมเล็กๆ น้อยๆ ก็กลับมาใช้ได้ เพราะพวกแผงวงจรภายในจะค่อนข้างทนอยู่แล้ว”
สโรชทิ้งท้ายว่า ถ้าคิดจะสะสมก็ควรมีความรู้ในเรื่องที่สะสมอยู่บ้าง “รู้แหล่งรู้ราคาของพวกนี้ทำให้เรามีความสุข และในอีกทางหนึ่งในอนาคตมันก็อาจจะสร้างรายได้ให้เราด้วย เพราะยิ่งนานวันของเหล่านี้ก็ยิ่งมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่โหยหาอดีตมีใจรัก มีความชอบเฉพาะกลุ่ม เห็นของเล่นเหล่านี้แล้วทำให้เรานึกถึงความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ แต่มากด้วยความทรงจำ”







