
ลุค แคสซาดี-ดอเรียน กับ 10 ปีที่ได้อยู่เมืองไทย
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ ลุค แคสซาดี-ดอเรียน ชาวอเมริกันที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยตอนอายุ 28 ปี โดยลุคได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้ผมฟังว่า ก่อนหน้านี้เขาทำงานตั้งแต่อายุ 18-19 ปี ที่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ โดยเลือกที่จะไม่เรียนหนังสือ แต่เลือกที่จะทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์
“ตอนนั้นลุคมีไฟมาก รักงาน สนุกกับงาน ทำงานหนัก แต่ก็เที่ยวหนัก เพราะรายได้ดี แต่อีกด้านหนึ่งของชีวิต ลุคก็ได้ฝึกโยคะควบคู่กับการทำงานไปด้วย โดยลุคฝึกโยคะอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง การฝึกโยคะทำให้ลุคได้ค้นพบความสุข ความนิ่งสงบ และมันก็เป็นชีวิตอีกด้านที่แตกต่างออกไปครับ”
หลังจากทำงานได้ 8 ปี ชีวิตก็ได้พบเจอกับความรู้สึกที่ไม่อยากทำงาน ไม่อยากเที่ยวกลางคืน อยากมีชีวิตที่อยู่กับความนิ่งเงียบ “ช่วงนั้นเศรษฐกิจตกต่ำด้วย ลุคเลยผันตัวไปเป็นครูสอนโยคะ ตอนแรกสอนที่ซานฟรานซิสโก จากนั้นก็ย้ายไปสอนที่ลอสแองเจลิส สอนอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ลุคก็ไปเรียนโยคะกับอาจารย์อินเดียท่านหนึ่งที่ประเทศอินเดีย โดยวางแผนไปเรียนที่นั่น 2 เดือนครึ่ง แต่พอดีได้เจอเพื่อนที่เคยคบกันที่ซานฟรานซิสโก เขาชวนมาเที่ยวที่เมืองไทย ลุครู้สึกว่าอินเดียกับไทยไม่ได้ไกลกันเลย ก็ตัดสินใจมาเที่ยวที่เมืองไทยครับ”
พอมาถึงที่เมืองไทย ลุคก็ได้ไปเที่ยวทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ อีกทั้งยังได้เจอกับ เบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งแอบโซลูทโยคะ ที่ชวนลุคมาสอนโยคะที่นี่ “มันเป็นจังหวะที่ดีมากเลยนะ ตอนนั้นลุคกำลังจะเลิกกับแฟน ประกอบกับที่สหรัฐ จอร์จ บุช เพิ่งได้ตำแหน่งประธานาธิบดีรอบที่ 2 สาเหตุนี้ทำให้ลุคไม่อยากกลับไปที่สหรัฐ ลุคเลยตัดสินใจรับงานสอนโยคะที่ไทย ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ก็ 10 ปีแล้ว (ยิ้ม)”
จากที่ลุคไม่ได้เรียนหนังสือในระดับปริญญาตรี พอเขามาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย เขาตัดสินใจเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย โดยก่อนหน้านี้เขาก็เรียนภาษาไทยมาบ้าง แต่เขาอยากเรียนภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง เลยมาเรียนที่นี่
“ลุครู้มาว่าที่นี่อนุญาตให้คนต่างชาติมาเรียนได้ ลุคจึงมาเรียน แต่ก่อนจะเข้าไปเรียน ลุคต้องทำการสอบทักษะทางภาษา ซึ่งก็สามารถสอบผ่านจนได้เรียนจนจบ เป็นฝรั่งเพียงคนเดียวที่เรียนจบเอกภาษาไทยในระดับปริญญาตรีที่ ม.ราม สำหรับการเรียนภาษาไทย ลุคก็พยายามเข้าไปเรียนในชั้นเรียนให้มากที่สุด มีบ้างที่ศึกษาเอง เอาเป็นว่านี่เป็นความภูมิใจของลุคมากถึงมากที่สุดครับ”
ปัจจุบัน ลุคสอนโยคะสัปดาห์ละ 2 วัน รวมทั้งเปิดบริษัทเพื่อทำในสิ่งที่เขาอยากทำ นั่นคือการทำภาพยนตร์สารคดี โดยเรื่องแรกเขาทำภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Cheer Ambassadors ที่ออกฉายทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ เขายังได้ทำสารคดีและซีรี่ส์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของแดนเซอร์ของศิลปินต่างๆ รวมทั้งคนที่ได้ฝึกโยคะ โดยออกฉายทางโทรทัศน์ในเมืองไทย รวมทั้งเขายังได้จัดทำเว็บไซต์ ซึ่งจัดทำเป็นนิตยสารออนไลน์ www.picnic.ly โดยมีคอนเทนต์ต่างๆ มากมายซึ่งอยู่ภายใต้ความสุขความบันเทิง ไม่มีความเศร้า ให้กับคนไทย ทำให้คนไทยได้ค้นพบแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ต่างๆ ที่เขาได้จัดทำขึ้น (ครึ่งหนึ่งเป็นวิดีโอ ครึ่งหนึ่งเป็นงานเขียน)
“ลุคยอมรับว่ารักเมืองไทย รักที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย มีความสุขที่ได้ทำงานในเมืองไทย และรักที่คนไทยมองลุคเป็นเหมือนคนไทยคนหนึ่ง โดยไม่มองว่าลุคเป็นฝรั่ง ถามว่าลุคชอบกินอาหารไทยไหม ชอบครับ แต่ไม่ค่อยได้กิน เพราะลุคกินอาหารมังสวิรัติมานานแล้ว ส่วนยามว่าง ถ้าว่างลุคก็จะไปออนเซนที่อยู่แถวสุขุมวิท ลุคคิดว่าการได้เข้าไปผ่อนคลายในออนเซน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เงียบ มันช่วยชาร์จพลังชีวิตของเราได้ ทำให้เราพร้อมออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางความคึกคักได้เป็นอย่างดี ลุคมองว่าอนาคตชีวิตเราจะเป็นไปด้วยความวุ่นวาย ธุรกิจที่ขายความเงียบจะไปได้ดี คนพร้อมจะจ่ายเงินให้กับสินค้าที่มีแต่ความเงียบ”







